“ตราประทับสีแดงชาดนี้… เป็นของจริงแท้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ สหายหลิน”
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของสหายเจ้าหน้าที่กรมอุตสาหกรรมเบื้องหน้า ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองแขกบ้านพักรับรองมณฑล เอกสารแผ่นหนาที่ประทับตราครั่งสีแดงสดถูกเลื่อนมาตรงหน้า หลินฮวาไม่ได้รีบร้อนหยิบมันขึ้นมาทันที ดวงตาคู่คมกวาดตามองตัวอักษรจีนตัวบรรจงบนกระดาษอย่างพินิจพิจารณา หัวใจที่เคยเต้นระรัวยามเผชิญหน้ากับความกดดัน ค่อยๆ สงบนิ่งลงราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ไร้แรงลม
โอกาสระดับประเทศที่ใครหลายคนยอมเอาอนาคตทั้งชีวิตแลกมา บัดนี้กำลังนอนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอแล้วค่ะ
“ขอบพระคุณท่านหัวหน้ากัวที่เมตตาและให้เกียรติค่ะ” หลินฮวาเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ รอยยิ้มนั้นไม่ได้กว้างจนเกินงาม แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ข้าราชการระดับสูงจากเมืองหลวงถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เธอลากสังขารและหอบหิ้วตระกร้าเครื่องเทศกลิ่นฉุนเข้าสู่ตลาดมืดในยุคที่การค้าขายยังถูกมองว่าเป็น ‘หางทุนนิยม’ จนกระทั่งสามารถสร้างอาณาจักรขนาดย่อมขึ้นหลังเขาได้สำเร็จ ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและกลอุบายอันแยบคายสักเพียงใด
และแน่นอน… บรรดาญาติผู้พี่และแม่สามีจอมสูบเลือดที่เคยมาอาละวาดถึงหน้าประตูบ้าน เพื่อหวังจะฮุบสูตรลับเครื่องเทศสูตรโบราณ ป่านนี้คงกำลังนั่งกัดฟันกรวดด้วยความแค้นเคือง อยู่ที่ลานหมู่บ้านเป็นแน่ค่ะ
ขณะที่หลินฮวากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารสัญญาเพื่อลงนาม เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือใหญ่ที่วางลงบนไหล่บางเบาๆ จางเหว่ยไม่ได้กล่าวคำใด เขาเพียงแค่ยืนนิ่งเป็นภูเขาผาเคียงข้างเธอตามเช่นเคย ชายหนุ่มผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ไอ้ใบ้ไร้ค่า’ บัดนี้แผ่นหลังกว้างนั้นเหยียดตรง สวมเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านที่ภรรยาเป็นคนเลือกให้ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้ตรวจการจากเมืองหลวงด้วยแววตาระวังภัย แต่มั่นคงราวกับพร้อมจะปกป้องภรรยาจากทุกสิ่งอัน
“สามีฉัน… เขาเป็นห่วงค่ะ เลยตามมาดูแลไม่ห่าง” หลินฮวาเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับหันไปสบตากับสามีด้วยความหมายลึกซึ้ง เคมีระหว่างคนทั้งคู่ไม่ได้หวานเลี่ยนจนเอียน แต่เป็นความผูกพันที่หล่อหลอมผ่านความยากลำบาก เคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าฟันความอยุติธรรมในยุคสมัยที่พลิกผันมาร่วมกัน
“ดี! สามีภรรยาคอยเกื้อหนุนกันเช่นนี้แหละ ถึงจะเรียกว่าสร้างครอบครัวที่แท้จริง” หัวหน้ากัวหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะผลักปากกาหมึกซึมด้ามทองให้ “เซ็นชื่อเสียเถอะสหายหลิน ทางการต้องการ ‘ผงพะโล้ลับสูตรบูรพา’ ของเธอ ไปจัดแสดงในงานมหกรรมสินค้านานาชาติที่กำลังจะจัดขึ้นที่ปักกิ่ง นี่คือโอกาสที่จะทำให้เครื่องเทศบ้านป่าของคุณก้าวขึ้นสู่ระดับประเทศอย่างเต็มตัว!”
ระดับประเทศ!
