แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 11

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟีนอลในห้องชันสูตรยามวิกาลไม่เคยเป็นมิตรกับใคร แต่มันคืออากาศบริสุทธิ์ที่สุดสำหรับพาทิศ ในขณะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างวาบด้วยภาพสแกนสามมิติของรอยแผลบนกระดูกซี่โครงจากศพรายล่าสุด ญาณิศากลับยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของพวกเขาเองในความมืดสลัว "คุณกำลังใช้ตรรกะทางการแพทย์ปฏิเสธสัญชาตญาณของมนุษย์อีกแล้วนะครับ พาทิศ" น้ำเสียงของนักจิตวิทยาอาชญากรราบเรียบแต่นิ่งสนิท ทว่าซ่อนแรงกระเพื่อมราวกับผิวน้ำที่ถูกหย่อนก้อนหินลงไป แม้เธอจะไม่ได้หันกลับมามอง แต่พาทิศรู้ดีว่าเงามืดใต้ดวงตาคู่สวยนั้นไม่ได้เกิดจากการอดนอน หากแต่เกิดจากความตึงเครียดที่ถูกสะสมมาตั้งแต่คดีแรก พาทิศวางเครื่องมือสแตนเลสลงบนถาด เสียงกระทบกันเบาๆ สะท้อนกังวานในความเงียบ เขาถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะสาวเท้าย่างสามขุมเข้าไปใกล้ร่างบางที่ยืนกอดอกแน่น "วิทยาศาสตร์ไม่ได้ปฏิเสธสัญชาตญาณ ญาณิศา... แต่วิทยาศาสตร์กรองเอาความกลัวออกจากข้อเท็จจริง" พาทิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสงบ แต่แฝงความดุดันตามแบบฉบับของแพทย์นิติเวชผู้ผ่านซากศพมานับร้อย "และสิ่งที่คุณกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่สัญชาตญาณมืออาชีพ แต่มันคือความตื่นตระหนกที่คุณกำลังอนุญาตให้ฆาตกรเข้ามามีอิทธิพลเหนือจิตใจ" ญาณิศาหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความท้าทายและอารมณ์ที่ถูกกดทับ "คุณคิดว่าฉันกลัวเหรอ?" เธอย่างเข้าประชิด พยายามรักษาความเยือกเย็นที่เริ่มสั่นคลอน "ฆาตกรไม่ได้กำลังเล่นเกมจิตวิทยากับฉันคนเดียวหรอกครับ... มันกำลังเล่นกับเราทั้งคู่ และที่สำคัญที่สุด มันกำลังหัวเราะเยาะความมั่นใจอันเปราะบางของคุณ บนโต๊ะผ่าตัดนั่น" ก่อนที่พาทิศจะได้โต้แย้งด้วยหลักการทางตรรกะ เสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นๆ จากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงนั้นบาดลึกราวกับเสียงกรีดกระจก *พิ้ง!* ญาณิศาชะงัก สายตาคมกริบกวาดมองไปยังโทรศัพท์เครื่องนั้นทันIที พาทิศขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณดิบเถื่อนของนายแพทย์ผู้ผ่านคดีฆาตกรรมอำมหิตสั่งให้เขาก้าวเข้าไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ญาณิศากลับชิงคว้ามันตัดหน้าเสียก่อน นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามกดปลดล็อกหน้าจอ แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนลงบนใบหน้าซีดเผือดของเธอ ในห้องชันสูตรที่อุณหภูมิต่ำกว่าสิบแปดองศาเซลเซียส ญาณิศากลับรู้สึกราวกับถูกโยนเข้าสู่กองเพลิง ข้อความสั้นๆ ปรากฏเด่นหราบนหน้าจอ ไร้ชื่อผู้ส่ง แต่ระบุพิกัดและรายละเอียดที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก *[คุณยืนอยู่หน้ากระจกบานเดิม... หันหลังกลับไปสิครับ ญาณิศา ดอกไม้สีขาวดอกนั้นสวยงามดีนะ แต่น่าเสียดายที่มันกำลังจะเหี่ยวเฉาในอีกไม่ช้า เช่นเดียวกับลมหายใจของคุณ]* พาทิศเห็นความเปลี่ยนแปลงทางกายภาษานี้ทันที ม่านตาของเธอขยายกว้าง กล้ามเนื้อลำคอเกร็งตัว และอัตราการเต้นของชีพจรพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด—นี่คือปฏิกิริยาของเหยื่อที่ตระหนักว่า "ผู้ล่า" กำลังยืนหายใจรดต้นคอ "มันว่าอย่างไร?" พาทิศถาม เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคมขึ้นในเสี้ยววินาที รังสีความเยือกเย็นถูกแทนที่ด้วยความดุดันของผู้พิทักษ์ความจริง ญาณิศายังคงนิ่งงัน ราวกับถูกตรึงไว้กับที่ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองกระจกบานใหญ่สะท้อนห้องชันสูตรที่ว่างเปล่า... ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขา "มันไม่ได้ส่งมาหาฉันในฐานะนักจิตวิทยา..." ญาณิศากระซิบ เสียงแหบพร่าสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว "แต่มันส่งมาในฐานะ... คนที่มันกำลังจ้องมองอยู่จริงๆ ในวินาทีนี้" พาทิศไม่รอช้า เขาก้าวพรวดไปที่แผงควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของสถาบันนิติเวช นิ้วมือรัวพิมพ์คำสั่งเพื่อเรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังแบบเรียลไทม์ หน้าจอมอนิเตอร์หลักสลับภาพจากโถงทางเดิน ลิฟต์ และลานจอดรถอย่างรวดเร็ว "ระบบรักษาความปลอดภัยของเราเชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์หลัก ไม่มีใครสามารถเจาะเข้ามาได้ง่ายๆ เว้นแต่..." พาทิศหยุดพูดชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อกวาดมองหน้าจอที่กำลังแสดงภาพกล้องวงจรปิดมุมอับสายตาที่เชื่อมต่อกับห้องชันสูตร บนจอภาพที่ 4 มุมขวาส่าง... ภาพเงาดำตะคุ่มของชายสวมเสื้อคลุมกันหนาวมีฮู้ดสีดำสนิทกำลังยืนนิ่งสงบอยู่หน้าประตูห้องชันสูตร มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือ ส่วนอีกข้าง... กำลังยกขึ้นเคาะกระจกเบาๆ สามครั้ง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะกระจกแผ่วเบาดังมาจากด้านนอกของห้องชันสูตรจริงๆ ไม่ใช่แค่ในจินตนาการ ทั้งพาทิศและญาณิศาหันขวับไปมองบานกระจกใสที่กั้นระหว่างห้องควบคุมกับทางเดินมืดมืดทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดฮู้ดสีดำยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นภายใต้แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ใบหน้าของมันถูกซีกเงาดำอำพรางไว้จนมองไม่เห็น ทว่ามุมปากที่ยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียมผ่านกระจกเงาสะท้อนนั้น... กำลังส่งสาส์นท้าทายตรงมายังพวกเขาอย่างชัดเจน พาทิศกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สัญชาตญาณความเป็นชายและแพทย์นิติเวชปะทุขึ้นพร้อมกัน เขาพุ่งตัวไปที่ประตูเพื่อจะออกไปกระชากคอมardของไอ้โรคจิตนอกห้อง แต่มือเรียวของญาณิศากลับคว้าต้นแขนเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแต่ดึงสติเขาให้หยุดชะงัก "อย่า... พาทิศ นั่นคือกับดัก" เธอเตือนเสียงสั่น พาทิศหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นลุกโชนด้วยไฟโทสะและสัญชาตญาณดิบ "ถ้าเราไม่เปิดประตูออกไปต้อนรับมันตอนนี้..." พาทิศโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงพลัง และเฉียบขาดจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เราอาจจะเป็นฝ่ายถูกมันพาลงไปนอนบนโต๊ะผ่าตัดแทนนะครับ" แสงไฟในห้องชันสูตรกะพริบวูบดับลงพร้อมกันทั้งหมด เหลือเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ส่องสว่างใบหน้าของทั้งคู่ในความมืดมิด... และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังเดินห่างออกไป พร้อมกับเสียงกระซิบผ่านเครื่องรับสัญญาณฉุกเฉินที่ดังขึ้นในความเงียบงัน *[เกมเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นครับ... คุณหมอ]* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%