เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของคนนับร้อยในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับเจ็ดดาว ดังระคนไปกับเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ แต่สำหรับรวินท์แล้ว ทุกเสียงเหล่านั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ
"รวินท์... นายคิดจริงๆ หรือว่าผู้ชายไร้อนาคตอย่างนาย จะยืนอยู่เคียงข้างพิมพ์ชนกได้?"
เสียงของพงศกร ทายาทมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเหยียดหยามที่มุมปาก มือหนาข้างหนึ่งโอบเอวบางของพิมพ์ชนก—อดีตแฟนสาวที่คบหากันมานานถึงสามปี—ไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ พิมพ์ชนกไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่ก้มหน้าหลบสายตาของรวินท์ ความเงียบของเธอนั่นแหละ คือคำตอบที่เจ็บปวดที่สุด
รวินท์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดซึมผ่านร่องนิ้ว แต่ความเจ็บทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอก เขาเป็นเพียงพนักงานเงินเดือนธรรมดาที่ทุ่มเททำงานหนักเพื่ออนาคตของเขากับเธอ ยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บเงินซื้อแหวนหมั้นวงเล็กๆ ให้ผู้หญิงที่เขารัก แต่วันนี้... เธอกลับเลือกก้าวขึ้นไปยืนบนจุดที่สูงกว่า บนคราบน้ำตาและความภักดีที่เขาเคยมีให้
"พิมพ์... เธอพูดอะไรหน่อยสิ" รวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาทอดมองหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยบอกว่าจะจับมือกันก้าวผ่านความลำบากไปด้วยกัน
พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาไหววับชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและความทะเยอทะยาน "รวินท์... เราจบกันแค่นี้เถอะค่ะ โลกของเรามันต่างกันเกินไป พงศกรให้ทุกอย่างที่ฉันต้องการได้... สิ่งที่คุณมี มันกินไม่ได้หรอกนะ"
คำว่า *'กินไม่ได้'* กระแทกเข้าที่กลางใจอย่างจัง เสียงหัวเราะรอบกายดังระเบิดขึ้นอีกครั้งราวกับพวกเขากำลังชมละครสัตว์ที่น่าสมเพช พงศกรหัวร่อในลำคออย่างสะใจ ยื่นมือถือหน้าจอทองคำฝังเพชรมาตรงหน้ารวินท์
"ถ้าแกอยากได้เงินชดเชยเวลาสามปีที่ผ่านมา... นี่ ฉันให้" พงศกรโยนเช็คเงินสดใบหนึ่งลงบนพื้นแทบเท้ารวินท์ ตัวเลขห้าแสนบาทถูกเขียนไว้เรียบร้อย "ถือซะว่าเป็นค่าเศษทานที่ฉันเมตตา เก็บแล้วไสหัวไปซะ อย่ามาทำตัวเป็นสุนัขหัวเน่าขวางทางสวรรค์ของคนอื่นในงานวันเกิดฉันอีกเลย"
ความอัปยศอดสูแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ รวินท์ก้มมองเช็คใบนั้น สลับกับใบหน้ายิ้มเยาะของพงศกร และสายตาที่ไร้เยื่อใยของพิมพ์ชนก โลกทั้งใบเหมือนจะพังทลายลงตรงหน้า ความพยายาม ความซื่อสัตย์ และความรักที่เขามี ค่าเท่ากับเศษเงินในสายตาของพวกคนรวยเหล่านี้จริงๆ หรือ?
ในวินาทีที่รวินท์กำลังจะก้มลงหยิบเช็คใบนั้นเพื่อจบเรื่องราวทั้งหมด ทันใดนั้นเอง... เสียงจักรกลที่เย็นเยียบและทรงพลังก็ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของเขาโดยไม่มีที่มา
*[ติ๊ง! ตรวจพบความกดดันถึงขีดจำกัดสูงสุด... ระบบผู้ถือครองความรวยระดับพระเจ้า ทำการปลุกเสร็จสิ้น!]*
*[เงื่อนไขผ่าน: ถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีจากบุคคลระดับล่าง (ในแง่จิตวิญญาณ)]*
*[กำลังปลดล็อกรางวัลเริ่มต้น: ยอดเงินสดในบัญชีไม่จำกัดวงเงิน และสิทธิ์การซื้อกิจการรอบตัวในรัศมี 10 กิโลเมตรทันที!]*
รวินท์ชะงักง้าง มือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบเช็คหยุดกลางอากาศ ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วทุกอณูเซลล์ ความเจ็บปวดและความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อครู่พลันมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกทรงอำนาจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ โลกใบเดิมที่เคยแคบและมืดมน บัดนี้ขยายกว้างขึ้นจนเขามองเห็นโครงข่ายอำนาจเงินตราที่อยู่เบื้องหลังผู้คนทั้งหมดในห้องนี้
พงศกรเห็นรวินท์นิ่งเงบไป จึงยิ่งได้ใจ หัวเราะเยาะเสียงดังลั่น "ฮ่าๆๆๆ ดูสิ! มันก้มมองเช็คตาค้างเลยวะ คิดถูกจริงๆ ที่เอาเงินฟาดหัวมัน สุนัขมันก็ยังเป็นสุนัขวันยันค่ำ!"
