หยาดฝนสีชาดหาใช่หยาดน้ำค้างจากสรวงสวรรค์ไม่ หากแต่เป็นคาวโลหิตที่หลั่งรินจากผืนฟ้าคารวะแก่ความตาย
บนหน้าผารกร้างอันไร้ซึ่งสรรพเสียงแห่งชีวิต มีเพียงร่างหนึ่งที่ยืนหยัดตระหง่านดั่งขุนเขาค้ำฟ้า หลี่มู่ไป๋กุมด้ามกระบี่โบราณในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นผมสีดำสนิทลู่แนบไปกับกรอบหน้าคมคายที่อาบไล้ด้วยหยดน้ำฝนและคราบเลือด ปราณวิญญาณรอบกายเขาหมุนวนแปรเปลี่ยนเป็นม่านอักษรเวทสีทองจางๆ สะท้อนแสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆทมิฬ ทว่าความหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้ยังมิอาจเทียบเท่าความเย็นยะเยือกในจิตใจของเขา ที่ยังคงจดจำค่ำคืนแห่งเพลิงโลหิตผลาญสำนักกระบี่รกร้างเมื่อสามปีก่อนได้ทุกค่ำคืน
"วิถีกระบี่ทวนกระแสฟ้า... สวรรค์มิเคยเมตตา เหตุใดข้าต้องก้มหัวให้ลิขิตฟ้าดิน"
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างดุดัน นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองไปยังความมืดเบื้องล่างที่มีเงาร่างนับสิบกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาด้วยวิชาตัวเบาอันรวดเร็ว เรี่ยวแรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว นั่นคือยอดฝีมือจาก "พรรคเพลิงอสูรทมิฬ" ขุมอำนาจชั่วร้ายที่ตามล่าคัมภีร์ลับประจำสำนักซึ่งตกทอดมาถึงมือเขา
ฉับพลันนั้น หยาดฝนรอบตัวก็พลันหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง เงาร่างแรกพุ่งทะลวงผ่านม่านสายฝนเข้ามาพร้อมกับประกายแสงสีชาดของกระบี่มาร มันคือ "ไป๋ฮ่าว" หนึ่งในเจ็ดทبارสังหารทมิฬ ผู้มีชื่อเสียงในการควักหัวใจศัตรูขณะที่เหยื่อยังมีชีวิตอยู่
"หลี่มู่ไป๋! ส่งคัมภีร์กระบี่รกร้างมาเสีย มิฉะนั้นวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้าที่แม้แต่ซากก็ไม่เหลือให้ฝัง!" เสียงคำรามของไป๋ฮ่าวสะท้านสะเทือนผาหินจนเศษหินร่วงหล่นกราว
หลี่มู่ไป๋มิได้หวั่นไหวแม้แต่น้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในตันเถียน (จุดศูนย์รวมพลังปราณ) ปราณกระบี่โบราณพลุ่งพล่านราวกับมังกรคำราม ร่างกายของเขาสะท้อนสัจธรรมแห่งวิญญาณที่หลุดพ้นจากความกลัวทั้งปวง
"พวกเจ้าสังหารคนในสำนักของข้าจนหมดสิ้น ยังกล้าอาจหาญมาทวงถามหาสิ่งนี้อีกหรือ... ดีนัก วันนี้ข้าจะใช้กระบี่ในมือ ส่งพวกเจ้าไปชำระหนี้เลือดในนรก!"
