มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง•ตอนที่ 9

หมากเกมใหม่ของอคิน

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีแจズแผ่วเบาในงานนิทรรศการอัญมณีส่วนตัว แต่บรรยากาศรอบตัวรินรดากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เมื่อร่างสูงสง่าในสูทสั่งตัดเข้ารูปของอคินก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า รอยยิ้มสุภาพแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นถูกประดับไว้บนใบหน้าคมคายนั้น ราวกับหน้ากากที่เขาไม่เคยถอดออกต่อหน้าเธอเลยสักครั้ง "ผลงานชิ้นใหม่ของคุณ... งดงามและบาดลึกไม่เปลี่ยนเลยนะคะ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เคยพร่ำคำตัดพ้อและผลไสเธออย่างไร้เยื่อใยในอดีต เอ่ยทักขึ้นด้วยความจงใจ รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดวางสร้อยเพชรน้ำงามลงในตู้กระจก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความเจ็บแปลบที่ยังคงหลงเหลือเป็นรอยแผลเป็น แต่วินาทีนี้... เธอมิใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้เขาเหยียบย่ำหัวใจได้อีกต่อไปแล้ว "ขอบคุณค่ะ แต่น่าเสียดายที่คุณอคินอาจจะมองไม่เห็น 'คุณค่า' ที่แท้จริงของมันนักหรอกค่ะ เพราะของสวยงามบางชิ้น... ต่อให้มีเงินมหาศาลก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครอง หากเจ้าของเขาไม่ยินยอม" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบนั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตฉายแววเย่อหยิ่งและท้าทาย จนประกายไฟบางอย่างไหววับอยู่ในดวงตาของอคิน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละน้อย กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์โอบล้อมรอบตัวเธอจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบตู้จัดแสดง แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากขับไล่ ร่างสูงของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองเสียก่อน "ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะการสนทนาธุรกิจสำคัญหรือเปล่าครับ คุณอคิน" ธันวายิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า มือหนาวางลงบนไหล่บอบบางของรินรดาอย่างถือวิสาสะ ทว่าเธอกลับไม่ได้ปัดป้อง เพราะรู้ดีว่านี่คือหมากตาเดินที่เธอและธันวาตกลงกันไว้เพื่อใช้รับมือกับอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งคนนี้ อคินหรี่ตาลงมองมือของธันวาที่แตะต้องบนตัวภรรยาเก่า เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ความหึงหวงและกรุ่นโกรธตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก นี่หรือคือสิ่งที่เขาต้องแลกกับการปล่อยมือจากเธอไปในวันนั้น... การมองดูผู้ชายคนอื่นเข้ามาแตะต้องผู้หญิงที่เป็นของเขาโดยชอบธรรม "ระวังมือของคุณหน่อยจะดีกว่านะธันวา รินรดายังคงมีทะเบียนสมรส... อ้อ ไม่สี่ เราหย่ากันแล้วนี่นะ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังเป็นอดีตภรรยาที่ฉันรู้จักดีที่สุด" อคินเน้นย้ำคำว่า 'รู้จักดีที่สุด' พร้อมกับย่างสามขุมเข้าหา รัศมีคุกคามแผ่ซ่านจนธันวาชะงักไปชั่วขณะ แต่รินรดากลับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวยรื้นหยาดน้ำใสแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง "คุณอคินคงหลงลืมไปแล้วกระมั้งคะ ว่าคำว่า 'ภรรยา' มันมีความหมายอะไรสำหรับคุณบ้างในอดีต อย่ามาทำหวงก้างในสิ่งที่เคยผลไสไล่ส่งมันลงถังขยะเลยค่ะ มันน่าสมเพช" คำพูดเชือดเฉือนนั้นบาดลึกเข้าในขั้วหัวใจของอคินราวกับคมมีด กรามหนาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขารู้ดีว่าตนเองสมควรได้รับมัน แต่การเห็นเธอยืนเคียงข้างศัตรูทางธุรกิจเพื่อเล่นงานความรู้สึกของเขาเช่นนี้ มันช่างทรมานเสียจนเขาแทบคลั่ง ธันวาฉวยโอกาสจังหวะที่อคินกำลังสับสน โอบเอวบางของรินรดาให้แนบชิดยิ่งขึ้น