เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 5

สามีผู้เงียบงันแต่ใส่ใจ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เสียงเคาะรองเท้าหนังคอมแบทกระทบพื้นดินอัดแน่นดัง "ปัง ปัง ปัง" สามครั้งซ้อน มันไม่ใช่เสียงเดินของชาวบ้านไร่ปลายนาทั่วไป แต่เป็นจังหวะก้าวที่มีระเบียบวินัยและเต็มไปด้วยอำนาจกดดัน ซึ่งมักมาพร้อมกับหมายเรียกหรือปัญหาใหญ่โตเสมอ หลินฮวาชะงักมือที่กำลังถือทัพพีไม้ไผ่ค้างไว้กลางอากาศ กลิ่นหอมฉุนของพริกหอมซานชอนและเครื่องเทศสิบสามชนิดที่กำลังเดือดปุดๆ ในหม้อดินเผายังคงลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นจากภายนอก นัยน์ตาหรี่แคบลงทันทีเมื่อกวาดสายตามองผ่านรอยแตกของบานประตูไม้เก่าๆ ออกไปเห็นเงาร่างในชุดเครื่องแบบสีเขียวมะกอกของเจ้าหน้าที่คอมมูนก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าลานบ้าน คนนำขบวนไม่ใช่ใครอื่น ไท่เฉิง ผู้ใหญ่บ้านจอมเจ้าเล่ห์ที่มักแวะเวียนมาหาผลประโยชน์จากบ้านสกุลจางเสมอ ด้านหลังของเขาคือสะใภ้ใหญ่จ้าวที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มสะใจ นางคงคิดว่านี่คือโอกาสทองที่จะพ렁พรูคำฟ้องร้องเพื่อเอาผิดหลินฮวาข้อหาลักลอบค้าขายของเถื่อนในตลาดมืด "หลินฮวา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ทางเราได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าบ้านของพวกเธอแอบซ่อนสิ่งผิดกฎหมายและกักตุนเสบียงเพื่อเก็งกำไร!" เสียงตะโกนแหบแห้งของไท่เฉิงดังทะลุประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจเพื่อนบ้าน ภายในห้องครัวที่อบอุ่น ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตื่นตระหนกบนใบหน้าของหลินฮวา นางวางทัพพีลงอย่างนุ่มนวล ราวกับเสียงเคาะประตูนั้นเป็นเพียงเสียงแมลงวันน่ารำคาญตัวหนึ่งเท่านั้น จางเหว่ยที่กำลังก้มหน้าซ่อมแซมขาเก้าอี้ไม้ด้วยเครื่องมือเก่าๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่ซ่านไอเย็นยะเยือกออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบใต้คิ้วหนาดุดันมองตรงไปที่ประตูบ้านด้วยแววตาวาวโรจน์ เขาไม่เคยพูดมาก แต่ท่าทีที่ก้าวมาบังร่างของหลินฮวาไว้ครึ่งตัว แสดงออกถึงความปกป้องอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำหวานสักแอะ หลินฮวายื่นมือเรียวไปแตะที่แขนเสื้อของสามีเบาๆ สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่น นางส่งยิ้มบางๆ ให้เขาเพื่อส่งสัญญาณว่า "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน" ก่อนจะเดินไปปลดกลอนประตูไม้ด้วยความมั่นใจ แอด... ประตูเปิดออก เผยให้เห็นแสงแดดยามสายที่สาดส่องกระทบฝุ่นละอองในอากาศ ไท่เฉิงยืดอกขึ้นด้วยความลำพองใจ ขณะที่สะใภ้ใหญ่จ้าวรีบแทรกตัวเข้ามาใกล้เพื่อจะชะเง้อคอมองเข้าไปในครัว แต่หลินฮวาได้ก้าวออกมายืนขวางทางไว้เสียก่อน ร่างโปร่งในชุดผ้าฝ้ายสีเรียบแต่สะอาดสะอ้านกลับมีรัศมีที่ทำให้คนตรงข้ามต้องชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว "ผู้ใหญ่บ้านไท่ ลมอะไรหอบท่านมาถึงเรือนหลังเขาที่ยากจนของพวกเราได้แต่เช้าเชียวคะ? หรือว่าเสบียงในยุ้งฉางของท่านหมด จนต้องมาเดินตรวจตราความเรียบร้อยของชาวบ้านตาดำๆ ถึงที่นี่" หลินฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำกลับเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ ไท่เฉิงหน้าตึงขึ้นมาทันที เขาแค่นเสียงฮึดฮัด "หลินฮวา อย่ามาทำปากดี! มีคนเห็นหล่อนแบกตะกร้าใหญ่เข้าออกป่าหลังเขาบ่อยครั้งช่วงนี้ และยังมีกลิ่นอาหารรสจัดลอยออกมาจากบ้านหลังนี้ทุกค่ำคืน ทั้งที่ครอบครัวพวกเธอควรจะยากจนข้นแค้นจนไม่มีข้าวกิน นั่นมันหมายความว่าอย่างไร? หล่อนต้องแอบลักลอบทำ 'ตลาดสีดำ' แน่ๆ!" สะใภ้ใหญ่จ้าวรีบเสริมขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงแหลมสูง "ใช่แล้วค่ะท่านผู้ใหญ่บ้าน! ฉันเห็นกับตาว่านังนี่มันแอบซ่อนแป้งสาลีขาวและเนื้อสัตว์ชั้นดีไว้ในบ้าน ปล่อยไว้ไม่ได้หรอกนะคะ พวกเราในคอมมูนต้องอดอยาก