กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งจนแสบนาสิก ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวของป่าไผ่เหมันต์ เงาสีดำทมิฬนับสิบสายเคลื่อนไหวราiblภูตผี พวกมันคือมือสังหารเงาโลหิตจากสำนักมารทมิฬ ผู้ซ่อนเร้นรังสีอำมหิตไว้ภายใต้อาภรณ์สีนิลสนิท ปลายกระบี่อาบยาพิษสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายสีเขียวมรกตน่าสะพรึง
เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียว... เด็ดหัว "หลี่มู่เฉิน" ผู้กุมความลับแห่งจ้าวปรภพ
หลี่มู่เฉินยืนหยัดนิ่งสงบดั่งขุนเขา ร่างในชุดศิษย์สีขาวเรียบง่ายบัดนี้เปรอะเปื้อนคราบเลือด ดวงตาสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึก ทว่าจิตกระบี่ภายในกลับคำรามก้องฟ้า ปราณกระบี่เก้าชั้นฟ้าหมุนวนรอบกายเป็นพายุหมุนขนาดเล็ก กดดันจนพื้นดินรอบกายแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม ทว่าอาการบาดเจ็บภายในจากการฝืนทะลวงจุดชีพจรเมื่อคราวก่อนกลับตีกลับ ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ
*ฉับ!*
ประกายกระบี่เย็นเฉียบแหวกอากาศพุ่งตรงมาจากมุมมืด ความเร็วนั้นดุจสายฟ้าฟาด รวดเร็วและไร้ความปรานี เป้าหมายคือจุดตายตรงหัวใจของหลี่มู่เฉินพอดี ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น หลี่มู่เฉินพยายามจะยกกระบี่วิญญาณขึ้นต้านรับ แต่ปราณในร่างกลับตีรวนจนแขนขวาชาด้านไปชั่วขณะ
ความตายอยู่ห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น...
*เปรี้ยง!*
เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งทะยานตัดผ่านแสงจันทร์ราวกับเทพธิดาลงมาจากสรวงสวรรค์ กลิ่นอายความเย็นเยือกของน้ำแข็งพันปีแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น เยี่ยจื่อซีปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าหลี่มู่เฉินอย่างไม่คาดฝัน นางใช้กระบี่วิหคเหมันต์ปัดป้องคมกระบี่มรณะนั้นออกไปได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้ลมปราณของนางปั่นป่วนจนมุมปากบางเฉียบปรากฏรอยเลือดสีชาดไหลริน
"เจ้า..." หลี่มู่เฉินเบิกตากว้างเล็กน้อย ความเย็นชาในแววตาพังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกและระลอกคลื่นแห่งความห่วงใยที่ซ่อนเร้นมานาน
"หุบปากเสีย หลี่มู่เฉิน" เสียงหวานกังวานทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น แววตาของเยี่ยจื่อซีที่มักจะไร้อารมณ์ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยโทสะอันน่ากลัว นางไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องบุรุษผู้นี้... ต่อให้ต้องแลกด้วยการเผาผลาญรากฐานพลังเซียนทั้งหมดของตนเองก็ตาม
มือเรียวบางวาดผ่านอากาศอย่างงดงาม อักขระปราณโบราณนับร้อยตัวเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้าหลอมรวมเป็น "ค่ายกลเหมันต์ผญานนท์" พลังกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณระเบิดออกกวาดล้างรอบทิศทาง มือสังหารเงาโลหิตสามคนที่หลบไม่พ้นถูกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในพริบตา ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงไปพร้อมกับสายลมยามราตรี
ทว่า การฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามระดับสูงทำให้เยี่ยจื่อซีสำลักเลือดคำโตออกมา หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนจนกลายเป็นสีแดงฉาน ร่างบางเซถลอยหลังจนหลี่มู่เฉินต้องพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ อ้อมแขนที่โอบกอดนางไว้นั้นสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นในอกของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดิน
"เหตุใดต้องทำถึงเพียงนี้? ข้าบอกแล้วว่าข้าจัดการเองได้" หลี่มู่เฉินเอ่ยเสียงพร่า มือหนากดถ่าย
"ข้า... ไม่ยอมให้ใครพรากท่านไปจากข้าอีกเด็ดขาด" เยี่ยจื่อซีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานั้นเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความรักลึกซึ้งที่ไม่อาจปิด
ยังไม่ทันที่หลี่มู่เฉินจะได้เอ่ยคำใดต่อ ความมืดมิดรอบด้านก็พลันบิดเบี้ยว ท้องฟ้ายามราตรีแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด กลิ่นอายกดดันระดับจักรพรรดิเทพมารแผ่ซ่านกดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างลั่นเปรี๊ยะ เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นบนยอดไผ่ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องในจิตวิญญาณ
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ศิษย์น้องปกป้องศิษย์พี่... แต่เกรงว่าวันนี้... ทั้งคู่จะต้องดับสูญพร้อมกัน ณ ที่แห่งนี้!"
เงาดำลึกลับสะบัดแขนเสื้อครั้งเดียว พลังปราณมารสีดำทมิฬพุ่งทะยานเข้าใส่ทั้งสองคนด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่าตัว และเป้าหมายครั้งนี้คือการกวาดล้างทั้งร่างและวิญญาณให้สิ้นซาก!
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางมาในดินแดนแห่งเซียนและมารด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ชิงเสวี่ยเหมันต์
ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ•ตอนที่ 6
แลกเปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!