กรงเล็บอดีตที่ยังไม่จางหาย•ตอนที่ 1

หวนคืนสู่สนามรบ

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นอายของแชมเปญชั้นเลิศและกลิ่นกายหอมเย้ายวนราคาแพงระยับอบอวลไปทั่วห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสาดส่องลงมากระทบกับชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีแดงเพลิงของหญิงสาวผู้ก้าวเข้ามาใหม่ รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่สมรภูมิแห่งความแค้นที่ถูกโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบอาบยาพิษค่ะ รินรดากวาดสายตาคมกริบมองไปยังรอบงานด้วยความมั่นใจ ทุกย่างก้าวที่เธอกรีดกรายเข้ามานั้นเปรียบเสมือนนางพญาผู้หวนคืนสู่บัลลังก์ ส้นสูงลิ่วคริสตัลกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นมั่นคง เรือนร่างอรชรในชุดราตรีแหวกสูงเผยให้เห็นเรียวขางามระหง ทุกการเคลื่อนไหวสะกดสายตาของแขกเหรื่อในงานให้หันมามองเป็นตาเดียว รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้ในคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนั้นอีกต่อไปแล้วค่ะ เธอดึงดูดทุกสายตา แต่มีเพียงสายตาคู่เดียวเท่านั้นที่จ้องมองมาด้วยความรู้สึกที่แทบหยุดหายใจ ศิลา ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเคยขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาไร้หัวใจ ยืนนิ่งสนิทอยู่ริมเสาหินอ่อน แก้วทรงสูงในมือแทบจะหล่นร่วงลงสู่พื้น ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับกระหน่ำรัวรากลองศึกเมื่อตระหนักว่าผู้หญิงที่เฉิดฉายอยู่เบื้องหน้านั้น คืออمرأة (อดีตภรรยา) ที่เขาเคยเหยียบยยี่หัวใจและขับไลไสส่งออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยด้วยมือของเขาเอง "ไม่จริง..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่น ศิารู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ภาพจำของรินรดาในอดีตคือผู้หญิงเงียบขรึม สวมชุดเรียบเชย ไร้ซึ่งเสียงเรียกร้องและยอมให้เขาทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเวลานี้... ช่างงดงาม ร้อนแรง และทรงพลังเสียจนเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รินรดาเหลือบสายตาไปสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโหยหาของอดีตสามี มุมปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดแย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความยินดี แต่มันคือรอยยิ้มเย้ยหยันที่กรีดลึกลงไปในขั้วหัวใจของศิลา เธอไม่ได้เดินหนี แต่กลับเลือกที่จะเดินตรงเข้าไปหาเขา พร้อมกับทิวา นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งคนสำคัญของศิลาที่ก무งแขนเรียวของเธอไว้อย่างสนิทสนม ทิวายิ้มกริ่มด้วยความได้ใจเมื่อเห็นสีหน้าของศิลาที่เปลี่ยนจากความตะลึงพรเพริดกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง "ดูเหมือนว่าคุณศิลาจะตกใจมากทีเดียวที่ได้เห็นเราในคืนนี้นะคะ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้นเมื่อเธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้กลิ่นกายหอมละมุนของเธอลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของศิลา จนลมหายใจของเขาติดขัด "ริน..." ศิลาเค้นเสียงเรียกชื่อนั้นออกมาได้เพียงแผ่วเบา มือหนาที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมานานนับปีถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นใต้น้ำ เขารู้สึกได้ทันทีว่าเขาสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันเรียกคืน และยิ่งได้เห็นเธอยืนเคียงข้างกับทิวา ศิลาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอก ความหึงหวงแผดเผาจนแทบคลั่ง "สวัสดีค่ะคุณศิลา ไม่เจอกันนานเลยนะคะ ดูคุณจะผอมลงไปถนัดตาเลยนะคะ หรือว่าธุรกิจกำลังมีปัญหาจนทานข้าวไม่ลงกันแน่คะ" รินรดากล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งเยื่อใย ราวกับเขาก็เป็นเพียงแค่นักธุรกิจแปลกหน้าคนหนึ่งในงานเท่านั้น "ริน... เรามีเรื่องต้องคุยกัน" ศิลาพยายามข่มอารมณ์เดือดดาลในอก เอื้อมมือหนาหมายจะคว้าข้อมือเล็กของเธอเพื่อดึงตัวออกมาจากตรงนั้น แต่ทิวากลับก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะ "ใจเย็นก่อนสิครับคุณศิลา สุภาพสตรีเขาคงไม่อยากคุยกับคนที่ไม่มีมารยาทและชอบทำร้ายจิตใจเธอหรอกนะครับ จริงไหมครับรินรดา" ทิวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พร้อมกับกระชับมือที่โอบเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น รินรดาไม่1ปฏิเสธสัมผัสของทิวา เธอกลับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับคู่หมั้นทางธุรกิจรายนี้อย่างเปิดเผย ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เส้นความอดทนของศิลาขาดผึ่ง ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธและหึงหวงจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ "ถอยไป ทิวา!" ศิลาคำรามต่ำในลำคอ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนแขกบริเวณใกล้เคียงต้องรีบถอยร่น "นี่เรื่องของฉันกับภรรยา นายไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!" "ภรรยา?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง "คุณกำลังพูดถึงใครอยู่หรือคะคุณศิลา คนที่เป็นภรรยาของคุณ... เธอตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่เธอออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานีแล้วค่ะ จำไม่ได้หรือ" คำพูดของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า ศิลาสะอึกจนพูดไม่ออก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง เขาเป็นคนผลักไสเธอเอง เขาเป็นคนทำลายครอบครัวด้วยมือของตัวเอง และตอนนี้เขาก็กำลังรับผลกรรมนั้นอย่างสาสม "ริน... ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมมันเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้ แต่ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหม" ศิลาเอ่ยเสียงสั่น รabกุมหัวใจตัวเองโดยไม่สนใจศักดิ์ศรีความเป็นประธานบริษัทอีกต่อไป สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอนขอความเห็นใจ รินรดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอมองสภาพของอبيר (อดีตสามี) ที่เคยหยิ่งทะนงแต่บัดนี้กลับยอมคุกเข่าทางจิตใจให้เธอเหยียบยยี่ ความสะใจแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่มันยังไม่พอ... ความเจ็บปวดที่เธอได้รับในอดีตมันมากมายมหาศาลกว่านี้หลายร้อยเท่า "ไถ่บาปงั้นหรือคะ..." รินรดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวของเขาจนศิลาขนลุกซู่ "คุณไม่มีวันไถ่บาปหมดหรอกค่ะศิลา เพราะเกมนี้... ฉันเพิ่งจะเริ่มเล่นมันเท่านั้นเอง" เธอยืดตัวตรงด้วยรอยยิ้มเย้ายวนใจ ก่อนจะหันไปควงแขนทิวาเตรียมจะเดินผละจากไป แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยราวสามขวบที่วิ่งเข้ามากอดชายกระโปรงของรินรดาไว้แน่น "คุณแม่ครับ! น้องปาล์มง่วงนอนแล้วครับ พาผมกลับบ้านหน่อยสิครับ" ศิลาชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าและดวงตาถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน... และใบตรวจ DNA แผ่นสำคัญที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาตอนนี้ ก็แทบจะแผดเผาไหม้ร่างของเขาทั้งเป็น! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความเจ็บปวดและสะใจไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงเล็บอดีตที่ยังไม่จางหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%