เสียงล็อกกลอนประตูห้องสตูดิโอดัง ‘คลิก’ หนักแน่น จนทำให้คนที่ยืนกอดอกหน้าบึ้งอยู่ต้องสะดุ้งสุดตัว พินพินหันขวับกลับมามองต้นเสียงทันที ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนหนาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าร่างสูงโปร่งของกวินกำลังยืนพิงแผ่นหลังติดบานประตู กีดขวางทางออกเดียวที่มีในตอนนี้อย่างจงใจ
“ล็อกทำไมคะคุณกวิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ นี่มันกักขังหน่วงเหนี่ยวนะคะ ฉันจะฟ้องร้องคุณฐานละเมิดสิทธิส่วนบุคคล!” พินพินแหวเสียงสูง มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อฮู้ดออกมากดๆ จิ้มๆ อย่างลิบลน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลในวัดร้าง ยิ่งนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เขาฉุดกระชากลากถูเธอฝ่าวงล้อมนักข่าวและแฟนคลับนับร้อยชีวิตหนีขึ้นมาบนตึกนี้ได้ ใบหน้าร้อนผ่าวก็พาลจะระเบิดให้ได้
“ฟ้องเลยค่ะ พี่มิกซ์โมเดอเรเตอร์สุดที่รักของคุณคงกำลังวิ่งหน้าตั้งขึ้นลิฟต์มาช่วยอยู่ห่างๆ โน่นแหละ… แต่เกรงว่ากว่าเขาจะฝ่าดงตากล้องข้างล่างขึ้นมาถึงชั้นสิบห้า คุณอาจจะโดนผม ‘กินหัว’ ไปรอบนึงก่อนแล้วมั้งคะพินพิน”
กวินลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะกวนประสาทนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน เขาค่อยๆ สาวเท้าเดินเข้าหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในชุดฮู้ดสีดำสนิททำให้ห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัดที่เต็มไปด้วยไฟไลฟ์สตรีมและไมโครโฟนดูแคบลงไปถนัดตา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นฝนอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสของพินพินตื่นตัวจนต้องถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์ไลฟ์สตรีม
“ถอยไปเลยนะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะคุณ บอกไว้ก่อนว่าฉันมีไมค์อยู่ในมือ… ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันเอาไมค์ฟาดหัวคุณจริงๆ ด้วยนะ!” สตรีมเมอร์สาวขู่ฟ่อ พยายามทำตัวให้พองขนเหมือนแมวขู่กรรแสง ทั้งที่ในใจสั่นไหวจนแทบจะควบคุมไม่อยู่
“ฟาดเลยสิคะ ไมค์ตัวละเท่าไหร่ เดี๋ยวผมเปย์ชดใช้ให้เป็นสิบเท่าเลยเอาไหม… หึ คนอะไร ขี้โวยวายชะมัด ยัยตัวแสบเอ๊ย” กวินหยุดยืนเว้นระยะห่างจากเธอเพียงแค่คืบ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่แดงก่ำเพราะความโกรธ (และส่วนหนึ่งเพราะความเขิน) ของเธออย่างพิจารณา ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “รู้ตัวไหมคะว่าเมื่อกี้ตอนอยู่ข้างล่าง คุณทำหน้าเหมือนลูกแมวตกน้ำที่กำลังจะโดนจับกดน้ำยังไงอย่างงั้นเลย”
“ใครลูกแมวคะ! ฉันเป็นสตรีมเมอร์เบอร์ท็อปนะเว้ยเฮ้ย! แล้วอีกอย่าง… คุณลากฉันขึ้นมาทำไมไม่ทราบคะ รู้ตัวไหมว่าตอนนี้แชตในช่องฉันแตกกระเจิงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แถมพี่มิกซ์ยังโทรมาสายแทบไหม้เนี่ย!” พินพินโวยวายเสียงดังลั่น พยายามชูหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สั่นรัวไม่หยุดให้เขาดู แต่กวินกลับทำเพียงแค่เหลือบตามองเล็กน้อยอย่างไม่ยี่หระ
“ก็เพราะแชตมันแตก และเพราะไอ้มิกซ์มันทำหน้าเหมือนคนท้องผูกตอนเห็นผมจับมือคุณนั่นแหละ… ผมถึงต้องพาหนีขึ้นมาเคลียร์ให้มันรู้เรื่องไงคะ” น้ำเสียงขี้เล่นเมื่อครู่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมที่ทอดมองลงมามีความหมายลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่ จนพินพินเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
บรรยากาศภายในห้องสตูดิโอที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงหัวerและเสียงเพลงจากการสตรีมเกม บัดนี้กลับเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แสงไฟนีออนสีส้มอ่อนจากมุมห้องส่องกระทบโครงหน้าคมคายของกวิน ทำให้เขายิ่งดูโดดเด่นและอันตรายต่อหัวใจดวงน้อยของเธอเหลือเกิน ผู้ชายอะไร… ทั้งปากร้าย เย่อหยิ่ง ชอบเปย์เงินแสนมากวนประสาท แต่เวลาที่จริงจังขึ้นมาแบบนี้ กลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ละสายตาไปไม่ได้เลย
“เคลียร์… เคลียร์อะไรของคุณคะ เราไม่มีอะไรต้องเคลียร์กันสักหน่อย!” พินพินเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ “เรื่องโดเนทเป็นล้านเมื่อคืนฉันก็ขอบคุณแล้วไงคะ ส่วนเรื่องวันนี้ที่คุณบ้าบิ่นลากฉันหนีนักข่าว… ฉันถือว่าเราเจ๊ากัน ห้ามเอาไปพูดที่ไหนอีกนะ!”