พร้อมกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่ตั้งใจให้อคินได้ยิน "คืนนี้ไปฉลองความสำเร็จกันนะครับ คนสวย..." รินรดาหลบสายตาไปทางอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึกไหววุ่น เธอพยักหน้ารับเบาๆ เป็นเชิงตกลง โดยไม่ทันสังเกตเห็นแววดุดันและเด็ดขาดที่ฉายวาบขึ้นในดวงตาของอคิน ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อสิ่งใด กำลังวางหมากตาสุดท้ายที่จะพลิกเกมทั้งหมดในคืนนี้ เมื่อธันวาขอตัวเดินไปต้อนรับแขกคนอื่นในงาน อคินจึงฉวยจังหวะที่รินรดาอยู่ลำพัง กระชากข้อแขนเรียวเล็กให้เดินตามเขาเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัวด้านหลังนิทรรศการทันที แรงกระชากนั้นหนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยความร้อนรุ่มที่ถูกเก็บกดมานาน "ปล่อยฉันนะคะคุณอคิน! คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" รินรดาตวัดเสียงกร้าว พร้อมสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมทันทีเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องปิดทึบ แต่อคินกลับไม่ยอมปล่อย เขาก้าวเข้ามาปิดกั้นทางหนีทุกทาง ใช้ลำตัวหนาตรึงเธอไว้กับผนัง มือใหญ่วางทาบบนผนังทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอ้อมแขน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้ชิดจนหัวใจของรินรดากระหน่ำรัว "ใช่... ฉันมันบ้า บ้าเพราะเห็นคุณไปยืนออดอเซาะกับไอ้ธันวา บ้าเพราะทนไม่ได้ที่คุณทำเหมือนคนแปลกหน้าทั้งที่เราเคย..." อคินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและปรารถนาที่โหมกระหน่ำ "เราเคยเป็นแค่คนแปลกหน้าที่นอนเตียงเดียวกันค่ะ!" รินรดาตอกกลับเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสไออุ่นที่คุ้นเคย แต่อคินกลับใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอให้กลับมาสบตา ดวงตาคมกริบฉายแววหิวกระหายและเวทมนตร์บางอย่างที่ทำให้เธอแทบละลาย "แต่ร่างกายของเราไม่เคยโกหก รินรดา..." สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหยักก็ทาบทับลงมาบด 3 ขยี้เรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ความเร่าร้อน ดุดัน และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาพรั่งพรูออกมาผ่านรสจูบที่ทั้งลงทัณฑ์และเว้าวอนในคราเดียวกัน รินรดาเบิกตากว้าง พยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับพ่ายแพ้ให้กับความคุ้นเคยและสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจปลุกเร้า ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก กวาดต้อนความดื้อรั้นจนเธอกลายเป็นฝ่ายอ่อนระทวย มือหนาเลื่อนลงมาโอบเอวคอดกิ่วให้แนบชิด บดเบียดสรีระเข้าหากันจนไม่มีช่องว่าง ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ความแค้นที่เธอพยายามสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้อง พังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสอันเชี่ยวชาญและร้อนแรงของผู้ชายคนเดิม อคินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ดวงตาสีเข้มมองสำรวจใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบด้วยความพึงพอใจ "เกมที่คุณกับธันวาเล่น... มันจบลงแค่นี้แหละรินรดา" อคินกระซิบเสียงต่ำชิดใบหูแดงก่ำของเธอ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความลับบางอย่างที่ทำให้เธนขนลุกซู่ "เพราะพรุ่งนี้เช้า... คุณจะต้องย้ายกลับไปอยู่คอนโดของผม เพื่อความปลอดภัยของ 'ลูกชาย' เรา" รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ความลับที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดหลายเดือน... หลุดออกมาจากปากของอิศราราวกับเขารู้ความจริงทั้งหมดแล้ว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ดำดิ่งไปกับความเจ็บปวด และลุ้นระทึกไปกับเกมรักเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%