เสียงกระแทกแฟ้มหนาลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสตัวใหญ่ดังสนั่น สะท้อนก้องห้องทำงานเพดานสูงตระหง่านชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ธันวาไม่แม้แต่จะชายตาแลแฟ้มเอกสารรายงานประจำไตรมาสที่เพิ่งถูกวางลงไป ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวภายใต้กรอบหน้าบึ้งตึงจับจ้องไปยังร่างโปร่งของเลขานุการสาวที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นเทิ้มอยู่เบื้องหน้า
"คุณเมฆา... มาถึงชั้นล่างแล้วอย่างนั้นหรือครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้นระคนหงุดหงิด ธันวาขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะทำงานจนเลขานุการสาวต้องผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดผวา รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวยของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล แต่ทว่า... ใครเล่าจะรู้ว่าภายใต้ท่าทีเยือกเย็นราวกับภูเขาน้ำแข็งนั้น หัวใจของเขากลับกำลังเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึกด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่
"ครับคุณธันวา... ทางประชาสัมพันธ์แจ้งว่า คุณเมฆาถือวิสาสะเดินตรงไปยังห้องรับแขก VIP ทันทีโดยไม่รอให้พนักงานต้อนรับนำทาง แถมยังบอกเสียงดังด้วยครับว่า... ถ้าคุณธันวาไม่ยอมลงไปเคลียร์เรื่องของ ‘คุณริน’ ให้รู้เรื่องภายในห้า นาทีนี้ เขาจะเป็นคนขึ้นมาพาตัวคุณรินออกไปจากห้องทำงานของคุณด้วยตัวเองครับ!"
สิ้นเสียงรายงานของเลขานุการ ธันวาก็แค่นجหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็นจนน่ากลัว บรรยากาศภายในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงจนแทบติดลบ
"บังaanนัก... มันคิดว่าตึกนี้เป็นสนามเด็กเล่นของมันหรือไงถึงกล้ามาประกาศกร้าวท้าทายผมถึงถิ่น!"
ธันวาสบถลอดไรฟัน มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーンที่หลังมือ เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นร่างบางของ ‘ริน’ บัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูกระจกเชื่อมระหว่างห้องทำงานส่วนตัวกับห้องพักผ่อนด้านใน รินกำลังส่งยิ้มเยาะกวนประสาทมาให้เขาอย่างไม่เกรงกลัว แถมยังลอยหน้าลอยตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนอารมณ์
"อ้าว... แฟนเก่าทางธุรกิจของคุณธันวามาทวงตัวผมถึงที่แล้วนี่ครับ คุณซีอีโอมาادขรึม จะยืนทำหน้าเป็นรูปปั้นหินทิ้งช่วงเวลาทองแบบนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวคุณเมฆาเขารอนานจนพังประตูขึ้นมาจริงๆ ผมจะซวยไปด้วยนะคร้าบ..."
คำพูดหยอกเย้าแกมท้าทายนั้นทำเอาธันวาแทบคลั่ง รินรู้ดี... รู้ดีเหลือเกินว่าจุดไหนคือสวิตช์เปิดโหมดปีศาจของเขา
ธันวาหันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนลอยชายอยู่ไม่ไกล ขายาวก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดร่างโปร่งอย่างรวดเร็วจนรินผถอยหลังไปชนกับผนังห้องเย็นเฉียบโดยไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนายื่นออกไปทาบลงบนผนังกระจกทั้งสองข้าง กักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลางอย่างจงใจ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้นตามเดิม
"สนุกมากไหมครับริน... ที่เห็นคนอื่นวิ่งวุ่นแย่งตัวคุณแบบนี้?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวเนียนจนรินต้องรีบหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และขัดขืน
"ปล่อยผมนะ! คุณธันวาจะมาทำรุ่มร่ามแบบนี้ไม่ได้นะครับ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!" รินพยายามใช้สองมือดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่าร่างกายของธันวากลับแข็งแกร่งราวกำแพงหินผา ขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"ไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างนั้นเหรอ?" ธันวาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับแก้มใสของอีกฝ่าย "เมื่อคืนก่อน... ใครกันนะที่ร้องเรียกชื่อผมทั้งคืน? ใครกันนะที่บอกว่าไม่อยากให้ผมหยุด? พอตื่นเช้ามาทำเป็นปากแข็ง ไล่ให้ผมรับผิดชอบแค่ทางคำพูดเนี่ยนะ... รินครับ คุณคิดว่าตัวเองใจร้ายเกินไปหน่อยหรือเปล่า?"
