"เพล้ง!"
เสียงแก้วคริスタルราคาแพงระยับร่วงกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วคมกริบกระเด็นไปบาดข้อเท้าของท่านเคานต์หนุ่มผู้สูงศักดิ์ แต่ดوقในยามนี้กลับไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ นัยน์ตาคู่คมที่เคยพกพาความมั่นใจและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยที่ปูดโปน ความหวาดระแวงและโทสะที่อัดแน่นจนอกแทบระเบิดกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ดยุกเอ็ดการ์ วอน มาร์เกรฟ กำลังสูญเสียการควบคุม—และมันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้ชายคนนี้จนมุม
"เจ้าว่าอย่างไรนะ? หุ้นของตระกูลเราในเหมืองแร่ทางเหนือ... ถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีอย่างนั้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจสั่นเครือเล็กน้อยยามเอ่ยถามพ่อบ้านชราที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
"คะ... ครับท่านดยุก ตราประทับที่ใช้กว้านซื้อไม่ใช่ใครอื่น... เป็นชื่อของบริษัทการค้า 'โรเซนเบิร์ก โฮลดิ้ง' ครับ" พ่อบ้านกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ชื่อนั้น... ชื่อที่เอ็ดการ์เคยเหยียบย่ำ ขับไลไสส่ง และตราหน้าว่าเป็นเพียง "สุนัขจนตรอก" ไร้ค่าที่เกาะตระกูลของเขากิน บัดนี้กลับกลายเป็นมหาสมุทรสีดำอันลึกล้ำที่พร้อมจะกลืนกินตระกูลมาร์เกรฟทั้งเป็น!
เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก... ผู้หญิงที่เขาทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเพื่อไปแต่งงานกับสตรีผู้เพียบพร้อมกว่าในทางสังคมคนนั้น แท้จริงแล้วเธอกุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของอาณาจักรไว้ทั้งหมดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเอ็ดการ์ราวกับหนามแหลมที่ทิ่มแทงสมอง ทุกครั้งที่เขาหลับตาลง ภาพรอยยิ้มเย้ยหยันอันแสนเย็นชาและสายตาที่มองเขาเป็นเพียงฝุ่นผงของเธอก็ย้อนกลับมาหลอกหลอน จนเขาแทบไม่อาจข่มตาหลับได้ติดต่อกันมาหลายคืน
ในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์บาโรก บรรยากาศกลับอึดอัดเสียยิ่งกว่าห้องสอบสวนนักโทษประหาร เอ็ดการ์ก้าวเท้าสั่นเทาไปยืนริมหน้าต่างบานใหญ่ มือกำผ้าม่านแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน สายตาดั่งคนเสียสติมองทอดออกไปยังคฤหาสน์หลังงามฝั่งตรงข้าม—คฤหาสน์ที่เคยเป็นของตระกูลโรเซนเบิร์ก และบัดนี้ได้รับการรีโนเวทใหม่จนกลายเป็นป้อมปราการแห่งความมั่งคั่งที่สว่างไสวด้วยแสงไฟระยิบระยับ
ที่นั่น... มีเธอนั่งอยู่
ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่ารู้จักดีที่สุด แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นปริศนาที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต
"ท่านดยุกคะ สีหน้าของท่านดูไม่สู้ดีเลยนะคะ มีเรื่องอะไรรบกวนจิตใจหรือเปล่าคะ?"
