"มาได้ถูกเวลาพอดีเลยนะ... แม่เลขาคนสวย"
ประโยคเย็นเยียบของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นไอของน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลไปทั่วห้องฉุกเฉิน พราวรุ้งยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูบานเลื่อน มือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อสั่นเทา ดวงตาคู่สวยของเธอไม่ยอมละไปจากร่างสูงโปร่งที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้
สายน้ำเกลือที่หยดช้าๆ ราวกับจะตอกย้ำถึงเวลาที่สูญเสียไป กวินทร์... ผู้ชายที่เคยโอบกอดเธอด้วยความอบอุ่น ผู้ชายที่สายตาคมกริบของเขามักจะจดจ้องเพียงแค่เธอ บัดนี้กลับนอนไร้สติอยู่ภายใต้เครื่องช่วยหายใจ
"ถอยออกไป" พราวรุ้งเค้นเสียงสั่ง ความโกรธแค้นแผ่ซ่านปนไปกับความกลัว เธอไม่ได้สนใจรินรดาที่ยืนกอดอกด้วยแววตาเหยียดหยาม แต่ความสนใจทั้งหมดของเธอถูกดึงดูดไปที่ใบหน้าซีดเผือดของชายผู้เป็นที่รัก
"ถอยงั้นเหรอ? ฉันต่างหากที่ควรเป็นคนเฝ้าเขาในฐานะว่าที่คู่หมั้น ส่วนเธอ... ก็แค่คนในเครื่องแบบที่เขาจ้างมาทำงานเอกสาร" รินรดาแค่นหัวเราะ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกปะทะจมูก "ดูเขาสิพราวรุ้ง เขาเลือกที่จะเอาตัวไปรับคมกระสุนแทนที่จะฟังคำเตือนของฉัน เพียงเพราะต้องการปกป้องผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ... คุ้มกันไหมล่ะ?"
พราวรุ้งไม่ตอบ เธอเมินเฉยต่อถ้อยคำเชือดเฉือนนั้น เธอเดินตรงไปที่ข้างเตียง มือบางสั่นระริกเอื้อมไปแตะหลังมือที่เต็มไปด้วยรอยเข็มของเขาเบาๆ ความร้อนจากผิวหนังของกวินทร์แผ่ซ่านเข้ามา ทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาทันที
"คุณต้องไม่เป็นอะไรนะคะกวินทร์... ได้โปรด" เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพ "ถ้าคุณฟื้นขึ้นมา ฉันสัญญาว่าจะไม่หนีคุณไปไหนอีก จะไม่ทิฐิ จะไม่ตั้งกำแพงใส่คุณ... ขอแค่คุณลืมตาขึ้นมามองฉันอีกครั้งก็พอ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักฟื้น มีเพียงเสียงหัวใจของพราวรุ้งที่เต้นรัวด้วยความหวาดวิตก เธอรับรู้ได้ถึงสายตาของรินรดาที่จ้องมองมาด้วยความริษยา แต่ในวินาทีนี้ ชีวิตของกวินทร์สำคัญกว่าศักดิ์ศรีของเธอหลายเท่านัก
รินรดากระชากแขนของพราวรุ้งให้หันกลับมา "เธออย่าได้ใจไปนักเลยนะพราวรุ้ง ความสงสารที่เขามีให้เธอ มันไม่ใช่ความรักหรอก! เขาแค่หลง... หลงในรูปลักษณ์ที่ดูไร้เดียงสาของเธอ พอเขาหายดีแล้ว เขาก็จะกลับไปเป็นนักธุรกิจที่เยือกเย็น และเธอก็จะเป็นแค่อดีตเลขาที่เขาลืมทิ้งไว้ข้างหลัง!"
"ถ้าเขาจะลืมฉัน... ก็ขอให้เขาฟื้นขึ้นมาก่อนเถอะค่ะ" พราวรุ้งสะบัดแขนออก สายตาของเธอกลับมามั่นคงและแข็งกร้าว "แต่ตอนนี้ คุณช่วยออกไปได้ไหมคะ? สถานที่นี้ต้องการความสงบ และฉันไม่ต้องการให้ 'คนนอก' มาสร้างมลพิษทางคำพูดในห้องของคนไข้"
"แก...!" รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด พยาบาลเวรก็รีบวิ่งกรูเข้ามาในห้องพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพ ใบหน้าของพวกเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"สัญญาณชีพตกค่ะ! ความดันลดลงอย่างรวดเร็ว!"
เสียงเตือนภัยของเครื่องมอนิเตอร์ดังระงมเป็นจังหวะถี่และยาว พราวรุ้งรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกบีบจนแหลกละเอียด ร่างกายของเธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจนเกือบจะทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นภาพกวินทร์เริ่มมีอาการกระตุกรุนแรง
"ออกไป! ออกไปข้างนอกให้หมด!" พยาบาลตะโกนไล่ พราวรุ้งถูกผลักออกมานอกห้องโดยที่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ร่างที่กำลังถูกรุมล้อมด้วยทีมแพทย์
วินาทีนั้นเอง ประตูอีกบานของห้องพักฟื้นที่เชื่อมกับทางเดินลับข้างเตียงถูกเปิดออก หญิงวัยกลางคนในชุดหรูหราดูมีอำนาจก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ นางคือคุณหญิงวิไลวรรณ มารดาของกวินทร์ที่รินรดาพยายามติดต่อมาตลอด
คุณหญิงวิไลวรรณปรายตามองพราวรุ้งด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความอะไรบางอย่าง แล้วหันมาสบตาพราวรุ้งด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ
"ดูเหมือนว่าความรักของเธอ... จะนำพาหายนะมาให้ลูกชายของฉันไม่จบสิ้นนะแม่เลขา" คุณหญิงเอ่ยขึ้นพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่พร่ามัวด้วยน้ำตาของพราวรุ้ง "ถ้ากวินทร์เป็นอะไรไป ฉันจะถือว่าเธอคือคนฆ่าเขาด้วยมือของเธอเอง และเตรียมตัวรับผลของการกระทำครั้งนี้ได้เลย"
พราวรุ้งตัวสั่นสะท้าน เธอพยายามจะเอ่ยปากอธิบาย แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นรอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนปกคอเสื้อของคุณหญิงวิไลวรรณ... รอยเลือดที่ไม่ได้เพิ่งเกิดจากความบังเอิญ แต่มันดูเหมือนถูกตั้งใจป้ายไว้เพื่อส่งสัญญาณบางอย่างให้ใครบางคนที่ยืนแอบอยู่ในเงามืดของมุมตึก
ทันใดนั้น แสงไฟในโถงทางเดินก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว ก่อนจะมีเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก้าวตรงมายังห้องที่กวินทร์นอนอยู่ พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกข้างหูของพราวรุ้ง
"ถึงเวลาต้องเลือกระหว่างชีวิตของเขากับความลับที่เธอกุมไว้แล้วนะ... พราวรุ้ง"
หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น เมื่อแสงจากไฟฉายของใครบางคนสาดส่องลงมาที่พื้น เห็นเป็นเงาดำของชายฉกรรจ์สองคนกำลังงัดประตูห้องพักฟื้นกวินทร์โดยที่คุณหญิงวิไลวรรณยังคงยืนยิ้มอยู่ที่เดิม... ราวกับทุกอย่างถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อปิดฉากชีวิตของเขาอย่างถาวร
ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่าตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะไปพร้อมกับพราวรุ้งนะคะ ขอบพระคุณที่ติดตามมาโดยตลอดค่ะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 42
หัวใจที่แตกสลาย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!