เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 25

คนทรยศใกล้ตัว

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"เงินมัดจำห้าสิบหยวนในลิ้นชักโต๊ะบัญชี... หายไปไหนเสียล่ะอาเฉียง?" เสียงของหลินฮวาดังขึ้นเรียบเรื่อย ไม่ได้ตวาด ไม่ได้ขึ้นเสียงสูง แต่กลับทำให้บรรยากาศภายในห้องเก็บเครื่องเทศอบอวลกลิ่นพริกเสฉวนคั่วแห้งและโป๊ยกั๊กพลันเย็นเยียบลงถนัดตา หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตา ปักลายดอกเหมยเล็กๆ ที่ปลายแขน ยืนพิงกรอบไม้เก่า กอดอกมองชายหนุ่มร่างผอมเกร็งที่กำลังหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด จางเฉียง ลูกจ้างหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ที่ครอบครัวฝากฝังให้มาช่วยงานในโรงงานทำเครื่องเทศย้อนยุคหลังเขา กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือที่ถือสมุดบัญชีสั่นเทาจนกระดาษส่งเสียงกรอบแกรบ "ละ... หลินฮวา พี่สะใภ้รอง! ท่านพูดเรื่องอะไรกันเล่า ผมจะไปรู้เรื่องเงินห้าสิบหยวนนั่นได้ยังไง อาจจะ... อาจจะมีคนแอบย่องเข้ามาขโมยตอนดึกก็ได้นะครับ!" "คนแอบย่องเข้ามาอย่างนั้นหรือ?" หลินฮวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบราวกับมีเข็มเงินเล่มเล็กๆ มาจ่ออยู่ที่ต้นคอ "กลอนประตูลงกลอนจากด้านใน หน้าต่างทุกบานใส่ลิ่มไม้แน่นหนา รอยเท้าเปื้อนโคลนหน้าโต๊ะบัญชีก็เป็นลายรองเท้าผ้าใบยางหล่อพื้นยางลายตารางหมากรุก ซึ่งถ้าฉันจำไม่ผิด... นายเพิ่งซื้อมาจากสหกรณ์อำเภอเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่ใช่หรือจางเฉียง?" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางกระหม่อม จางเฉียงทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดินอัดแน่น สติหลุดลอย ดวงตาเบิกโพ้าง "พี่สะใภ้... ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจนะ! คือว่า..." "ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ บัญชีลับสูตรผงพะโล้สูตรพิเศษสามสุกที่นายแอบคัดลอกใส่กระดาษไข แล้วส่งมอบให้คนของตระกูลเฉินที่ร้านค้าสหกรณ์ตำบลเมื่อวานนี้... นายจะอธิบายว่ามันคืออะไรดีล่ะ?" เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดังขึ้นจากด้านนอกประตู จางเหว่ยสามีหนุ่มผู้เงียบขรึมก้าวเข้ามาในห้อง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเกตสีเขียวขี้ม้าของทหารปลดประจำการแผ่ไอเย็นเยือกและแรงกดดันมหาศาล เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ เพียงแค่วางห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ข้างในบรรจุเศษกระดาษจดสูตรลับและธนบัตรยับยี่สิบหยวนหลายใบลงตรงหน้าจางเฉียง หลินฮวาย่อตัวลง นั่งยองๆ เสมอระดับสายตาของลูกจ้างทรยศ แววตาของเธอฉายแววผิดหวังเจือความเยียบเย็น สมัยนี้การหาเงินในยุค 70-80 ไม่ใช่เรื่องง่าย หยดเหงื่อทุกหยดที่แลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการปรุงรสชาติในมิติลับ ถูกคนใกล้ตัวเอาไปขายให้คู่แข่งอย่างไร้จรรยาบรรณ ช่างน่ารังเกียจเสียจริง "นายรู้ไหมจางเฉียง... กว่าฉันจะคิดค้นอัตราส่วนสมุนไพรจีนเหล่านี้ลงตัว ต้องลองผิดลองถูกทิ้งวัตถุดิบไปเท่าไหร่ นายกินข้าวหม้อเดียวกับเรา อาศัยชายคาบ้านหลังนี้ ป่วยไข้เราก็หายาให้กิน แต่พอนายได้ดี มีเงินเดือนประจำ แถมยังได้เรียนรู้เทคนิคการคั่วเครื่องเทศระดับสูง