คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต•ตอนที่ 14

พายุโหมกระหน่ำลานประลองยุทธ์

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“หึ… สำนักคุณธรรมจอมปลอมทั้งหลาย ใต้หล้านี้ชะตากรรมกำหนดไว้ชัดเจน ผู้ใดฝืนย่อมต้องมอดไหม้เป็นจุล!” เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกโลกันตร์ดังสะท้านก้องไปทั่วลานประลองยุทธ์จัตุรัสฟ้าดิน เมฆหมอกสีชาดที่เคยลอยอ้อยอิ่งพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬในพริบตา แรงกดดันจากอาคมมารระดับบรรพชนแผ่ซ่านกดทับบ่าของเหล่าจอมยุทธ์นับพันจนแทบทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น หินปูนศิลาแกร่งที่ปูลาดลานประลองเริ่มแตกร้าวเป็นทางยาวราวกับใยแมงมุม ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย งานชุมนุมยุทธภพประจำรอบทศวรรษที่ควรจะเป็นเวทีตัดสินความเป็นใหญ่ด้วยวิทยายุทธ์อันทรงเกียรติ บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและจิตสังหารอันเข้มข้น หลี่มู่ไป๋ยืนหยัดตระหง่านอยู่ใจกลางลานประลอง ร่างกายในชุดคลุมยาวสีขาวปักลายเมฆาพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วน ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลักจากหยกขาวสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึก ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่บินที่เหน็บไว้ข้างเอวเอาไว้มั่น สัญชาตญาณนักฆ่าบอกเขาว่า พายุเพลิงครั้งนี้หาใช่การท้าทายทั่วไป แต่มันคือ “มหันตภัย” ที่จงใจกวาดล้างรากเหง้าชาวยุทธ์ให้สิ้นซากในคราเดียว “ระวังตัวด้วยนะ” เสียงหวานใสเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างกาย ร่างระหงของมู่หรงเสวี่ยก้าวเข้ามาเคียงบ่าเคียงไหล่ นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนสตรีผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ ไร้ซึ่งรอยยิ้มบนใบหน้ารูปไข่นั้น ทว่านัยน์ตาคู่คู่หงส์กลับฉายประกายห่วงใยล้ำลึกที่มอบให้บุรุษผู้นี้เพียงผู้เดียว รอบกายของนางปรากฏเกล็ดน้ำแข็งโปร่งแสงหมุนวนเป็นวงโคจร ปัดเป่าแรงกดดันจากอักษรเวทมารที่แผ่ซ่านเข้ามาจนเกิดเสียงดังฉ่าคล้ายน้ำราดบนเตาไฟ “ความตายไม่เคยน่ากลัวสำหรับผู้เดินบนวิถีกระบี่หรอกนะ เสวี่ยเอ๋อร์” หลี่มู่ไป๋ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแต่เต็มไปด้วยความทะนงตน ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อกวาดมองไปรอบด้าน “เพียงแต่ข้าไม่คาดคิดว่า สุนัขรับใช้ของพรรคเพลิงอสูรจะกล้าซ่อนตัวอยู่ใต้จมูกของเหล่าเจ้าสำนักใหญ่มาเนิ่นนานถึงเพียงนี้” ฉับพลัน! ท้องฟ้าเหนือลานประลองก็ฉีกขาดออกเป็นทางยาว เปลวเพลิงสีม่วงอมดำพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนภา ราวกับอสุรกายอ้าปากคำราม กองกำลังนับร้อยในชุดเกราะทมิฬและหน้ากากอสูรปรากฏกายขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง พวกมันเหยียบบนกระแสลมปราณที่ควบแน่นเป็นอักษรเวทโบราณ สาดซัดพลังทำลายล้างลงมาเบื้องล่างดั่งห่าฝนโลหิต “ฆ่าให้หมด! อย่าให้ผู้ใดรอดออกไปจากลานประลองนี้แม้แต่คนเดียว!” เสียงคำรามกึกก้องจากผู้นำเงาลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกเพลิงดังขึ้น ความโกลาหลบังเกิดในเสี้ยววินาที เหล่าเจ้าสำนักและยอดฝีมือฝ่ายคุณธรรมต่างแผ่ซ่านพลังปราณคุ้มกันตนเอง