เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 1

วิญญาณเซียนในร่างสะใภ้รอง

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"ถ้าตระกูลจ้าวของพวกเราจะเลี้ยง 'คนไร้ค่า' ที่กินข้าวเปลืองข้าวสารไปวันๆ สักคน สู้เอาข้าวพวกนั้นไปเทให้หมูกลานยังจะได้ประโยชน์เสียกว่า!" เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นบนโต๊ะสั่นสะเทือน น้ำซุปผักป่าสีใสกระฉอกออกมาเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ สะท้อนภาพความรinรanaของบ้านเรือนชนบทในยุคเจ็ดสิบปลายๆ ได้เป็นอย่างดี หลินฟางเซียนกะพริบตาช้าๆ ความเจ็บแปลบที่ท้ายทอยค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยและพลังปราณบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในจุดตันเถียนอย่างเป็นระเบียบ นางไม่ใช่เซียนโอสถอัจฉริยะแห่งดินแดนเซียนแปดทิศที่สิ้นชื่อเพราะทัณฑ์สวรรค์แล้วหรือ? เหตุใดตอนนี้ ลมหายใจของนางจึงเต็มไปด้วยกลิ่นอับของดินโคลน กลิ่นควันฟืน และกลิ่นเหงื่อไคลของมนุษย์ยุคปัจจุบัน ความทรงจำแปลกปลอมหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำหลาก—ร่างนี้คือ 'หลินฟางเซียน' สะใภ้รองแห่งตระกูลจ้าว หญิงสาวอ่อนแอที่แต่งเข้ามาได้เพียงครึ่งปี ถูกโขกสับสารพัดเพราะสามีของนาง 'จ้าวหานตง' ถูกส่งตัวไปทำงานหนักเป็นหัวหน้ากองผลิตในเขตอื่นและแทบไม่ได้ส่งเงินกลับมา วันนี้... ยามที่นางล้มป่วยจนลุกไม่ขึ้น แม่สามีจอมเขี้ยวอย่าง 'นางโจว' จึงใช้ข้ออ้างเรื่อง "ปากท้องที่ไร้ประโยชน์" มาขับไล่นางออกจากบ้านอย่างเลือดเย็น "แม่พูดถูกแล้วพี่สะใภ้รอง ร่างกายท่านผอมแห้งแรงน้อย ทำงานในไร่ก็เป็นภาระ แถมยังกินจุราวกับปอบลง ถ้าท่านยังหน้าด้านอยู่กินข้าวของตระกูลจ้าวต่อไป เกรงว่าพวกเราคงต้องอดตายกันหมดจริงๆ" เสียงแหลมเล็กของจ้าวซิ่วอิง น้องสามีที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูเอ่ยเสริมขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน สายตากวาดมองร่างโปร่งบางในชุดผ้าฝ้ายเก่าขาดวิ่นด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ฟางเซียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ใบหน้าจะซีดเซียวไร้เลือดฝาด แต่ทว่าดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เคยหม่นหมองและหวาดกลัว กลับฉายแววคมกริบดุจใบมีดน้ำแข็ง กลิ่นอายความกดดันระดับเซียนโอสถผู้ผ่านการปรุงโอสถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินมานับร้อยปีแผ่ซ่านออกมาโดยไม่รู้ตัว จนแม่สามีที่กำลังอ้าปากด่าทอต่อถึงกับชะงักกึกโดยอัตโนมัติ "เจ้า... เจ้ามองหน้าแม่ด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร นังเด็กเนรคุณ!" นางโจวสะดุ้งโหยงด้วยความรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ แต่นางก็รีบกลบเกลื่อนด้วยการแผดเสียงดังกลบเกลื่อนความกลัว "จะไปก็ไสหัวไปซะ! แต่อย่าหวังว่าจะได้ข้าวสารติดตัวไปสักเมล็ดเดียว เสื้อผ้าพวกนี้ก็เป็นของตระกูลจ้าว ถอดออกแล้วค่อยคลานออกจากบ้านเราไป!" ความโลภและความใจร้ายฉายชัดบนใบหน้าของคนตระกูลจ้าว ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ การไล่คนออกไปก็เหมือนการขับไล่ให้ไปตายดีๆ นี่เอง โดยเฉพาะหญิงสาวที่ไม่มีแม้แต่แรงจะแบกฟืน ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่กลับทรงพลังจนทุกคนในห้องโถงถึงกับขนลุกซู่ นางปัดฝุ่นตามเนื้อตัวด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับนางพญาผู้สูงศักดิ์ กำลังมองดูฝูงมดปลวกที่กำลังกระวนกระวายใจ "ขับไล่ข้า?" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงอำนาจจนคนฟังต้องมนต์สะกด "ตระกูลจ้าวมีปัญญาหาข้าวให้ข้ากินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ตั้งแต่ข้าแต่งเข้ามา มีแต่นำทรัพย์สินติดตัวของข้ามาจำนำเพื่อจุนเจือครอบครัวพวกท่าน จำได้ไหมว่าเงินที่ใช้ซ่อมหลังคาเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาจากไหน? หรือว่าความจำของคนตระกูลจ้าวจะสั้นเสียยิ่งกว่าหางอึ่ง?" "เจ้า... นังสารเลว กล้าดียังไงมาเถียงฉอดๆ!" นางโจวหน้าดำคร่ำเครียด พุ่งตัวเข้าไปเงื้อมือหมายจะตบสั่งสอนสะใภ้ผู้ไม่เจียมตัว ทว่า... เร็วกว่าแสง ชั่วพริบตาที่ฝ่ามือหยาบกร้านกำลังจะกระทบใบแก้ม ฟางเซียนกลับเอี้ยวตัวหลบอย่างงดงาม พร้อมกับใช้นิ้วเรียวยาวสะกิดเข้าที่จุดชีพจรใต้ข้อศอกของนางโจวเบาๆ *เพลียะ! อ๊าย!* เสียงร้องโหยหวนดังลั่นบ้าน นางโจวทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มือข้างที่เงื้อมารู้สึกชาด้านและไร้เรี่ยวแรงราวกับกระดูกหลุดออกจากร่าง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจนพูดไม่ออก "อย่าใช้มือสกปรกมาแตะต้องตัวข้า" ฟางเซียนก้มมองอีกฝ่ายด้วยหางตา น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับมาจากขุมนรก "ส่วนเรื่องจะไล่ข้าออกจากบ้าน... ได้! ในเมื่อท่านเอ่ยปากเอง ข้าก็จะไป แต่สัญญาสะใภ้และทะเบียนหย่าที่ตระกูลจ้าวทำขึ้น ต้องประทับตราให้เรียบร้อย ณ บัดนี้!" บรรยากาศในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง นังสะใภ้รองผู้โง่เขลาเบาปัญญาคนเดิมหายไปไหน เหตุใดวันนี้จึงดูน่ากลัวราวกับปีศาจจำแลงกายมา ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นจากลานบ้านด้านนอก พร้อมกับกลิ่นอายบุรุษเพศที่เต็มไปด้วยความดุดันและกลิ่นอายฝุ่นดินจากการทำงานหนัก ประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเขียวเข้มของหัวหน้ากองผลิตก้าวเข้ามา ร่างกายกำยำ ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมราวกับสลักจากหินผา ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสภาพความวุ่นวายในห้องโถง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างโปร่งบางของภรรยาที่ตนไม่ได้พบหน้ามาหลายเดือน จ้าวหานตงขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด "เกิดอะไรขึ้นที่นี่? ใครกล้าไล่ใครออกจากบ้าน?" ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูต้อนรับความสนุกบทแรกไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%