พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 10

ช่องว่างที่เริ่มเล็กลง

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
“คุณบ้าไปแล้วหรือยังไง เมฆา!” เสียงตะโกนลอดผ่านลำโพงอินเตอร์คอมหน้าประตู ดังแทรกเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดรากับฟ้าดินกำลังจะถล่มลงมา ธันวาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังหน้าจอมอนิเตอร์ที่แสดงภาพชายหนุ่มในชุดสูทเปียกโชลโชน เมฆายืนกอดอกส่งยิ้มกวนประสาทมาให้กล้องราวกับเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย ไม่ใช่พายุฤดูร้อนที่กำลังคำรามลั่นตึก รินที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องครัวพร้อมแก้วชาอุ่นในมือ ชะงักกึกทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ รินวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์บาร์เสียงดังลั่นจนน้ำชาฉิดกระเซ็น ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดหน้าจอด้วยความรวดเร็ว “เมฆาเหรอ… เขามาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นแบบนี้” รินพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานฉายแววเคลือบแคลงสงสัย “ถามผมแล้วผมจะไปถามใครล่ะครับ” ธันวาหันขวับมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดระคนหึงหวงที่เจ้าตัวแทบไม่รู้ตัว “คงจะว่างงานมากจนไม่มีที่ไป หรือไม่ก็ตั้งใจมาป่วนประสาทผมโดยเฉพาะ ดูรอยยิ้มนั่นสิ น่าหมั่นไส้เป็นบ้า!” ธันวาเอื้อมมือไปกดปุ่มตัดสัญญาณ แต่ยังไม่ทันที่นิ้วเรียจะสัมผัส เสียงทุ้มกังวานของเมฆาก็ดังแทรกผ่านระบบสปีกเกอร์ขึ้นมาเสียก่อน *“ถ้าคุณกล้ากดตัดสาย หรือปล่อยให้ผมยืนตากฝนอยู่ตรงนี้จนเป็นปอดบวม พรุ่งนี้เช้าข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ธุรกิจอาจจะมีพาดหัวเด็ด เกี่ยวกับการทอดทิ้งพันธมิตรคนสำคัญนอกประตูเพนต์เฮوس์หรูของคุณก็ได้นะครับ ธันวา”* ประโยคนั้นทำให้ธันวาต้องชักมือกลับด้วยความจำยอม เขาพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูกอย่างหัวเสีย ดวงตาคมกวาดมองไปที่รินที่ยืนอยู่ข้างกาย รินกำลังกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างใช้ความคิด ท่าทางนั้นทำให้ธันวาต้องรีบดึงสายตากลับเพื่อซ่อนประกายความหวั่นไหวบางอย่างในอก “คุณอยู่ที่นี่ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” ธันวาสั่งเสียงเข้ม พลางคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำเนื้อหนามาสวมทับเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ “ผมจะออกไปไล่ไอ้ตัวปัญหานั้นกลับไปเอง ไม่ต้องห่วง” “เดี๋ยวครับธันวา” รินเอื้อมมือคว้าชายแขนเสื้อของอีกฝ่ายไว้โดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนเนื้อผ้าอุ่น ทำเอาธันวาชะงักฝีปากที่กำลังจะบ่นต่อ รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยฉายความกังวล “ข้างนอกฝนตกหนักมากนะ… ถ้าเขาเป็นอะไรไปจริงๆ มันจะไม่เป็นผลดีกับคุณแน่ เปิดประตูให้เขาเข้ามาเถอะครับ คุยกันในร่มดีกว่า” ธันวาจ้องมองมือที่จับแขนเสื้อเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับรินที่อยู่ใกล้แค่คืบ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดน้อยลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของรินลอยปะปนมากับกลิ่นชาอุ่น ทำเอาหัวใจที่กำลังเดือดดาลด้วยความหึงหวงของซีอีโอหนุ่มกลับเต้นผิดจังหวะอย่างกะทันหัน “เป็นห่วงผมกลัวผมจะมีปัญหา หรือเป็นห่วงไอ้หมอนั่นกันแน่ครับ” ธันวาอดไม่ได้ที่จะหยิกแกมหยอก น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววตัดพ้อเล็กน้อยตามนิสัยปากร้ายที่แก้ไม่หาย “ผมก็พูดตามเหตุผลต่างหากเล่า!” รินค้อนให้วงใหญ่ รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ “ถ้าไม่อยากเปิด ก็เชิญคุณไปยืนตากฝนคุยกันเองข้างนอกเลยไป!” พูดจบ รินก็สะบัดหน้าหนีเดินกลับไปนั่งกอดอกหน้าบึ้งอยู่ที่โซฟาตัวยาว ธันวาแอบอมยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างโล่งอก อย่างน้อยท่าทางงอนๆ ของรินก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจผู้ชายคนนั้นเท่าที่ควร ซีอีโอหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มปลดล็อกประตูอัตโนมัติ เสียงกลไกโลหะดังคลิกเบาๆ บานประตูบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของเมฆาที่ยืนเปียกปอนสมใจอยาก เส้นผมสีเข้มลู่แนบไปกับกรอบหน้าคมคาย หยดน้ำฝนไหลหยดลงตามแนวสันกรามและลำคอแกร่ง ทว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากกลับไม่ได้ลดความกวนประสาทลงเลยแม้แต่น้อย “นึกว่าจะปล่อยให้ผมยืนรากงอกตายเสียอีกนะครับ ธันวา” เมฆาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก้าวเท้าล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตห้องชุดหรูทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต “ถ้าตายไปจริงๆ ผมคงต้องจุดพลุฉลองสามวันสามคืน” ธันวาตอกกลับเสียงเย็นชา ยืนขวางทางเดินไม่ให้เมฆาก้าวลึกเข้าไปถึงห้องรับแขกที่มีรินนั่งอยู่ “มีธุระอะไรดึกดื่นถึงได้ถ่อสังขารมาถึงนี่ หรือว่าบริษัทของคุณใกล้จะเจ๊ง จนต้องมาขอพึ่งใบบุญผม?” เมฆายกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านไหล่ของธันวาไปยังโซฟาด้านใน เมื่อเห็นร่างของรินนั่งรออยู่ รอยยิ้มของเขากยิ่งกว้างขึ้นไปอีก “เปล่าหรอกครับ ผมแค่อดเป็นห่วง ‘เพื่อนบ้าน’ แถวนี้ไม่ได้ ได้ข่าวว่าพายุเข้าหนัก กลัวว่าใครบางคนแถวนี้จะหนีตามความอบอุ่นไปซะก่อน ก็เลยแวะเอาเอกสารสำคัญมาส่ง… พร้อมกับมารับตัวคนบางคนกลับด้วย” ประโยคสุดท้าย เมฆาจงใจเน้นเสียงหนักแน่น ดวงตาคู่นั้นพุ่งตรงไปยังรินที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยความไม่พอใจ ธันวาขยับตัวก้าวมาบังสายตาของเมฆาเอาไว้ทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่ของซีอีโอหนุ่มจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง “พูดจาให้มันระวังปากหน่อย เมฆา ที่นี่คอนโดผม และคนที่คุณพูดถึงเขาก็มีสิทธิ์เลือกเองว่าจะอยู่หรือจะไป” “เหรอครับ?” เมฆาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย “แต่เท่าที่ผมเห็น ดูเหมือนคุณจะพยายามกักขังเขาไว้ในกรงทองของคุณมากกว่านะ ธันวา… หรือคุณกลัวว่าถ้าเขาไปกับผม ความลับบางอย่างที่คุณซ่อนไว้จะแตกกันแน่” บรรยากาศในห้องรับแขกตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น รังสีความขัดแย้งพวยพุ่งปะทะกันกลางอากาศจนแทบจะได้ยินเสียงประทุ รินที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ตัดสินใจสาวเท้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้ชายทั้งสองคน ดวงตากลมโตมองหน้าเมฆาก่อนจะหันไปสบตากับธันวาที่ใบหน้าตึงเครียดจนน่ากลัว “พอได้แล้วครับทั้งคู่!” รินเอ่ยเสียงดังพอสมควรเพื่อยุติสงครามประสาท “ดึกมากแล้ว และผมก็ไม่ได้จะไปไหนทั้งนั้น เมฆา… ถ้าคุณมีธุระแค่เรื่องเอกสาร ก็วางไว้ตรงนั้นแล้วกลับไปซะ แต่ถ้าไม่มี ก็เชิญกลับออกไปทางเดิมได้เลยครับ” คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเด็ดเดี่ยวของริน ทำให้เมฆาถึงกับชะงัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ขณะที่ธันวาแอบลอบยิ้มด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด เมฆาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาฉายความประทับใจระคนเสียดาย “ใจร้ายจังนะครับ ริน อุตส่าห์ฝ่าฝนมาหาแทบตาย แต่กลับไล่กันแบบนี้… เอาล่ะ ในเมื่อคุณยืนยันแบบนั้น ผมก็คงไม่เซ้าซี้ต่อ” เขายื่นซองเอกสารกันน้ำสีดำให้กับธันวาที่รับมาด้วยความจำยอม “เอกสารโครงการร่วมทุนที่คุณขอ… หวังว่าจะได้อ่านและรีบตัดสินใจเร็วๆนี้นะครับ ธันวา” เมฆาปรายตามองธันวาก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ประตู แต่ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นธรณีประตู ชายหนุ่มก็หยุดชะงัก หันกลับมาส่งยิ้มมีความหมายให้รินอีกครั้ง “ระวังตัวด้วยนะครับริน… อยู่กับคนปากแข็งใจร้าย ระวังจะโดนสูบวิญญาณเอาดื้อๆ” ปัง! ธันวาไม่รอให้เมฆาพูดจบ เขากระแทកประตูปิดใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างแรงด้วยความโมโห ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับรินที่ยืนถอนหายใจอยู่กลางห้อง “คุณไปสนิทกับไอ้หมอนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ หืม?” ธันวาเปิดฉากซักฟอกทันที น้ำเสียงเจือความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกดเอาไว้ไม่มิด ก้าวเข้าไปประชิดตัวรินจนแผ่นหลังบางเกือบชิดติดผนังห้อง “ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปยุ่งกับมัน!” รินเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่กำลังหัวเสีย ดวงตากลมโตไหวระริกเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่ถาโถม “ผมไม่ได้สนิทสักหน่อย… เขาเป็นคนเข้ามาหาผมเองต่างหากล่ะครับ แล้วอีกอย่าง คุณจะมาโมโหใส่ผมทำไมเนี่ย ปล่อยเลยนะ ตัวคุณก็นั่นแหละ ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่ก็ยังรับงานร่วมกับเขาอยู่ดี” “ผมทำเพื่อธุรกิจ!” ธันวาเถียงเสียงแข็ง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกั้นขนาบข้างลำตัวของรินไว้กับผนัง กักขังร่างบางให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ “แต่กับเรื่องของคุณ… มันไม่ใช่เรื่องธุรกิจ!” “แล้วมันเรื่องอะไรล่ะครับ…” เสียงของรินแผ่วเบาลงทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าหากัน ดวงตาคมกริบของธันวาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย ร่อง ริ้วความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความอ่อนโยนที่ร้อนแรงดั่งเปลวสุริยัน ธันวาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วเมื่อครู่ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดในคืนพายุฝนกระหน่ำ ทำให้กำแพงที่เขาสร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย ช่องว่างระหว่างพวกเขากำลังเล็กลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ นิ้วเรียวของธันวาเอื้อมออกไปอย่างไร้การควบคุม ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนใสของรินอย่างทะนุถนอม รินสะดุ้งเล็กน้อยแต่มิได้ถอยหนี ดวงตากลมโตสั่นไหวระริก ยอมจำนนต่อสัมผัสที่เต็มไปด้วยความหมายนั้น “ก็เรื่องของ… คนที่ผมไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาแย่งไปไงครับ” ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนรินรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง ดวงตาคมกริบเคลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากสีระเรื่อที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างลืมตัว ธันวาโน้มใบหน้าลงช้าๆ ระยะห่างลดลงเหลือเพียงเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากจะสัมผัสกัน… ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงสายฝนด้านนอก… กริ๊งงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเกิดแผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา! ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมฉายแววหงุดหงิดสุดขีด รินสะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งได้สติ รีบยกมือดันแผงอกกว้างของธันวาให้ออกห่างทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอายปนตกใจ “ทะ…โทรศัพท์คุณดังน่ะครับ ไปรับก่อนเถอะ” รินละล่ำละลักพูด พลางเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มและอาการหัวใจเต้นระรัวไว้ใต้ความมืดสลัว ธันวาพ่นลมหายใจด้วยความหัวเสียสุดขีด เขากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองสายเรียกเข้าปริศนาในยามวิกาลนี้เป็นที่สุด ก่อนจะเอื้อมมือคว้ามือถือขึ้นมาด้วยใบหน้าถมึงทึง แต่พอดำเนินสายตาไปมองหน้าจอที่แสดงเบอร์โทรศัพท์เข้า ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อชื่อบนหน้าจอคือเบอร์สายตรงจากสำนักงานใหญ่… ที่รายงานข่าวเร่งด่วนกลางดึก! “ว่าไงนะ… คุณพูดใหม่อีกทีซิ!” ธันวากระชากเสียงกรอกลงไปในโทรศัพท์ทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันตาเห็น รินที่ยืนอยู่ข้างๆ หันกลับมามองด้วยความสงสัยระคนกังวล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ขยับเข้าหา (และเกือบจะเกินเลย) ของพ่อไมโครเวฟปากร้ายกับคนเก่งของเราในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%