คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต•ตอนที่ 12

การทดสอบแห่งเจ้าสำนัก

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
ความจริงอันโสมมและบิดเบี้ยวนี้ เปรียบดั่งลิ่มโลหิตที่ตอกตรึงลงกลางดวงใจของหลี่มู่ไป๋ สำนักกระบี่บูรพาที่ผู้คนต่างยกย่องให้เป็นเสาหลักแห่งคุณธรรม แท้จริงแล้วกลับจับมือร่วมกระทำชั่วกับพรรคเพลิงอสูรทมิฬ ชักใยอยู่เบื้องหลังเพลิงเผาผลาญสำนักกระบี่รกร้างเมื่อสิบปีก่อน เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกโลกันตร์ดังสะท้อนก้องกราบฟ้า เจ้าสำนักกระบี่บูรพานาม "เฟิงเทียนเจี้ยน" ก้าวเท้าออกมาช้าๆ ทุกย่างก้าวสะเทือนปฐพี ไอพลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า บดบังแสงตะวันจนมืดครึ้ม ราวกับโลกหล้ากำลังจะแตกสลาย "เจ้าล่วงรู้ความลับที่ไม่อาจให้อภัยแล้ว หลี่มู่ไป๋... แม้เจ้าจะเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปี ทว่าเด็กน้อยเอ๋ย เจ้าคิดหรือว่าจะรอดออกไปจากเขตแดนกระบี่เก้าสวรรค์แห่งนี้ได้?" เฟิงเทียนเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม แววตาคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ หลี่มู่ไป๋สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอายอับชื้นของความตายลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ เขาไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ โต้ตอบ มือข้างที่กุมด้ามกระบี่สั่นเทาเล็กน้อย หาใช่เพราะความหวาดกลัวไม่ หากแต่เป็นเพราะความเดือดดาลและจิตสังหารที่พลุ่งพล่านจนแทบระเบิดออกจากร่าง ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายก็พุ่งวาบเข้ามาขวางเบื้องหน้าเขา มู่หรงเสวี่ยยืนหยัดเคียงข้าง ดวงตางามล้ำดั่งห้วงน้ำแข็งไร้ก้นบึ้งทอประกายเด็ดเดี่ยว นางไม่กล่าวคำพร่ำเพ้อใดๆ มีเพียงกระบี่หิมะโลหิตในมือที่สั่นระริก ปลดปล่อยไอปราณเหมันต์แผ่พุ่งปกป้องคุ้มครองชายหนุ่มผู้เป็นดวงใจ "หากท่านต้องการทดสอบเขา... ต้องผ่านศพข้าไปก่อน" น้ำเสียงของนางเยียบเย็นและเด็ดขาดดั่งประกาศิตแห่งสวรรค์ "เสวี่ยเอ๋อร์..." หลี่มู่ไป๋พึมพำ ดวงตาคมเข้มมองแผ่นหลังบอบบางที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อตน ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชา เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่นางเบาๆ ก่อนจะก้าวข้ามขึ้นมาเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักด้วยตนเอง "ถอยไปก่อน... หนี้เลือดเมื่อสิบปีก่อน ถึงเวลาต้องสะสางด้วยวิถีกระบี่ของข้าเองแล้ว" เฟิงเทียนเจี้ยนแค่นเสียงหัวเราะ "ดี! ในเมื่อเจ้าอยากรู้ว่ากระบี่เก้าสวรรค์ที่แท้จริงเป็นเช่นไร วันนี้ข้าจะใช้กระบวนท่านี้ส่งเจ้าไปพบกับบิดาของเจ้าในปรโลก!" สิ้นคำพูด ร่างของเฟิงเทียนเจี้ยนก็เลือนหายไปจากจุดเดิม สายลมพายุหมุนวนบ้าคลั่ง ท้องฟ้าปรากฏอักขระเวทสีทองเก้าสายลอยเคว้งคว้าง ก่อนจะหลอมรวมกันเป็นคมกระบี่มหึมาที่จ้วงแทงลงมาจากเบื้องบน—นี่คือกระบวนท่า "กระบี่เก้าสวรรค์พิชิตมหายุค" วิชาสูงสุดแห่งสำนักกระบี่บูรพา! แรงกดดันมหาศาลทับถมลงมาจนกระดูกทั่วร่างของหลี่มู่ไป๋ส่งเสียงลั่นกรอบ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุมลึกนับร้อยเมตร ไอพลังปราณทมิฬผสมผสานกับอักขระเวทรecสวรรค์พุ่งเข้าโจมตีจุดชีพจรทั่วร่างของเขาในเสี้ยววินาที ทว่า ในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้น สติของหลี่มู่ไป๋กลับดิ่งลึกเข้าสู่ความสงบอันไร้ขอบเขต ภาพบทกวีโบราณที่บิดาเคยพร่ำสอนเมื่อครั้งเยาว์วัยลอยเด่นขึ้นมาในห้วงความคิด... *“กระบี่มิใช่เพียงเหล็กกล้า... หากแต่คือจิตวิญญาณที่ฝืนกระแสฟ้า”* *“น้ำเชี่ยวหลากลึก ไหลทวนคืนสู่ห้วงมหรรณพ”* ดวงตาของหลี่มู่ไป๋สว่างวาบขึ้นด้วยประกายแสงสีครามเจิดจ้า เขามิได้ถอยหนี และมิได้ตื่นตระหนก ร่างกายของเขากลับผ่อนคลายลงรากระแสธารที่ไหลไปตามธรรมชาติ วิถีกระบี่ทวนกระแสฟ้าถูกขับเคลื่อนขึ้นจากตัน田 (ตันเถียน) พลังปราณวิญญาณระเบิดออกรอบทิศทาง ดุจดั่งมังกรผงาดง้ำค้ำฟ้าที่แหวกว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยว "ย้ากกกก!" หลี่มู่ไป๋คำรามลั่นสะท้านปฐพี ดึงกระบี่ออกจากฝักด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของยอดฝีมือยังต้องพร่ามัว คมกระบี่ตวัดวาดเป็นวงโค้งประหลาดบนอากาศ ไม่ปะทะตรงๆ ทว่ากลับใช้เคล็ดวิชา "อ่อนพิชิตแข็ง ยืมแรงสลายแรง" ตวัดเกี่ยวเอาพลังกระบี่เก้าสวรรค์ของเฟิงเทียนเจี้ยนให้เบี่ยงเบนออกไปด้านข้าง! *ตูมมมมม!* ภูเขาลูกยักษ์ด้านหลังสำนักถูกพลังกระบี่ที่เบี่ยงเบนนั้นผ่าออกเป็นสองซีกในพริบตา ฝุ่นควันตลบอบอวล แรงระเบิดสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาเขต เฟิงเทียนเจี้ยนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถסתออกจากเบ้า ร่างของเขาเซถอยหลังไปสามก้าว กระอักโลหิตสีดำออกมาคำโต "เป็นไปไม่ได้! เจ้า... เจ้าเข้าใจสัจธรรมบทกวีโบราณของสำนักกระบี่รกร้างได้อย่างไร!" หลี่มู่ไป๋ยืนหยัดสง่างาม ปลายกระบี่ชี้ตรงไปเบื้องหน้า หยาดเหงื่อผสานกับหยดเลือดไหลอาบใบหน้าคมคาย ทว่าแววตาทระนงกลับเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดาราบนฟากฟ้า เขากำลังจะก้าวเข้าไปเผด็จศึกเพื่อทวงความยุติธรรม ทว่า ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าที่เคยคำรามด้วยพายุกลับเงียบสงบลงอย่างกะทันหัน ความมืดมิดประหลาดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นยะเยือกที่ดังมาจากมิติความว่างเปล่าเบื้องบน—เสียงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมารอันชั่วร้ายเกินกว่าจะจินตนาการได้ "เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าเจ้านับว่าเก่งกาจแล้วกระนั้นหรือ?" เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีเลือดปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับกลิ่นอายกดดันระดับที่ทำให้หลี่มู่ไป๋และมู่หรงเสวี่ยต้องหน้าถอดสีในทันที! ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมปราณและคมกระบี่มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%