คำๆ นี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ในยุค 70-80 ที่ทุกอย่างถูกควบคุมอย่างเข้มงวด การได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นเพื่อไปสู่สายตาชาวโลก หมายถึงการคุ้มครองจากเบื้องบน และความมั่งคั่งที่ประเมินค่าไม่ได้ บรรดาตระกูลจางสายหลักที่เคยเหยียดหยามขับไล่พวกเขา หากรู้ข่าวนี้เข้า คงจะอกแตกตายด้วยความริษยาจนต้องวิ่งแจ้นมากราบกรานขอส่วนบุญเป็นแน่แท้
หลินฮวาหยิบปากกาขึ้นมา ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษอย่างมั่นคง ทว่า… ในวินาทีที่เธอกำลังจะจรดลายมือชื่อลงไปนั้นเอง เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังปึงปังขึ้นอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงที่คุ้นหูเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุกยามเช้า
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังตัวดี หล่อนกล้าดียังไงถึงแอบมาฮุบสมบัติลับคนเดียว! เปิดประตูนะยะ!”
เสียงของป้าสะใภ้ใหญ่ผู้โลภมากแผดดังลั่นทะลุเข้ามาในห้องรับรอง ตามด้วยเสียงทุบประตูซ้ำๆ จนฝุ่นร่วงกราว หัวหน้ากัวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ สีหน้าของข้าราชการระดับสูงจากเมืองหลวงบึ้งตึงขึ้นทันที “เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น? ที่นี่คือเขตราชการ เหตุใดจึงมีคนไร้มารยาทมาส่งเสียงโวยวายเช่นนี้!”
หลินฮ่าวางปากกาลงช้าๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งยามเหมันต์ เธอหันไปสบตากับจางเหว่ยที่ตอนนี้ดวงตาคมกริบทอประกายอำมหิตขึ้นมาวับหนึ่ง ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยพร้อมที่จะก้าวออกไปจัดการปัญหา
“ไม่ต้องค่ะสามี…” หลินฮวายกมือขึ้นแตะแขนเขาเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่นเด็ด “ในเมื่อพวกเขานั่งไม่ติดจนต้องวิ่งมาหาความอับอายถึงถิ่น… เราก็ควรจะเปิดประตูต้อนรับ ‘ญาติผู้แสนดี’ เหล่านี้เสียหน่อยนะคะ”
เธอหันไปโค้งศีรษะให้หัวหน้ากัวอย่างสุภาพ “ขอประทานอภัยด้วยค่ะท่านหัวหน้า พอดีว่ามี ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ มาเคาะประตูต้อนรับความสำเร็จของเราถึงที่… เชิญพวกเขาเข้ามาดูด้วยตาตัวเองเถอะค่ะ ว่าสิ่งที่พวกเขาเคยดูถูกขว้างทิ้ง บัดนี้มันกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาจะเอื้อมถึงได้อย่างไร”
หัวหน้ากัวพยักหน้ารับด้วยความสนใจ “เปิดประตูให้พวกเขาเข้ามา ให้ข้าดูซิว่าคนกลุ่มไหนกล้ามาอาละวาดในเขตอำนาจของกระทรวงอุตสาหกรรม”
ประโยคคำสั่งถูกถ่ายทอดออกไปไม่นาน ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ป้าสะใภ้ใหญ่และแม่สามีที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภและโกรธเกรี้ยวพุ่งพรวดเข้ามาในห้องราวกับคนเสียสติ ทว่าเมื่อพวกเขากวาดสายตามาเห็นเอกสารตราประทับสีแดงฉานบนโต๊ะ และภาพของข้าราชการระดับสูงจากเมืองหลวงที่นั่งมองด้วยสายตากดดัน ทั้งสองก็ถึงกับผงะ ถอยหลังกรูดด้วยความตกตะลึงจนเกือบล้มคะมำ
หลินฮวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเสื้อผ้าฝ้ายตัดเย็บอย่างประณีตส่งเสริมให้เธอดูลุ่มลึกและทรงอำนาจขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เธอก้าวเข้าไปใกล้คนทั้งสองช้าๆ พลางโน้มตัวลงกระซิบบางเบาที่ข้างหู จนคนฟังหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
“ยินดีต้อนรับสู่… จุดเปลี่ยนของโชคชะตาค่ะ แม่สามี”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความแซ่บและกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศในทุกๆ ตอนนะคะ!
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 30
จุดเปลี่ยนของโชคชะตา
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!