ทว่าการจู่โจมอย่างกะทันหันและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมนี้ทำให้ฝ่ายตั้งรับต้องเพลี่ยงพล้ำในกระบวนท่าแรก เสียงกรีดร้องและเสียงปะทะของอาวุธดังระเบิดหู เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนศิลาสีเทาให้กลายเป็นสีชาดในพริบตา “บังอาจนัก!” เจ้าสำนักพรรคกระบี่อุดมการณ์ผู้หนึ่งบันดาลโทสะ ชักกระบี่ประจำกายพุ่งทะยานขึ้นฟ้าหมายสะบั้นร่างของศัตรู ทว่ายังไม่ทันเข้าถึงตัว อักษรเวทมารรูปอัคคีพญายมก็พุ่งเข้าใส่กลางอกทะลุผ่านร่างอย่างโหดเหี้ยม ร่างของยอดฝีมือผู้นั้นร่วงหล่นกระแทกพื้นดินแน่นิ่งไร้ลมหายใจในชั่วพริบตา ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของชาวยุทธ์หลายคนจนเสียกระบวนท่า หลี่มู่ไป๋ไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนหยัดดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายแสงสีฟ้าครามที่เริ่มเอ่อล้นออกมาจากปลอกกระบี่ “มู่ไป๋…” มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเรียกเบาๆ พร้อมกับยกมือเรียวขึ้นประสานกับดรรชนีของนาง ปราณเหมันต์นิรันดร์ระเบิดออกรอบกายจนอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน หยาดฝนที่กำลังตกลงมากลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งคมกริบนับหมื่นชิ้นลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ พร้อมสังหารผู้รุกล้ำทุกเมื่อ “รออีกนิด เสวี่ยเอ๋อร์…” หลี่มู่ไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งคมมีดที่ผ่านการลับนับร้อยปี “ปล่อยให้พวกมันแสดงความเหิมเกริมให้ถึงที่สุดเสียก่อน… เมื่อความมืดปกคลุมจนถึงขีดสุด แสงสว่างแห่งวิถีกระบี่ของเราจึงจะเจิดจรัสที่สุดเช่นกัน” สิ้นคำพูดของเขา ร่างของชายชุดดำคนหนึ่งพร้อมหน้ากากอสูรทมิฬก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับกระบี่มารอาบยาพิษที่แทงตรงมายังจุดตายกลางหลังของหลี่มู่ไป๋ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ! ทว่า… ก่อนที่ปลายกระบี่จะสัมผัสถึงอาภรณ์ หลี่มู่ไป๋กลับหายลับไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างไร้ร่องรอย ราวกับภาพลวงตา! ดวงตาภายใต้หน้ากากอสูรเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เสียงทุ้มนุ่มอันคุ้นเคยกลับดังกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของมัน ราวกับเสียงมัจจุราชเคาะประตูเรียก “วิถีกระบี่ทวนกระแสฟ้า… กระบวนท่าที่หนึ่ง: พิฆาตคืนวิญญาณ” *ฉับ!* ประกายกระบี่สีครามสว่างวาบขึ้นเพียงเสี้ยวลมหายใจ ตัดผ่านความมืดมิดของลานประลองยุทธ์ราวกับดาราตกดิน ร่างของมือสังหารพรรคเพลิงอสูรหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนที่ลำคอจะปรากฏรอยแดงบางๆ และศีรษะหลุดร่วงจากบ่า โลหิตสีดำพวยพุ่งราวน้ำพุ และในวินาทีนั้นเอง… ท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันสีดำสนิทก็เกิดเสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ แสงสายฟ้าสีทองสายหนึ่งผ่าผ่าลงมากลางลานประลอง เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลลึกลับผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว พร้อมกับกลิ่นอายพลังปราณระดับครึ่งก้าวสู่เซียนที่กดทับให้ทุกคนในรัศมีร้อยลี้ต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมปราณอันเชี่ยวกรากนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%