“เจ๊าเหรอคะ?” กวินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ “คุณคิดว่าเงินล้านนั่นกับข่าวหน้าหนึ่งวันนี้ มันใช้คำว่า ‘เจ๊า’ ได้ด้วยเหรอพินพิน? ตอนนี้คนทั้งประเทศเขาเข้าใจกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วว่าเราสองคนกำลัง ‘กิ๊ก’ กันอยู่… คุณจะรับผิดชอบยังไงดีล่ะคะคุณสตรีมเมอร์”
“เฮ้! อย่ามาโบ้ยความผิดให้ฉันฝ่ายเดียวนะคะ คนที่สร้างเรื่องก็คือคุณต่างหากล่ะ อีตากวินตัวแสบ!” พินพินหันขวับกลับมาเถียงคอเป็นเอ็น มือเรียวฟาดเพียะลงไปที่ต้นแขนแกร่งของเขาอย่างลืมตัว แต่ดูเหมือนแรงแค่นั้นจะไม่ได้ทำให้เกมเมอร์หนุ่มสะเทือนแม้แต่น้อย เขากลับคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ได้ทัน แล้วรวบมันขึ้นมาแนบไว้กับอกแกร่งของตัวเอง
สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ใต้เสื้อฮู้ดของอีกฝ่าย… มันเต้นรัวเร็วไม่แพ้ของเธอเลยสักนิด
“ปล่อยนะ…” พินพินพึมพำเสียงแผ่วเบา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายร่างเป็นความตื่นตระหนกที่เข้าจู่โจมจนแขนขาอ่อนแรง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบตาคนตัวสูงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ
“ไม่ปล่อยค่ะ…” กวินกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบทอดมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า “จนกว่าคุณจะยอมตอบคำถามผมข้อหนึ่งก่อน”
“คา… คำถามอะไรของคุณคะ รีบๆ ถามมาเลยนะ ฉันจะกลับบ้าน!” พินพินหลบตา วงหน้าหวานแดงซ่านลามไปถึงใบหู
“คำถามก็คือ…” กวินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของเธออย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับสร้างกระแสไฟอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง “เมื่อคืนตอนที่ผมโดเนทไปล้านนึง… ในใจของคุณ แอบคิดถึงผมบ้างหรือเปล่าคะ ยัยตัวแสบ”
พินพินเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คำถามเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาเธอพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ได้แต่ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ ปากอ้าพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ
ในขณะที่ความเงียบกำลังโรยตัวและความตึงเครียดระคนเขินอายกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระโปรงฮู้ดของเธอก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นทำลายบรรยากาศ *‘ติ๊ง!’*
พินพินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนของกวินแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความรวดเร็วเพื่อหาทางรอดจากสถานการณ์นี้ หน้าจอแสดงข้อความจากกลุ่มแชตสตรีมเมอร์ที่เพื่อนสนิทอย่างมิกซ์ส่งเข้ามาฟ้องรัวๆ แต่ด้วยความล่ำลั่กและนิ้วมือที่สั่นเทา ทำให้เธอเผลอพิมพ์ข้อความตอบกลับไปในแชตส่วนตัวของกวินที่เปิดค้างไว้โดยไม่รู้ตัว…
*‘พินพิน: งื้อออออ พี่กวินบ้า อย่ามาแกล้งหนูนะ คนเขินจะตายอยู่แล้วเนี่ย!’*
ฉิบหายแล้ว…!
พินพินเบิกตากว้างยิ่งกว่าไข่ห่าน นิ้วเรียวรีบกดปุ่มค้างเพื่อกดยกเลิกข้อความอย่างลิบลน ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว เพราะหน้าจอแสดงผลขึ้นเครื่องหมายอ่านแล้วทันที พร้อมๆ กับเสียงหัวhเราะทุ้มต่ำอย่างชอบใจของพ่อหนุ่มเกมเมอร์สายเปย์ที่ดังขึ้นข้างหู
“หื้มมม? ‘คนเขินจะตายอยู่แล้วเนี่ย’… งั้นเหรอคะ?”
กวินก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือเธอที่มีหลักฐานคาตา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาพราวระยับด้วยความสะใจ “ยอมรับมาซะดีๆ ดีกว่าค่ะ ว่าคุณแพ้ทางผมเข้าให้แล้วจริงๆ”
พินพินหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกงอม เธอเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงด้วยความคับแค้นใจ อยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับนั้นเอง… เสียงทุบประตูดังปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของมิกซ์ก็ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอกห้องสตูดิโอ
*“ไอ้กวิน! พินพิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย! ตร. มาหน้าตึกแล้ว ชิบหายแล้วพวกแกกกกก!”*
_____________________________________________
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบ๊ะบ๊ะและเขินไปด้วยกันนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ! - พีชชี่เบอร์รี่*
เซียนเกมเมอร์สายเปย์กับยัยสตรีมเมอร์ตัวจี๊ด•ตอนที่ 12
เมื่อต้องติดอยู่ในห้องสตูดิโอด้วยกัน
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์สายเปย์กับยัยสตรีมเมอร์ตัวจี๊ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!