"หากเจ้าปรารถนาจะสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนัก ก็จงก้มลงกราบเท้าข้าเสีย ศิษย์สวะเช่นเจ้า... ไม่มีค่าพอจะครอบครองคัมภีร์อัคนีผลาญภพแม้แต่เศษเสี้ยว!"
เสียงเย้ยหยันบาดลึกดั่งคมมีดกรีดลงบนโสตประสาท เสียงหัวเราะก้องกังวานของบุรุษผู้หนึ่งดังสะท้อนอยู่ในมิติมืดมิดที่ไร้ซึ่งจุดจบ ทว่าในห้วงความทรงจำที่แตกกระจาย เย่เฉินสัมผัสได้เพียงความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ราวกับกระดูกทุกชิ้นในร่างกายถูกบดขยี้ด้วยค้อนยักษ์จากทัณฑ์สวรรค์
เย่เฉิน... มหาเทพผู้พิชิตแดนทักษิณ ผู้ครอบครองกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เคยหันปลายคมเข้าหาบัลลังก์ฟ้า บัดนี้ ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาไร้วิญญาณ กลิ่นอายเน่าเหม็นของซากศพและไอคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เขาไม่ได้อยู่ในร่างเทพเซียนที่สง่างามอีกต่อไป แต่เป็นร่างที่ผอมโซ เนื้อตัวอาบย้อมไปด้วยสีชาดที่แห้งกรังของศิษย์ชั้นนอกผู้ต่ำต้อยในสำนักเมฆาคล้อย
เขากระอักเลือดสีดำคล้ำออกมาคำหนึ่ง ความรู้สึกเย็นเยียบเข้าเกาะกุมหัวใจเมื่อสัมผัสได้ว่าเส้นชีพจรปราณในกายถูกทำลายจนย่อยยับ ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของพลังบำเพ็ญเพียร นี่คือความหยาบช้าที่ศิษย์น้องผู้ทรยศมอบให้... เพียงเพื่อจะแย่งชิงสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้ในโลกมนุษย์
"ข้า... ฟื้นขึ้นมาในร่างสวะงั้นหรือ?" เสียงของเขาสั่นพร่าแหบแห้ง ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจสั่งการที่หลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณ
เขายันกายขึ้นอย่างยากลำบาก รอยแผลฉกรรจ์บนอกซ้ายเตือนให้รู้ว่า ร่างนี้กำลังจะขาดใจตายในไม่กี่อึดใจ หากไม่ใช่เพราะความอาฆาตแค้นที่หล่อเลี้ยงดวงจิตมหาเทพเอาไว้ ป่านนี้คงกลายเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนในหุบเขานี้ไปนานแล้ว
เย่เฉินกวาดสายตามองรอบด้าน ผนังถ้ำชื้นแฉะที่มีคราบมอสเกาะกินส่งกลิ่นสาบสาง แสงจันทร์เล็ดลอดผ่านรอยแตกของหินผาเพียงน้อยนิด ทว่านั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่หน้าปากถ้ำ นางสวมชุดขาวสะอาดตาที่ดูแปลกแยกจากสถานที่อับชื้นนี้อย่างสิ้นเชิง เส้นผมสีเงินยวงทิ้งตัวสลวยถึงกลางหลัง กลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกเหมันต์ที่อบอวลอยู่รอบกายบ่งบอกถึงสถานะอันสูงส่งของนาง
หลี่มู่เหยียน... นางเซียนผู้เย็นชาที่เขารู้จักดีในฐานะคู่ปรับคนสำคัญของสำนัก
นางยืนหันหลังให้เขา นิ่งเงียบดุจรูปปั้นหิน ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนเย่เฉินรู้สึกหายใจติดขัด ปราณกระบี่อันคมกริบที่แผ่ออกมาจากร่างนางทำให้อากาศรอบข้างบิดเบี้ยว นางไม่ได้มาเพื่อสังหารเขา แต่ดูเหมือนนางกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
"เจ้ายังไม่ตาย" น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาของนางเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง "เย่เฉิน... ชื่อที่เปี่ยมด้วยความทะนงตน แต่กลับตกต่ำจนน่าสมเพชถึงเพียงนี้"
เย่เฉินกัดฟันแน่น ความอัปยศพุ่งพล่านเข้าสู่สมอง นางรู้ได้อย่างไรว่าเขาคือใคร? "เจ้าต้องการอะไร หลี่มู่เหยียน? จะมาซ้ำเติมข้าที่ตกอับ หรือจะมาเด็ดหัวข้าไปมอบให้สำนักเมฆาคล้อยเพื่อหวังรางวัลนำจับ?"