แต่นังนี่กลับร่ำรวยอยู่คนเดียว แบบนี้มันเหยียบย่ำนโยบายส่วนรวมชัดๆ!" หลินฮวาไม่ได้แสดงท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ยกมือขึ้นกอดอก มุมปากยกยิ้มเยาะหยันขึ้นเล็กน้อย สายตากวาดมองสำรวจเจ้าหน้าที่คอมมูนสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งดูจากสีหน้าแล้วไม่ได้เต็มใจมานัก แต่จำใจต้องทำตามหน้าที่เพราะแรงกดดันของไท่เฉิง "อ๋อ... ที่แท้ก็ใช้คำกล่าวหาลอยๆ ของคนปากหอยปากปูมาเป็นข้ออ้างในการบุกรุกเคหสถานของชาวบ้านนี่เอง" หลินฮวาปรายตามองสะใภ้ใหญ่จ้าวด้วยแววตาเยียบเย็น จนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งเฮือกถอยหลังไปครึ่งก้าว "ผู้ใหญ่บ้านไท่คะ กฎหมายของรัฐบาลระบุไว้อย่างชัดเจนว่าการตรวจค้นบ้านเรือนราษฎรจำเป็นต้องมีหมายค้นที่ลงนามอย่างถูกต้อง หรือหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ใช่การฟังคำนินทาจากคนที่หวังจะกลั่นแกล้งกันเพราะความอิจฉาริษยา ถ้าท่านไม่มีหมายค้นในมือ เกรงว่าการก้าวล่วงเข้ามาในเขตบ้านของฉันตอนนี้ จะกลายเป็นความผิดฐานบุกรุกเคหสถานนะคะ" คำพูดที่ฉาดฉานและอ้างอิงกฎหมายอย่างแม่นยำทำเอาไท่เฉิงหน้าถอดสี เขาเป็นเพียงผู้ใหญ่บ้านระดับรากหญ้า แม้จะมีอำนาจในท้องถิ่น แต่ก็ไม่กล้ามีปัญหากับข้อหาละเมิดกฎหมายบ้านเมืองหากเรื่องนี้บานปลายขึ้นไปถึงอำเภอ ทว่า ก่อนที่ไท่เฉิงจะทันได้แก้เกี้ยว จางเหว่ยที่ยืนนิ่งมาตลอดก็ก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่บังแสงแดดจนเกิดเงาทาบทับร่างของทุกคน ความเงียบอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านออกจากตัวเขาโดยไม่ต้องเปล่งเสียงสักแฉะ เจ้าหน้าที่คอมมูนทั้งสองคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ดุดันรากับพยัคฆ์ซุ่มของชายหนุ่ม ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝุ่นตลบก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ นอกรั้วบ้าน ร่างของหญิงชราคนหนึ่งในชุดผ้าเก่าขาดวิ่นกำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบซีดเผือด นางคือป้าฮุ่ย เพื่อนบ้านผู้แสนดีที่มักจะแอบเอาผักป่ามาแลกกับน้ำแกงของหลินฮวาอยู่เป็นประจำ "ผู้ใหญ่บ้าน! แย่แล้วค่ะ! ทางอำเภอ... ทางอำเภอส่งรถบรรทุกสินค้ากำลังมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านเราแล้วค่ะ!" เสียงร้องตะโกนของป้าฮุ่ยทำให้ทุกคนชะงักงัน ไท่เฉิงขมวดคิ้วมุ่น "รถบรรทุกจากอำเภอ? มาทำไมตอนนี้?" ป้าฮุ่ยหอบหายใจจนตัวโยน ชี้มือไปทางถนนใหญ่ด้วยความตื่นตระหนก "พวกเขาลือกันสนั่นว่า... ท่านรองหัวหน้าเขตการค้าพิเศษจากตัวเมือง กำลังเดินทางมาตรวจสอบคุณภาพเครื่องเทศและอาหารแปรรูปสูตรพิเศษที่ส่งออกไปยังตลาดการค้าเสรี และเป้าหมายที่พวกเขาตามหา... ก็คือบ้านหลังนี้แหละค่ะ!" สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท สะใภ้ใหญ่จ้าวอ้าปากค้างจนแทบกรามค้าง ส่วนไท่เฉิงหันขวับมามองหลินฮวาด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดที่ฉายชัดในแววตา หลินฮวายังคงยืนสงบนิ่ง รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหันไปสบตากับจางเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างกาย ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร แต่เอื้อมมือหนามาโอบไหล่บางของนางไว้เบาๆ เป็นการกระทำที่หนักแน่นและอบอุ่นยิ่งกว่าคำพูดใดในโลก และในวินาทีนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกคันใหญ่ก็แล่นมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านสกุลจาง พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสากลภูมิฐานผู้หนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถ... --- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรสชาติชีวิตอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ หวังว่าจะติดใจในความฟินและสะใจบทนี้นะคะ!* — **หลินฮวายุคปฏิรูป**
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%