เสียงหวานหยาดเยิ้มของเลดี้เลอา คู่หมั้นคนปัจจุบันผู้เลอโฉมดังขึ้นพร้อมกับร่างอรชรที่ก้าวเข้ามาในห้อง เธอสวมชุดผ้าไหมนำเข้าจากต่างประเทศ ทว่าในยามนี้ รอยยิ้มออดอ้อนของเธอกลับทำให้เอ็ดการ์รู้สึกคลื่นไส้อย่างประหลาด
"เงียบปากน่า! เลอา!" เอ็ดการ์ตวาดลั่นจนหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาขึ้นเสียงใส่เธอรุนแรงเช่นนี้
"ท่านพี่... ท่านเป็นอะไรไปคะ? ทำไมต้องโกรธเลอาด้วย หรือว่า... เรื่องของนังผู้หญิงสารเลวคนนั้นอีกแล้ว?" เลอาเม้มริมฝีปากแน่น ความริษยาและเกลียดชังฉายชัดผ่านแววตาคู่สวย "ท่านยังคิดถึงนังเอเลน่าอยู่อีกหรือคะ? มันเป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ถูกเขี่ยทิ้งไปแล้วนะ!"
"ไร้ค่าอย่างนั้นหรือ?!" เอ็ดการ์หันขวับมามองคู่หมั้นด้วยแววตาที่น่ากลัวราวกับสัตว์ป่าหิวโซ เขาพุ่งเข้ามาควบแขนเรียวทั้งสองข้างของเลอาไว้แน่นจนเธอเจ็บ รอยเล็บจิกเข้าหาเนื้อจนหญิงสาวต้องร้องประท้วงออกมา
"โอ๊ย! ท่านพี่ เลอาเจ็บนะคะ! ท่านเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย!"
"ใช่! ข้ามันบ้าไปแล้ว!" เอ็ดการ์คำรามเสียงต่ำในลำคอ นัยน์ตาแดงก่ำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว "เจ้ารู้ไหมว่าผู้หญิง 'ไร้ค่า' ที่เจ้าพูดถึงเมื่อครู่ กำลังจะทำให้ตระกูลมาร์เกรฟล้มละลายในชั่วข้ามคืน! เธอกว้านซื้อหุ้นของตระกูลเรา เธอกุมบัญชีหนี้สินทั้งหมดของพ่อข้า และที่สำคัญที่สุด... เธอเป็นคนปฏิเสธการเข้าพบของข้าถึงสามครั้งในสัปดาห์นี้!"
เลอาอ้าปากค้าง สมองของเธอขาวโพลนชั่วขณะ ข่าวลือเรื่องความมั่งคั่งลึกลับของเอเลน่าแพร่สะพัดไปทั่วชนชั้นสูง แต่นางไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องจริง—และยิ่งไปกว่านั้น มันกำลังพุ่งเป้ามาทำลายชีวิตสุขสบายของนางโดยตรง
"มะ... มันจะเป็นไปได้ยังไงคะ? นังบ้านั่นมันเคยเป็นแค่คุณหนูตกอับที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อชุดใหม่ด้วยซ้ำ!" เลอาเสียงสั่นเครือ ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา
"เพราะพวกเราโง่ไงเลอา... เพราะพวกเราโง่เขลาเองที่คิดว่าเงินทองและอำนาจปลอมๆ จะอยู่กับเราไปตลอดกาล" เอ็ดการ์ปล่อยแขนเลอาออกอย่างไร้เยื่อใย เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง มือหนากุมขมับที่เต้นตุบๆ ไว้แน่น ความหวาดระแวงกัดกินหัวใจจนเขาแยกไม่ออกระหว่างความจริงกับภาพลวงตา
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ณ ระเบียงกระจกใสของคฤหาสน์โรเซนเบิร์ก
เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก กำลังจิบไวน์แดงวินเทจราคาแพงในแก้วคริスタルทรงสูงอย่างใจเย็น แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้างามสง่าที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากเยือกเย็นและทรงอำนาจ ดวงตาสีไพลินทอประกายระยับยามมองตรงไปยังตึกฝั่งตรงข้ามที่กำลังอลหม่าน
ข้างกายเธอนั้น มีร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้กุมอำนาจการเงินที่แท้จริงของอาณาจักรยืนอยู่—คาร์ลอส เดอ ลูซิอาน มหาเศรษฐีลึกลับผู้ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน เขายื่นผ้าเช็ดหน้าสีดำสนิทให้เธออย่างรู้ใจ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันอบอุ่นที่กระซิบข้างหู
"ดูเหมือนว่าปลาตัวใหญ่จะเริ่มดิ้นพล่านจนเบ็ดเกือบจะหักแล้วนะครับ ที่รัก... อยากให้ผมช่วยเร่งเกมให้มันจบเร็วกว่านี้ไหม?"
