คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต•ตอนที่ 1

เงาจันทร์และรอยเลือดบนหน้าผารกร้าง

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
หยาดฝนสีชาดหาใช่หยาดน้ำค้างจากสรวงสวรรค์ไม่ หากแต่เป็นคาวโลหิตที่หลั่งรินจากผืนฟ้าคารวะแก่ความตาย บนหน้าผารกร้างอันไร้ซึ่งสรรพเสียงแห่งชีวิต มีเพียงร่างหนึ่งที่ยืนหยัดตระหง่านดั่งขุนเขาค้ำฟ้า หลี่มู่ไป๋กุมด้ามกระบี่โบราณในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นผมสีดำสนิทลู่แนบไปกับกรอบหน้าคมคายที่อาบไล้ด้วยหยดน้ำฝนและคราบเลือด ปราณวิญญาณรอบกายเขาหมุนวนแปรเปลี่ยนเป็นม่านอักษรเวทสีทองจางๆ สะท้อนแสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆทมิฬ ทว่าความหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้ยังมิอาจเทียบเท่าความเย็นยะเยือกในจิตใจของเขา ที่ยังคงจดจำค่ำคืนแห่งเพลิงโลหิตผลาญสำนักกระบี่รกร้างเมื่อสามปีก่อนได้ทุกค่ำคืน "วิถีกระบี่ทวนกระแสฟ้า... สวรรค์มิเคยเมตตา เหตุใดข้าต้องก้มหัวให้ลิขิตฟ้าดิน" เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างดุดัน นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองไปยังความมืดเบื้องล่างที่มีเงาร่างนับสิบกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาด้วยวิชาตัวเบาอันรวดเร็ว เรี่ยวแรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว นั่นคือยอดฝีมือจาก "พรรคเพลิงอสูรทมิฬ" ขุมอำนาจชั่วร้ายที่ตามล่าคัมภีร์ลับประจำสำนักซึ่งตกทอดมาถึงมือเขา ฉับพลันนั้น หยาดฝนรอบตัวก็พลันหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง เงาร่างแรกพุ่งทะลวงผ่านม่านสายฝนเข้ามาพร้อมกับประกายแสงสีชาดของกระบี่มาร มันคือ "ไป๋ฮ่าว" หนึ่งในเจ็ดทبارสังหารทมิฬ ผู้มีชื่อเสียงในการควักหัวใจศัตรูขณะที่เหยื่อยังมีชีวิตอยู่ "หลี่มู่ไป๋! ส่งคัมภีร์กระบี่รกร้างมาเสีย มิฉะนั้นวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้าที่แม้แต่ซากก็ไม่เหลือให้ฝัง!" เสียงคำรามของไป๋ฮ่าวสะท้านสะเทือนผาหินจนเศษหินร่วงหล่นกราว หลี่มู่ไป๋มิได้หวั่นไหวแม้แต่น้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในตันเถียน (จุดศูนย์รวมพลังปราณ) ปราณกระบี่โบราณพลุ่งพล่านราวกับมังกรคำราม ร่างกายของเขาสะท้อนสัจธรรมแห่งวิญญาณที่หลุดพ้นจากความกลัวทั้งปวง "พวกเจ้าสังหารคนในสำนักของข้าจนหมดสิ้น ยังกล้าอาจหาญมาทวงถามหาสิ่งนี้อีกหรือ... ดีนัก วันนี้ข้าจะใช้กระบี่ในมือ ส่งพวกเจ้าไปชำระหนี้เลือดในนรก!" สิ้นคำ ประกาศิตแห่งกระบี่ก็ระเบิดออก! หลี่มู่ไป๋ก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ทว่าพื้นหินเบื้องล่างกลับแตกละเอียดเป็นจุณ ร่างของเขาทะยานพุ่งสวนกระแสลมและสายฝนดั่งอสนีบาตคำราม วิชา "กระบี่ทวนกระแสฟ้า" กระบวนท่าที่หนึ่ง "มังกรสะบัดหางพลิกนภา" ถูกตวัดออกไปอย่างหมดจดงดงาม เคร้ง! ประกายไฟสว่างวาบตัดกับความมืดมิดของราตรี คมกระบี่โบราณปะทะเข้ากับกระบี่มารโลหิตจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้าง แรงปะทะทำให้หยดฝนรอบรัศมีสิบวาแตกกระเซ็นเป็นละอองหมอกสีขาวโพลน ไป๋ฮ่าวรู้สึกราวกับว่าแขนชาด้าน