"กล้าดียังไงถึงมาเดินเตะฝุ่นอยู่ในเขตกักกันระดับห้า... เจ้าหนูหน้าใหม่"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวพ้นความมืดออกมา เผยให้เห็นสัญลักษณ์กิลด์รูป 'กางเขนเลือด' บนไหล่ขวา—สัญลักษณ์ของกิลด์ใหญ่อันดับหนึ่งที่คานน์จำได้แม่นยำว่าเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทรยศเขาในอดีต!
สัญชาตญาณของอดีตนักกีฬาอีสปอร์ตระดับประเทศพุ่งพล่าน ร่างกายของคานน์ขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวตามความจำกล้ามเนื้อ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงวิเคราะห์สถานะของคู่สนทนาในเสี้ยววินาที ผู้เล่นสวมเกราะหนักระดับท็อปประดับอัญมณีเวทมนตร์สีแดงฉาน เลเวลไม่ต่ำกว่าแปดสิบ และที่สำคัญที่สุดคือ... รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวตนของมันบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้มาเพื่อทักทายอย่างมิตร
"เขตกักกันซากโบราณสถานแห่งนี้ ถูกประกาศเป็นพื้นที่ห้ามเข้าสำหรับผู้เล่นเลเวลต่ำกว่าเจ็ดสิบ" ชายร่างใหญ่คนนั้นเอ่ยต่อ น้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจนขึ้นเมื่อกวาดตามองชุดเริ่มต้นของผู้เล่นใหม่บนตัวคานน์ "แกหลงทาง หรือว่าแอบลักลอบเข้ามาหาของดรอปกันแน่? รู้ไหมว่าโทษของการบุกรุกพื้นที่ในความดูแลของกิลด์โลหิตทมิฬคืออะไร?"
คานน์ไม่ได้ตอบทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ สมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ช่องว่างของเลเวลห้าสิบกว่าเลเวล อุปกรณ์สวมใส่ที่ต่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว และจำนวนคนที่อาจซุ่มอยู่มนเงามืด หากปะทะกันตรงๆ โอกาสรอดคือศูนย์เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน
แต่ในโลกของเกม... อัตราความน่าจะเป็นไม่เคยมีคำว่าเป็นไปได้ศูนย์ หากเรามองเห็นเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงล้ำ..." คานน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวที่อีกฝ่ายคาดหวังจะได้รับ ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังรอยต่อของเกราะหนักบริเวณหัวเข่าของอีกฝ่าย ซึ่งปรากฏร่องรอยความเสียหายจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับสูงมาก่อนหน้านี้ "เพียงแต่คิดว่า... คนที่บาดเจ็บจนระบบฟื้นฟูอัตโนมัติยังทำงานไม่เต็มที่อย่างคุณ ไม่น่าจะมาเสียเวลาจัดการผู้เล่นหน้าใหม่ด้วยตัวเองหรอกนะครับ"
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของชายสวมเกราะแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจที่เหยื่อไร้ทางสู้กลับกล้าวิเคราะห์จุดอ่อนของตนต่อหน้า
"สามหาว!" ชายคนนั้นคำรามลั่น ชักดาบเล่มยักษ์ออกจากฝักจนเกิดเสียงโลหะเสียดสีกันบาดแก้วหู "ปากดีนักนะ! งั้นฉันจะส่งแกกลับจุดเกิดสักรอบ เผื่อจะจำใส่กะโหลกไว้บ้างว่าที่นี่ใครเป็นเจ้าของ!"
ฉับพลัน ดาบเล่มโตก็ถูกเหวี่ยงเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง ทว่าในจังหวะที่คมดาบกำลังจะตัดผ่านอากาศมาถึงตัวคานน์นั้นเอง—
*คลิก*
เสียงดีดนิ้วเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดลึกเข้าไปในซากโบราณสถาน ท่ามกลางความตกใจของชายสวมเกราะ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขากลับเรืองแสงสีฟ้าครามของอักขระเวทมนตร์โบราณขึ้นมาอย่างกะทันหัน แรงโน้มถ่วงในรัศมีสามเมตรพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวจนร่างใหญ่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีด้วยเสียงดังสนั่น
"อึก! อะไรวะเนี่ย เวทบ้าอะไร?!" ชายคนนั้นสบถลั่น พยายามใช้ดาบยันพื้นเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น แต่ทว่ายิ่งขยับ แรงกดทับก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
คานน์เบิกAตาขึ้นเล็กน้อย เขารีบหันขวับไปมองยังต้นตอของเสียง ท่ามกลางเสาหินปรักหักพังและหมอกหนาทึบ ร่างระหงในชุดคลุมสีดำสนิทและฮู้ดคลุมศีรษะกำลังก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า รองเท้าบูทหนังส่งเสียงกระทบพื้นหินก้องกังวาน ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความมั่น and สง่างามที่สะกดทุกสายตา
กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณอันลึกลับแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ ลมหายใจของคานน์สะดุดไปชั่วขณะ แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้เงาฮู้ด แต่เขากจำน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขามนั้นได้เป็นอย่างดี
"การรังแกผู้เล่นใหม่ในเขตหวงห้าม... ดูเหมือนจะไม่ใช่กฎที่ระบุไว้ในข้อตกลงของสภาพันธมิตรนะ ท่านอัศวินแห่งกิลด์โลหิตทมิฬ"
เสียงหวานกังวานเอ่ยขึ้น ติดจะเยียบเย็นเล็กน้อย เธอหยุดยืนอยู่ข้างกายคานน์เว้นระยะห่างพอเหมาะ สายตาภายใต้เงาฮู้ดเหลือบมองผู้เล่นเลเวลสูงที่กำลังดิ้นรนด้วยความยากลำบากราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง
"แก... แกเป็นใครวะ! กล้าดียังไงมาสอดเรื่องของกิลด์โลหิตทมิฬ!" ชายสวมเกราะตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและแรงกดทับของเวทมนตร์
หญิงสาวไม่ตอบคำถาม เธอเพียงแค่ยกปลายนิ้วเรียวงามขึ้นมาแตะกลางอากาศเบาๆ แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ร่างของชายร่างใหญ่จะถูกแรงกระแทกปริศนาซัดกระเด็นหายลับไปในความมืดของซากโบราณสถาน พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนที่ค่อยๆ เงียบหายไปในที่สุด
ความเงียบสงบกลับคืนสู่พื้นที่อีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคานน์ที่ยืนนิ่งค้าง ทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดในหัวอย่างรวดเร็ว เธอคนนี้ช่วยเขาไว้อีกแล้ว... และเป็นการช่วยเหลือที่เหนือความคาดหมายทุกครั้ง
"มองอะไรอยู่หรือครับ เลเวลหนึ่ง?"
เสียงทุ้มหวานเอ่ยแซวเบาๆ พร้อมกับที่ลินค่อยๆ ปลดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นเรือนผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงจันทร์ และดวงตากลมโตคู่สวยที่มองตรงมายังเขาด้วยประกายพึงพอใจระคนขบขัน
"อาจารย์..." คานน์เอ่ยเรียกเบาๆ ความรู้สึกอึดอัดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระคนโล่งอก "ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่? และที่สำคัญ... เวทมนตร์เมื่อครรภ์นั้นไม่ใช่ระบบการเล่นพื้นฐานของเกมนี้แน่ๆ คุณเป็นใครกันแน่?"
ลินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เธอก้าวเข้าไปใกล้คานน์อีกนิดจนได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยมาแตะจมูก
"ฉันก็แค่... ผู้ชี้นำทางที่บังเอิญผ่านมาเห็นลูกศิษย์กำลังจะโดนรังแกเท่านั้นเองครับ คานน์" ลินจงใจใช้น้ำเสียงล้อเลียนสำนวนของเขาเอง "อีกอย่าง... พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่นายควรจะมาเดินเล่นคนเดียวหรอกนะ ถ้ายังไม่อยากตายก่อนจะได้แก้แค้นคนที่ทรยศนาย"
คำพูดนั้นทำให้คานน์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เงามืดในอดีตที่เขาพยายามปิดตายไว้ถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้งอย่างง่ายดาย "คุณ... รู้เรื่องนั้นได้ยังไง?"
"ฉันรู้มากกว่าที่นายคิด" ลินหันหลังให้ เธอมองลึกเข้าไปในเขตหวงห้ามเบื้องหน้า ซึ่งตอนนี้ปรากฏประตูมิติสีดำสนิทขนาดใหญ่กำลังค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้พื้นดินใต้เท้าคำรามลั่น "และถ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมด รวมถึงวิธีที่จะปีนกลับขึ้นไปเหยียบหัวพวกมัน... ก็จงพิสูจน์ให้ฉันเห็นซิว่า สมองของเซียนเกมสายวิเคราะห์คนนี้ มีดีแค่การหลบหนีหรือเปล่า"
สิ้นคำพูดของลิน หน้าต่างระบบสีทองอร่ามก็เด้งขึ้นตรงหน้าคานน์ทันที พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
[ระบบตรวจพบเงื่อนไขลับพิเศษ: ผู้เล่นคานน์ได้รับการยอมรับจาก 'ผู้ชี้แนะแห่งปฐพี']
[แจ้งเตือน: ปลดล็อกดันเจี้ยนระดับ SSS 'วิหารแห่งพันธสัญญาที่ถูกลืม' - พื้นที่ทดสอบเฉพาะตัว]
[คำเตือน: หากปฏิเสธ บัญชีผู้เล่นจะถูกรีเซ็ตกลับสู่ศูนย์ถาวรทันที!]
เซียนเกมสายวิเคราะห์กับอาจารย์สาวในโลกเสมือนขนาน•ตอนที่ 2
พบผู้ชี้แนะในเงามืด
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายวิเคราะห์กับอาจารย์สาวในโลกเสมือนขนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!