สิ้นคำ ประกาศิตแห่งกระบี่ก็ระเบิดออก! หลี่มู่ไป๋ก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ทว่าพื้นหินเบื้องล่างกลับแตกละเอียดเป็นจุณ ร่างของเขาทะยานพุ่งสวนกระแสลมและสายฝนดั่งอสนีบาตคำราม วิชา "กระบี่ทวนกระแสฟ้า" กระบวนท่าที่หนึ่ง "มังกรสะบัดหางพลิกนภา" ถูกตวัดออกไปอย่างหมดจดงดงาม
เคร้ง! ประกายไฟสว่างวาบตัดกับความมืดมิดของราตรี คมกระบี่โบราณปะทะเข้ากับกระบี่มารโลหิตจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้าง แรงปะทะทำให้หยดฝนรอบรัศมีสิบวาแตกกระเซ็นเป็นละอองหมอกสีขาวโพลน ไป๋ฮ่าวรู้สึกราวกับว่าแขนชาด้าน พลังปราณของเด็กหนุ่มตรงหน้าหาใช่ขอบเขตที่มันคาดคิดไว้ไม่ มันทรงพลังและดุดันยิ่งกว่ากระแสธาราที่ไหลย้อนกลับ
"เป็นไปได้ 3 ปีที่ผ่านมา พลังของเจ้า... ก้าวล้ำถึงระดับนี้เชียวหรือ!" ไป๋ฮ่าวเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันบริสุทธิ์และคมกริบที่แทรกซึมเข้ามาทางคมกระบี่ ราวกับว่าวิญญาณของมันกำลังถูกเฉือนออกเป็นชิ้นๆ
"เจ้ายังไม่รู้ซึ้งหรอว่า... คนที่ก้าวเดินบนเส้นทางฝืนลิขิตฟ้า ย่อมต้องแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับความตาย" หลี่มู่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงทระนง นัยน์ตาดำขลับฉายแววเยียบเย็นไร้ความปรานี
เขาสะบัดข้อมือพลิกแพลงกระบวนท่าทันที ปราณกระบี่สีทองผสานเข้ากับอักษรเวทโบราณที่สลักอยู่บนตัวกระบี่ เกิดเป็นเสียงหวีดหิวของลมปราณที่บาดลึกถึงกระดูกดำ เงาดาบและกระบี่นับร้อยสายพรั่งพรูออกมาราวกับห่าฝนดาวตก กลืนกินร่างของพรรคพวกมือสังหารที่ตามหลังมาจนส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนระงมผาหิน
ทว่า ในขณะที่การต่อสู้กำลังดุเดือดถึงขีดสุด บรรยากาศโดยรอบกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิบนหน้าผารกร้างลดลงจนน้ำฝนที่ค้างอยู่ตามใบไม้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามในพริบตา กลิ่นอายความหนาวเหน็บอันคุ้นเคยและทรงพลังยิ่งกว่าแผ่ซ่านกดทับลงมา จนแม้แต่หลี่มู่ไป๋ยังต้องชะงักฝีกระบี่
เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ราวกับรูปสลักน้ำแข็ง ปรากฏขึ้นบนยอดไม้สูงเหนือหัวพวกเขา นางยืนอยู่อย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางหิมะโปรยปรายที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าทั้งที่ยามนี้ไม่ใช่ฤดูหนาว นัยน์ตาคู่นั้นเยียบเย็นดั่งหุบเขาเหมันต์นิรันดร์ ทว่ายามที่ทอดมองมายังร่างของหลี่มู่ไป๋ แววตานั้นกลับไหววูบด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างล้ำลึก
"มู่หรงเสวี่ย..." หลี่มู่ไป๋พึมพำชื่อนั้นเบาๆ ขณะที่มือสังหารที่เหลืออยู่ต่างพากันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อการปรากฏตัวของนางเซียนผู้นี้
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไป๋ฮ่าวที่บาดเจ็บสาหัสก็อาศัยจังหวะชุลมุน ซัดลูกแก้วเพลิงอสูรระเบิดใส่พื้นเพื่อสร้างควันพรางตา ก่อนจะหัวเราะลั่นด้วยความเย้ยหยันพร้อมกับกระชากคัมภีร์หนังแพะจำลองที่ซ่อนอยู่ออกมา
"ฮ่าๆๆๆ หลี่มู่ไป๋ เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วงั้นรึ? คัมภีร์ที่แท้จริงหาได้อยู่กับเจ้าไม่... แต่มันอยู่ในมือของ 'คนใกล้ตัว' ที่สุดของเจ้าต่างหาก!"
สิ้นเสียงหัวเราะ ประกายแสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานจากด้านหลังของมู่หรงเสวี่ยอย่างกะทันหัน พร้อมกับกระบี่เล่มหนึ่งที่เสียบทะลุกลาทรวงอกของนางเซียนผู้เย็นชาจนหยาดโลหิตสีแดงฉาดหยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนต่อหน้าต่อตาหลี่มู่ไป๋!
หมื่นกระบี่คืนรังขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าผารกร้างนี้ไปด้วยกันนะครับ
คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต•ตอนที่ 1
เงาจันทร์และรอยเลือดบนหน้าผารกร้าง
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!