นายกลับเลือกที่จะแทงข้างหลังเราเพื่อเงินก้อนโตจากตระกูลเฉิน" "ผม... ผมแค่... แม่ผมป่วยหนักต้องใช้เงินกักตุนยาฉีดอินซูลินจากเมืองใหญ่ พวกเขากดดันผม พวกเขาขู่ว่าจะไล่ที่นาของครอบครัวเรา!" จางเฉียงปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสมเพช น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม "ความกตัญญูไม่ใช่ข้ออ้างในการทำลายความซื่อสัตย์" หลินฮวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิต "พรุ่งนี้เช้า เชิญนายไปพบผู้ใหญ่บ้านเพื่อเคลียร์เรื่องสัญญาจ้างและค่าเสียหาย ส่วนตอนนี้... เชิญออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะให้จางเหว่ยแจ้งตำรวจข้อหาลักทรัพย์และจารกรรมความลับทางการค้า" จางเฉียงสะดุ้งสุดตัว รู้ดีว่ายุคสมัยนี้กฎหมายเริ่มเข้มงวดเรื่องเศรษฐกิจเสรีและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา หากขึ้นโรงขึ้นศาลอนาคตเขาดับวูบแน่นอน เขาคลานเข้าไปหมายจะกอดขาจางเหว่ยเพื่อขอความเห็นใจ แต่ถูกสายตาดุดั่งพญาอินทรีของชายหนุ่มปรามไว้จนต้องชะงัก ถอยร่นด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปจากบ้านราวกับสุนัขจนตรอก ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องเก็บเครื่องเทศอีกครั้ง หลินฮวาถอนหายใจยาวเหยียด ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ทำให้เรียวคัวขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย จางเหว่ยเอื้อมมือหนาหยาบกร้านจากการทำงานมาโอบไหล่บางของภรรยาไว้เบาๆ ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาเยียวยาความหงุดหงิดในใจเธอ "เหนื่อยไหมฮวาฮวา?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามอย่างอ่อนโยน มีเพียงเวลาอยู่กันตามลำพังเท่านั้นที่ชายหนุ่มผู้นี้จะแสดงความอ่อนหวานออกมาให้เห็น "เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ แต่ที่เจ็บใจมากกว่าคือพวกตระกูลเฉินต่างหาก สลัดไม่หลุดจริงๆ คอยแต่จะแว้งกัดเราลับหลังตลอดเวลาแบบนี้..." หลินฮวาเอียงศีรษะซบไหล่กว้างของสามีสูดกลิ่นอายความสะอาดและกลิ่นอานิสงส์ของแดดอ่อนๆ จากตัวเขา "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง พรุ่งนี้ผมจะไปเคลียร์กับทางตระกูลเฉินให้จบเรื่อง" จางเหว่ยกล่าวด้วยแววตากร้าวขึ้นวูบหนึ่ง ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้พูดคุยอะไรกันมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านขายเครื่องเทศก็ดังขึ้นรัวเร็วผิดปกติ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโهاกฮากด้วยความตื่นตระหนกของป้าชุนผู้เป็นเพื่อนบ้านละแวกนั้น "หลินฮวา! จางเหว่ย! ออกมาดูเร็วเข้า! แย่แล้ว..." ป้าชุนหอบหายใจตัวโยน ใบหน้าซีดเผือกเมื่อผลักประตูเข้ามา "ที่... ที่หน้าปากซอย มีคนจากอำเภอเอาป้ายประกาศมาติด แถมยังมีเจ้าหน้าที่สหกรณ์มาโหล่ๆ แถวร้านหม้อไฟของเรา บอกว่า... บอกว่าเครื่องเทศของเรามีปัญหา มีสารปนเปื้อนร้องเรียน!" หลินฮวาผละออกจากอ้อมกอดของสามีทันที ประกายตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก *สารปนเปื้อนอย่างนั้นหรือ? ช่างเล่นใหญ่และรวดเร็วจริงนะ... ตระกูลเฉิน* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวามาโดยตลอดนะคะ / หลินฮวายุคปฏิรูป
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%