นางเซียนหมุนตัวกลับมา สายตาคมดุจน้ำแข็งมองสำรวจเขาตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะ ความรู้สึกที่ยากจะบรรยายฉายชัดในดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็นความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา นางยื่นมือที่ขาวเนียนดุจหยกออกมา ในมือนั้นมีไข่มุกโลหิตเม็ดหนึ่งที่เปล่งแสงสีแดงฉาน
"ข้าไม่ได้มาเพื่อเอาชีวิตเจ้า" นางก้าวเข้ามาใกล้ ความกดดันมหาศาลทำให้เย่เฉินต้องรีบใช้ปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดประคองตัว "ข้ามาเพื่อทำพันธสัญญาที่เจ้าเคยติดค้างข้าไว้เมื่อสามร้อยปีก่อน... บัดนี้เจ้าสิ้นไร้ไม้ตอก ร่างกายพังทลาย แต่จิตวิญญาณยังไม่ดับสูญ"
นางโน้มตัวลงมา ใบหน้าห่างจากเขาเพียงคืบ กลิ่นหอมเย็นนั้นทำให้สติของเย่เฉินพร่าเลือน "หากเจ้าต้องการจะหวนคืนสู่ยอดเขาที่เจ้าเคยเหยียบย่ำ หากเจ้าต้องการจะล้างแค้นคนที่ทรยศเจ้าด้วยมือของเจ้าเอง... จงดื่มกินไข่มุกโลหิตนี้เสีย"
เย่เฉินจ้องมองไข่มุกในมือของนางด้วยสายตาเยือกเย็น "แลกกับอะไร? ศักดิ์ศรีของข้า? หรือหัวใจของข้า?"
"แลกกับการเป็นกระบี่ในมือข้า" นางตอบเสียงเบา ทว่าก้องกังวานในหัวใจเขา "จนกว่าจะถึงวันที่เจ้าแข็งแกร่งพอจะพังทลายสวรรค์ชั้นที่เก้าได้ด้วยตัวเอง"
เย่เฉินกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นเทาเอื้อมไปรับไข่มุกนั้นมา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน กระแสพลังมหาศาลก็ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดประดุจถูกฉีกกระชากร่างกายด้วยสายฟ้าแล่นริ้วไปทั่วร่าง เขาแผดเสียงคำรามลั่นถ้ำ เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงภายนอกจนหินผาถล่มลงมา
ทว่าทันใดนั้นเอง... เงาสีดำทะมึนกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาปิดล้อมปากถ้ำเอาไว้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของยอดฝีมือนับสิบดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนที่คุ้นเคย
"พบร่องรอยมันแล้ว! ฆ่ามันทิ้งเสีย อย่าให้มันเหลือแม้แต่เศษกระดูกกลับไปรายงานเจ้าสำนัก!"
หลี่มู่เหยียนชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีครามสว่างวาบไปทั่วทั้งหุบเขา นางหันมามองเย่เฉินที่กำลังบิดเร่าด้วยความเจ็บปวดจากไข่มุกโลหิตพลางกระซิบเบาๆ
"จงซ่อนตัวอยู่หลังข้า... แล้วดูให้ดีว่า การร่ายรำกระบี่เพื่อปกป้องคนที่เจ้าเลือกนั้น มันงดงามเพียงใด"
กระบี่ของนางตวัดผ่านอากาศเพียงครั้งเดียว รัศมีกระบี่มหาศาลพุ่งเข้าหั่นร่างศัตรูที่อยู่หน้าถ้ำจนขาดกระจุยเป็นสองท่อนในพริบตาเดียว!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ 'เค้กวานิลลา' ในบทนำนี้ หวังว่าท่านจะพร้อมสำหรับโศกนาฏกรรมแห่งความรักและการล้างแค้นในตอนถัดไปนะคะ
กระบี่หวนคืนพิชิตใจเซียนไร้ลักษณ์•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากหุบเขาไร้วิญญาณ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หวนคืนพิชิตใจเซียนไร้ลักษณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