กลุ่มเพื่อนสนิทของพงศกรพากันส่งเสียงเชียร์และปรบมือเยาะเย้ย พิมพ์ชนกถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอกและรังเกียจระคนกัน เธอคิดว่ารวินท์ก็เป็นเพียงผู้ชายไร้ศักดิ์ศรีคนหนึ่งจริงๆ
รวินท์ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรของเขาแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างประหลาด ใบหน้าที่เคยซีดเซียวบัดนี้เรียบเฉย เยือกเย็น และดุดันราวกับพญามารที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล
เขาไม่ได้ก้มลงหยิบเช็คใบนั้น แต่กลับใช้ปลายรองเท้าหนังราคาถูกเหยียบย่ำลงไปบนเช็คเงินสดห้าแสนบาทนั้นต่อหน้าต่อตาพงศกร จนกระดาษราคาแพงยับยู่ยี่และเปื้อนรอยเปื้อนจากพื้นรองเท้า
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของพงศกรแข็งค้าง พิมพ์ชนกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"แก... แกทำบ้าอะไรวะ!" พงศกรแผดเสียงด้วยความโกรธที่ถูกหักหน้า
รวินท์ไม่ตอบ เขาควักโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าหน้าจอแตกออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท กดปลดล็อกด้วยความเร็วแสง ก่อนจะกดหมายเลขสายด่วนพิเศษที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอระบบที่คนอื่นมองไม่เห็น ปลายสายรับทันทีด้วยเสียงนอบน้อมที่สุด
"เรียนท่านประธาน... ระบบเชื่อมต่อเรียบร้อย มีอะไรให้กระผมรับใช้ครับ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังลอดออกมาจากลำโพง
รวินท์กวาดสายตามองไปรอบห้องจัดเลี้ยง สายตาคมก్రిบราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อหยุดลงที่ใบหน้าซีดเผือดของพงศกร ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำหนักของคำพูดกลับสั่นสะเทือนไปทั้งห้อง
"จัดการซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลพงศกรในตอนนี้... แล้วเตะพวกมันออกไปให้พ้นจากโรงแรมของฉัน"
พงศกรอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากธนาคารยักษ์ใหญ่ทั่วประเทศจะดังขึ้นพร้อมเพรียงกันในโทรศัพท์มือถือของแขกเหรื่อทุกคนในงาน... รวมถึงโทรศัพท์มือถือของพงศกรเอง!
หน้าจอโทรศัพท์ของพงศกรสั่นรัวไม่หยุด ข้อความแจ้งเตือนสถานะการอายัดบัญชีและการปลดฟ้าผ่าจากคณะกรรมการบริหารบริษัทพุ่งเข้ามาราวกับพายุฝน
รวินท์เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก้าวเข้าไปใกล้พงศกรที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างฉับพลัน ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของอีกฝ่ายเย็นเฉียบ
"เมื่อกี้แกบอกว่า... เงินของฉันมันกินไม่ได้สินะ? งั้นฉันจะซื้อโรงแรมนี้ แล้วใช้เป็นที่กักขังความอับایของแก... เริ่มจากวินาทีนี้เป็นต้นไป"
ดวงตาของพงศกรเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านหลังถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดสูทสีดำนับสิบคนที่เดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ...
โปรดติดตามตอนต่อไป...
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความสะใจในครั้งนี้นะครับ)*
— **โอเวอร์ลอร์ดซีโร่**
ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด•ตอนที่ 1
ถูกบอกเลิกกลางงานเลี้ยง
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!