พลังปราณของเด็กหนุ่มตรงหน้าหาใช่ขอบเขตที่มันคาดคิดไว้ไม่ มันทรงพลังและดุดันยิ่งกว่ากระแสธาราที่ไหลย้อนกลับ "เป็นไปได้ 3 ปีที่ผ่านมา พลังของเจ้า... ก้าวล้ำถึงระดับนี้เชียวหรือ!" ไป๋ฮ่าวเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันบริสุทธิ์และคมกริบที่แทรกซึมเข้ามาทางคมกระบี่ ราวกับว่าวิญญาณของมันกำลังถูกเฉือนออกเป็นชิ้นๆ "เจ้ายังไม่รู้ซึ้งหรอว่า... คนที่ก้าวเดินบนเส้นทางฝืนลิขิตฟ้า ย่อมต้องแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับความตาย" หลี่มู่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงทระนง นัยน์ตาดำขลับฉายแววเยียบเย็นไร้ความปรานี เขาสะบัดข้อมือพลิกแพลงกระบวนท่าทันที ปราณกระบี่สีทองผสานเข้ากับอักษรเวทโบราณที่สลักอยู่บนตัวกระบี่ เกิดเป็นเสียงหวีดหิวของลมปราณที่บาดลึกถึงกระดูกดำ เงาดาบและกระบี่นับร้อยสายพรั่งพรูออกมาราวกับห่าฝนดาวตก กลืนกินร่างของพรรคพวกมือสังหารที่ตามหลังมาจนส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนระงมผาหิน ทว่า ในขณะที่การต่อสู้กำลังดุเดือดถึงขีดสุด บรรยากาศโดยรอบกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิบนหน้าผารกร้างลดลงจนน้ำฝนที่ค้างอยู่ตามใบไม้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามในพริบตา กลิ่นอายความหนาวเหน็บอันคุ้นเคยและทรงพลังยิ่งกว่าแผ่ซ่านกดทับลงมา จนแม้แต่หลี่มู่ไป๋ยังต้องชะงักฝีกระบี่ เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ราวกับรูปสลักน้ำแข็ง ปรากฏขึ้นบนยอดไม้สูงเหนือหัวพวกเขา นางยืนอยู่อย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางหิมะโปรยปรายที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าทั้งที่ยามนี้ไม่ใช่ฤดูหนาว นัยน์ตาคู่นั้นเยียบเย็นดั่งหุบเขาเหมันต์นิรันดร์ ทว่ายามที่ทอดมองมายังร่างของหลี่มู่ไป๋ แววตานั้นกลับไหววูบด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างล้ำลึก "มู่หรงเสวี่ย..." หลี่มู่ไป๋พึมพำชื่อนั้นเบาๆ ขณะที่มือสังหารที่เหลืออยู่ต่างพากันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อการปรากฏตัวของนางเซียนผู้นี้ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไป๋ฮ่าวที่บาดเจ็บสาหัสก็อาศัยจังหวะชุลมุน ซัดลูกแก้วเพลิงอสูรระเบิดใส่พื้นเพื่อสร้างควันพรางตา ก่อนจะหัวเราะลั่นด้วยความเย้ยหยันพร้อมกับกระชากคัมภีร์หนังแพะจำลองที่ซ่อนอยู่ออกมา "ฮ่าๆๆๆ หลี่มู่ไป๋ เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วงั้นรึ? คัมภีร์ที่แท้จริงหาได้อยู่กับเจ้าไม่... แต่มันอยู่ในมือของ 'คนใกล้ตัว' ที่สุดของเจ้าต่างหาก!" สิ้นเสียงหัวเราะ ประกายแสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานจากด้านหลังของมู่หรงเสวี่ยอย่างกะทันหัน พร้อมกับกระบี่เล่มหนึ่งที่เสียบทะลุกลาทรวงอกของนางเซียนผู้เย็นชาจนหยาดโลหิตสีแดงฉาดหยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนต่อหน้าต่อตาหลี่มู่ไป๋! หมื่นกระบี่คืนรังขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าผารกร้างนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%