กลิ่นโลหิตคละคลุ้งกลบกลืนกลิ่นอายราตรีเสียจนสิ้น ปลายกระบี่สเตนเลสในมือของนักฆ่าชุดดำสะท้อนแสงจันทร์สีโลหิต เป็นประกายวาบวับบาดตา ตระกูลจ้าวผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองอวิ๋นโจว บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังและกองศพของบ่าวไพร่ที่นอนเรียงรายอย่างไร้ลมหายใจ เสียงร้องครวญครางเฮือกสุดท้ายดับลงพร้อมกับเงาดำนับสิบที่เคลื่อนไหวราวกับภูตผี
"เก็บกวาดให้สะอาด อย่าให้เหลือรอดแม้แต่สุนัขสักตัว"
เสียงแหบพร่าดั่งอีกาผีดังขึ้นจากชายร่างสูงใหญ่ผู้สวมหน้ากากกระดูกสัตว์ เขาคือ 'อู๋เทียน' หัวหน้าหน่วยสังหารเงาโลหิต มือสังหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้พิษสลายกระดูก ปราณยุทธ์รอบตัวเขาแผ่พุ่งเป็นไอสีดำทมิฬ บ่งบอกถึงการบรรลุขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่แปดอย่างแท้จริง
ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่อาบยาพิษกำลังจะปลิดชีพอรหันต์ตระกูลจ้าวชราผู้เป็นประมุข ซึ่งนั่งคุกเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่เบื้องหน้า อากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน ราวกับฤดูใบไม้ร่วงถูกแช่แข็งด้วยเหมันต์นิรันดร์
แปะ... แปะ... เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดั่งเสียงใบไม้ร่วงกระทบพื้น แต่มันกลับดังชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของมือสังหารทุกคน
อู๋เทียนชะงักฝ่ามือ ดวงตาภายใต้หน้ากากกระดูกหรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง เขากวาดตามองไปยังความมืดเบื้องหน้า ปราณคุ้มกายถูกขับเคลื่อนจนเสื้อผ้าสะบัดพริ้ว "ใครกัน? ซ่อนหัวอยู่ไกลถึงเพียงนั้น คิดจะสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องของสำนักเงาโลหิตอย่างนั้นหรือ?"
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงสายลมราตรีที่พัดพาเอาเศษใบไม้หมุนวน และที่สำคัญกว่านั้น... กลิ่นอายกระบี่ที่คมกริบจนบาดผิวหนังของเหล่ามือสังหารโดยไม่ต้องชักอาวุธออกมาเสียด้วยซ้ำ
"พวกเจ้า... ล้ำเส้นเกินไปแล้ว"
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นดั่งมาจากขุมนรกดังขึ้น ร่างหนึ่งปรากฏกายขึ้นบนหลังคาเรือนกระเบื้องสีนิลอย่างเงียบเชียบ ราวกับเขาอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ต้นแล้ว หลี่มู่เหยียนยืนไขว้มือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง อีกมือหนึ่งกุมด้ามกระบี่ไร้ลวดลายที่เหน็บอยู่ข้างเอว อาภรณ์สีเทาเข้มสะบัดตามแรงลม ดวงตาคมกริบคู่นั้นดั่งหุบเหวลึกที่ไร้ก้นบึง ทะนงตนและเย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว
อู๋เทียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความดูแคลน แม้จะสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของชายหนุ่มตรงหน้า แต่ด้วยจำนวนและชื่อชั้นของหน่วยสังหารเงาโลหิต เขาย่อมไม่เห็นคนผู้เดียวอยู่ในสายตา "จอมยุทธ์พเนจรผู้โง่เขลา คิดจะใช้ชื่อเสียงของตนเองมาผดุงความยุติธรรมอย่างนั้นรึ? รู้ไหมว่าใต้หล้าแห่งนี้ มีศพคนโง่เขลาเช่นเจ้าฝังอยู่ลึกเท่าใด!"
"ความยุติธรรม?" หลี่มู่เหยียนมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไร้ซึ่งความอบอุ่น "ข้าไม่เคยรู้จักคำนั้น สิ่งที่ข้าจักทำในวันนี้... มีเพียงการทวงหนี้เลือดที่พวกเจ้าติดค้างไว้เมื่อสิบปีก่อนต่างหาก"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่มู่เหยียนก็เลือนหายไปจากจุดเดิม!