เอเลน่าเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างเธอมาตั้งแต่ในวันที่เธอไม่มีแม้แต่เศษเงินติดตัว รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าพลันอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความภักดีอย่างล้นปรี่ของเขา เธอยกมือเรียวขึ้นแตะทับมือหนาที่วางอยู่บนราวระเบียงเบาๆ
"ยังหรอกค่ะคาร์ลอส... ความสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" เสียงหวานกังวานเอื้อnเอ่ยด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "การฆ่าสิงโตให้ตายทันที มันไม่สะใจเท่ากับการปล่อยให้มันดิ้นรน ทรมาน และสูญเสียทุกอย่างไปทีละน้อย... จนกระทั่งมันตระหนักได้ว่า ตัวมันเองเป็นเพียงตัวตลกในกำมือของฉัน"
คาร์ลอสหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาคมกริบทอดมองหญิงสาวด้วยความหลงใหลและเทิดทูนยิ่งกว่าเดิม "ตามใจคุณเลยครับเอเลน่า ไม่ว่าคุณต้องการอะไร แม้แต่แผ่นดินนี้... ผมก็จะกว้านซื้อมาวางไว้แทบเท้าคุณ"
บรรยากาศอันแสนหวานและทรงอำนาจถูกคั่นจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบของบอดี้สปาร์ส่วนตัวที่วิ่งมาหยุดโค้งคำนับอยู่เบื้องหลัง
"นายหญิงครับ... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังบุกรุกเข้ามาที่ประตูหน้าคฤหาสน์ครับ"
เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จิบไวน์ในแก้วอีกอึกหนึ่งอย่างไม่รีบร้อน นัยน์ตาสีไพลินเปล่งประกายความสนุกสนานระคนเย้ยหยันออกมาอย่างเด่นชัด
"โอ้? ดึกดื่นตื่นค่ำเช่นนี้ ใครกันที่มีความกล้าหาญถึงเพียงนั้น?"
"ดยุกเอ็ดการ์ วอน มาร์เกรฟ ครับ... ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพเหมือนคนเสียสติ และกำลังพังประตูรั้วเข้ามาพร้อมกับตะโกนเรียกชื่อคุณครับ นายหญิง"
เอเลน่าหันไปสบตากับคาร์ลอส ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจในทันที ผู้ชายที่เคยหยิ่งยโสและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอในอดีต บัดนี้กลับวิ่งมาคุกเข่าร้องขอความเมตตาถึงหน้าบ้านด้วยสภาพที่ไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก
ทว่า... ในวินาทีที่เอเลน่าย่างก้าวหันหลังเพื่อเตรียมตัวลงไปต้อนรับอดีตคู่หมั้นผู้กำลังจะพังทลาย เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของเธอก็สั่นขึ้นพร้อมกับแสงไฟสีฟ้าสว่างวาบ
เธอก้มลงมองหน้าจอ... และรอยยิ้มบนริมฝีปากของเธอก็พลันหยุดค้าง
ข้อความสั้นๆ จากระบบบัญชีลับที่เชื่อมต่อกับตลาดหุ้นหลวง ปรากฏตัวอักษรสีแดงฉานแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวของเงินทุนจำนวนมหาศาลที่ถูกโอนเข้ามาอย่างปริศนา—ไม่ใช่จากเอ็ดการ์ และไม่ใช่จากตระกูลมาร์เกรฟ แต่เป็นชื่อของบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน...
องค์ชายรัชทายาทผู้สาบสูญ... กลับมาทวงบัลลังก์แล้วค่ะ!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ — เอวาลินน์ปลายพู่กัน
จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท•ตอนที่ 14
รอยร้าวเริ่มขยาย
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!