ใบหน้าเนียนใสของรินขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหูเมื่อถูกขุดคุ้ยเรื่องบนเตียงขึ้นมาประจานหน้าตาเฉย ความเขินอายตีรวนขึ้นมาผสมปนเปกับความโกรธจนพูดไม่ออก ได้แต่กัดริมฝีปากล่างแน่นด้วยความคับ
"คนบ้า! คนฉวยโอกาส! ใครเขาไปพูดแบบนั้นกัน! คุณมันมโนเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะ!" รินเถียงเสียงสั่น หลบสายตาคมกริบที่พยายามจะค้นหาความจริงในดวงตาของตน
"ผมมโนหรือครับ?" ธันวาแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับพวงแก้มเนียน "งั้นพิสูจน์ให้ผมดูหน่อยสิครับว่า... ที่คุณทำท่าทางผลักไสผมเมื่อกี้ มันเป็นเพราะความรู้สึกจริงๆ หรือว่าแค่คุณกำลังเขินผมกันแน่... หื้ม?"
หัวใจของรินกระตุกวูบ จังหวะการหายใจติดขัดไปชั่วขณะ เคมีรุนแรงระหว่างคนทั้งสองแผ่ซ่านออกมาราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักแต่ก็ดึงดูดเข้าหากันในเวลาเดียวกัน ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยประกายความแพรวพราวและซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ลึกซึ้ง จนรินเผลอใจสั่นไหวไปกับความใกล้ชิดนั้นโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและบีบคั้นหัวใจจนคนอ่านแทบจะจิกหมอนขาดนั้นเอง!
*ปัง!*
เสียงประตูห้องทำงานด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และน้ำเสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยดีดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของคนทั้งคู่
"ธันวา! นายซ่อนเด็กของนายไว้ที่ไหน ออกมาเคลียร์กับฉันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนก้องของ "เมฆา" คู่ปรับตัวฉกาจดังลั่นห้องทำงาน ทำให้ธันวาต้องถอนหายใจฮึดฮัดด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง เขาสบถออกมาคำหนึ่งอย่างขัดใจ ผละตัวออกจากร่างบางช้าๆ ด้วยความเสียดายอย่างยิ่งยวด ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
รินแอบลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทว่าในขณะเดียวกัน หัวใจกลับรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ เมื่อแผ่นหลังกว้างของซีอีโอหนุ่มก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูหัวใจเพื่อปกป้องตนเอง
ธันวากวาดสายตาคมกริบมองไปยังเมฆาที่ยืนยิ้มเยาะอยู่กลางห้อง ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็นชาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ทำเอาคนฟังต้องชะงัก
"แกกล้าดียังไง... ถึงกล้าบุกเข้ามาในอาณาจักรของฉันแบบนี้ เมฆา?"
...และในวินาทีที่เมฆาก็ก้าวประชิดเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมประกาศสงครามประสาท ธันวากลับเหลือบสายตากลับมามองรินที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่าง ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะขยับเอ่ยประโยคที่ทำให้รินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด...
"ถ้าอยากได้ตัวรินนัก... แกก็ต้องก้าวผ่านศพฉันไปก่อน... เพราะต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินฟ้องล้มละลาย ฉันก็ไม่มีวันปล่อย 'ภรรยาในอนาคต' ของฉันให้คนอย่างแกเด็ดขาด!"
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักของท่านประธานธันวานะครับ
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 12
ความรับผิดชอบหรือความรู้สึก
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!