"ระวัง!" อู๋เทียนแผדเสียงคำรามลั่น สัญชาตญาณความเป็นความตายกรีดร้องลั่นสมอง ปราณทมิฬระเบิดออกจากร่างเพื่อสร้างเป็นเกราะกำบัง
ช้ง! ประกายไฟสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด แรงปะทะจากการตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียวส่งผลให้กระเบื้องหลังคาแตกกระจายร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน มือสังหารระดับสูงสองคนที่พุ่งเข้าประกบข้างร่างของหลี่มู่เหยียนในคราแรก บัดนี้ลำคอของพวกมันปรากฏรอยแดงบางเฉียบ ก่อนที่โลหิตสีดำสนิทจะพวยพุ่งออกมาจากหลอดลม ร่างทั้งสองร่วงหล่นกระแทกพื้นแน่นิ่งอย่างไร้เสียง
ความเร็วระดับนี้... มันคือวิชากระบี่อันใดกัน!
อู๋เทียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารู้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นี้มิใช่จอมยุทธ์พเนจรธรรมดา แต่เป็นปีศาจจำแลงกายมา มือสังหารนับสิบที่เหลือต่างแผ่รังสีอำมหิต พุ่งเข้าล้อมกรอบหลี่มู่เหยียนไว้ตรงกลาง ทุกคนล้วนชักอาวุธลับอาบยาพิษและกระบี่สั้นเตรียมพร้อมปลิดชีพ
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจากแรงกดดันของลมปราณที่ปะทะกัน หลี่มู่เหยียนยังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลัก ปลายนิ้วเรียวยาวแตะอยู่ที่ด้ามกระบี่อย่างแผ่วเบา
ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ทิศทางเบื้องบนท้องฟ้า ทิศทางที่แสงจันทร์สาดส่องลงมา ปรากฏเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งร่อนลงมาดั่งเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ นางสวมชุดผ้าแพรสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าโปร่งแสง เผยให้เห็นเพียงดวงตาดั่งหงส์ที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี นางคือเซียนหานเหมย ศิษย์เอกสำนักจันทร์พิสุทธิ์ ผู้ไม่เคยย่างกรายเข้าสู่ความวุ่นวายในยุทธภพ
หานเหมยปรายตามองซากศพรอบบริเวณ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่แผ่นหลังกว้างของหลี่มู่เหยียน แววตาที่เคยไร้คลื่นอารมณ์มาตลอดชีวิต กลับไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามกดขี่เอาไว้
"มู่เหยียน... เจ้าทำตัวบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว" น้ำเสียงไพเราะแต่เย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ
หลี่มู่เหยียนไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หานเหมย ที่นี่อันตรายเกินกว่าที่เซียนผู้สูงส่งเช่นเจ้าควรจะเอาตัวเข้ามาพัวพัน ถอยไปเสีย"
"ข้าไม่ได้มาเพื่อถอย" หานเหมยกล่าวเบา ๆ นางตวัดมือวาดกระบี่วิเศษประจำกาย 'จันทร์เสี้ยววารี' ออกมาจากฝัก แสงสีฟ้าครามสว่างวาบตัดกับแสงจันทร์สีโลหิต "ข้าเพียงแต่... ไม่อนุญาตให้ผู้ใดพรากชีวิตเจ้าไปต่อหน้าต่อตาข้าก็เท่านั้น"
อู๋เทียนเห็นคนทั้งสองสนทนากันราวกับไม่เห็นหัวพวกตน คลื่นโทสะพวยพุ่งจนหน้ากากสั่นสะเทือน "บังอาจนัก! คิดว่ามากันสองคนแล้วจะรอดออกไปจากที่นี่ได้งั้นรึ? ต่อให้เป็นเซียนจากฟ้าดินที่ใด วันนี้พวกเจ้าก็ต้องตายอยู่ที่นี่ทั้งหมด! ตั้งค่ายกลพิษสลายวิญญาณ!"
สิ้นเสียงคำรามของหัวหน้าหน่วยสังหาร มือสังหารที่เหลือพากันแผ่ไอพิษสีเขียวเข้มออกมาหลอมรวมกันจนกลายเป็นม่านหมอกพิษหนาทึบ กลิ่นหวานเอียนของมันทำให้ต้นไม้ใบหญ้าเหี่ยวเฉาลงทันตาเห็น ม่านหมอกพิษนี้สามารถกัดกร่อนได้แม้กระทั่งปราณคุ้มกายของผู้บรรลุขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสูง
หานเหมยยกกระบี่ขึ้นตั้งรับ ปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์ถูกขับเคลื่อนเพื่อต้านทานไอพิษ ทว่าความหนาแน่นของพิษกลับเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ผิวเนียนละเอียดของนางเริ่มมีเหงื่อกาฬผุดซึม ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น
หลี่มู่เหยียนเห็นดังนั้น แววตาที่เคยเยือกเย็นพลันปรากฏประกายแสงอันคมกริบดั่งคมดาบที่พร้อมจะสับ
เขาขยับตัวเพียงเล็กน้อย เสียง "กริ๊ด" ของโลหิตที่เสียดสีกับฝักกระบี่ดังขึ้นเบา ๆ แต่กลับทรงพลังราวกับเสียงคำรามของมังกรสวรรค์
นิ้วมือของเขาปลดปล่อยพลังปราณไร้ลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวออกมา พลังนี้มิใช่การทำลายล้าง แต่เป็นการ "ตัดขาด" ทุกสิ่งทุกอย่างออกจากกัน แม้แต่กฏเกณฑ์ของฟ้าดิน!
"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์... กระบวนท่าที่หนึ่ง ตัดสิ้นวสันต์!"
หลี่มู่เหยียนพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าฟาด ประกายกระบี่สีเงินยวดยวงสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว กลืนกินแสงจันทร์และกลบรัศมีของดวงดาราบนฟากฟ้าทั้งหมด!
ไอพิษสีเขียวที่หนาทึบถูกผ่าแยกออกเป็นสองเสี่ยงราวกับกระดาษเปียกน้ำ อู๋เทียนเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวขีดสุด พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้วิญญาณของเขาร่ำร้องด้วยความหวาดผวา เขารีบยกกระบี่ขึ้นต้านรับสุดกำลัง แต่ทว่า...
แคว่ก!
เสียงเนื้อหนังถูกตัดขาดดังขึ้นพร้อมกับความเงียบสงบที่กลับคืนมา ร่างของมือสังหารนับสิบนิ่งค้างในท่าทางเดิม ปราณในร่างหยุดชะงักลงอย่างสมบูรณ์
อู๋เทียนก้มลงมองหน้าอกของตนเอง รอยกระบี่บางเฉียบปรากฏขึ้นกลางลำตัว ก่อนที่ร่างของเขาจะแยกออกเป็นสองส่วนและล้มลงจมกองเลือดอย่างไร้เรี่ยวแรง
ความตายมาเยือนเร็วยิ่งกว่าความคิด
หลี่มู่เหยียนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพ ปลายกระบี่ยังคงหยดหยาดโลหิตสีแดงฉานลงสู่พื้นดินทีละหยด... ทีละหยด...
เขายังไม่ทันได้เก็บกระบี่เข้าฝัก สายตากลับเหลือบไปเห็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่ต้นแขนของเซียนหานเหมย ซึ่งเกิดจากการโดนไอพิษเล็ดลอดเข้าไปทำร้าย แม้จะเป็นเพียงบาดแผลเล็กน้อย แต่มันกลับทำให้หัวใจของจอมยุทธ์ผู้หยิ่งทะนงกระตุกวาบ
หลี่มู่เหยียนก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวนางอย่างรวดเร็วโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ฝ่ามือหนาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่น ปราณบริสุทธิ์ถูกถ่ายเทเข้าไปเพื่อขับพิษออกทันที
หานเหมยสะดุ้งเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาเย็นชาคู่นั้นสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน "เจ้า... เหตุใดจึงต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยข้า?"
หลี่มู่เหยียนจ้องมองดวงตาดั่งหงส์คู่นั้น นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของนางสั่นสะท้านยิ่งกว่าเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์
"เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยพิษร้ายนี้..." หลี่มู่เหยียนกระซิบเสียงแผ่วข้างใบหูของนาง "มีเพียงเจ้า... ที่ข้าไม่อาจยอมให้มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย"
ยังไม่ทันที่หานเหมยจะได้เอ่ยคำใดตอบกลับ ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้ายามราตรีที่ควรจะสงบกลับเกิดเสียงคำรามกึกก้องดั่งอัสนีบาต เมฆสีดำทะมิลหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นเหนือศีรษะของทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนพื้นดินรอบกายทรุดตัวลง
พึ่บ!
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นบนยอดไม้สูงท่ามกลางสายฟ้าคำราม มือข้างหนึ่งถือคัมภีร์โบราณที่กำลังเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า สายตาดุดั่งพญาอินทรีจ้องมองลงมาที่หลี่มู่เหยียนด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"หลี่มู่เหยียน... ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอ หนี้เลือดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์เมื่อสิบปีก่อน วันนี้ถึงเวลาชำระสะงصแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบกันในตอนถัดไปนะครับ
- เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 1
เงาสังหารใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!