ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 1

ฟื้นคืนชีพในร่างพระชายาตกอับ

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
“หากเจ้ากล้ากระดิกนิ้วแตะต้องนางแม้เพียงปลายเส้นผม ข้าจะสนองคืนด้วยการควักนัยน์ตาสองข้างของเจ้าออกมา แล้วยัดใส่ปากให้เจ้าเคี้ยวเล่นเสียเดี๋ยวนี้!” เสียงตะคาดก้องกังวานด้วยโทสะที่พุ่งพล่านภายในเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า สตรีในอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นอันวิจิตรนางหนึ่ง ยืนตระหง่านอยู่หน้าเตียงไม้โบราณ นางคือ ‘อนุหลิน’ ผู้ที่ท่านอ๋องมู่หรงหลี่เคยหยิบยื่นความเมตตาให้เพียงชั่วครู่ยาม แต่บัดนี้กลับอาศัยอิทธิพลที่ไร้รากฐานมาข่มเหงผู้เป็นภรรยาเอกของจวน บนเตียงนั้น ร่างของไป๋ลี่หลินนอนนิ่งมานานถึงสามวันสามคืน ทว่าในวินาทีที่หยาดน้ำร้อนจัดที่อนุหลินตั้งใจราดรดลงบนใบหน้าของผู้เป็นนายกำลังจะสัมผัสผิวหนัง เปลือกตาที่ปิดสนิทพลันลืมโพลงขึ้น ดวงตาคู่นั้น... ไม่ใช่ดวงตาที่อ่อนแอและไร้เดียงสาของ ‘ไป๋จินเฉิน’ ผู้เป็นเจ้าของร่างเดิม แต่มันคือดวงตาของยอดกุนซือผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนในโลกยุคปัจจุบัน มือเรียวบางที่ดูอ่อนแรงคว้าจับข้อมือของอนุหลินไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ความร้อนระอุของน้ำชาในถ้วยที่ถูกต้านไว้ฉีดกระจายลวกถูกมือของอนุหลินจนนางกรีดร้องเสียงหลง “เจ้า!” อนุหลินชักสีหน้าด้วยความตื่นตระหนก “อีคนไร้ค่า กล้าดียังไงมาจับตัวข้า!” ไป๋ลี่หลินขยับกายลุกขึ้นช้าๆ นางไม่ได้รีบร้อนทว่าทุกท่วงท่ากลับสง่างามและเยือกเย็นดั่งขุนเขาที่ไม่มีวันสั่นคลอน นางค่อยๆ ลุกจากเตียงด้วยกิริยาที่ดูราวกับกำลังก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ ไม่ใช่การตื่นจากอาการป่วยไข้ ใบหน้าซีดเผือดทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน “ไร้ค่าหรือ?” ไป๋ลี่หลินเอ่ยขึ้น เสียงของนางแหบพร่าทว่ากังวานด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น “ในฐานะอนุภรรยาที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการยกน้ำชาอย่างเป็นทางการ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาเหยียบย่ำเรือนของภรรยาเอกที่มีพระราชโองการสมรสประทับตราลัญจกรชัดเจน?” “เจ้าคงลืมไปแล้วว่าที่นี่คือจวนชินอ๋อง ไม่ใช่หอคณิกาที่เจ้าเคยร่ายรำเอาใจชายต่ำต้อย” บรรยากาศในเรือนพลันเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของบ่าวรับใช้ที่ยืนหมอบราบอยู่กับพื้น อนุหลินที่เคยได้ใจกลับหน้าถอดสี มือที่สั่นเทาพยายามดึงข้อมือกลับแต่ไป๋ลี่หลินกลับบีบแน่นขึ้นกว่าเดิม “ข้าจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ” ไป๋ลี่หลินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นสัมผัสแก้มนางตัวร้าย “สตรีที่อยู่รอดในวังหลังหรือจวนใหญ่ไม่ใช่สตรีที่ใช้เสียงแผดก้อง แต่คือสตรีที่รู้วิธีขีดเส้นตายให้ผู้อื่นอย่างไร้ร่องรอย... เจ้าเชื่อหรือไม่ ว่าถ้วยน้ำชานี้ หากข้าเปลี่ยนจากการราดลงพื้น เป็นการกรอกลงลำคอเจ้าเพียงหยดเดียว ชีวิตที่เหลือของเจ้าจะจบสิ้นลงภายในสามราตรี?” น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น จนอนุหลินรู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับมีน้ำแข็งแทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูก ความเย่อหยิ่งถูกบดขยี้จนสิ้นซาก นางรีบสะบัดตัวออกแล้วถอยหลังกรูดไปจนเกือบชนประตู “แก... แกไม่ใช่จินเฉิน!” “ข้าคือใครไม่สำคัญ...” ไป๋ลี่หลินยกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูอันตรายเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง “สำคัญที่ว่า ต่อจากนี้ไป ใครก็ตามที่ข้ามเส้นเขตแดนของข้า... ผู้นั้นต้องเตรียมตัวรับผลของการกระทำไว้ให้ดี” จังหวะนั้นเอง ประตูบานใหญ่ของเรือนก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บจางๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงตะวันยามบ่าย มู่หรงหลี่—ชินอ๋องผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งแผ่นดิน ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แววตาของเขาดุดันและเยือกเย็นราวกับมหาสมุทรในคืนพายุคลั่ง เขาไม่ได้มองอนุหลินที่หมอบกราบตัวสั่น แต่สายตาที่คมกล้าดุจเหยี่ยวพุ่งตรงไปยังไป๋ลี่หลินผู้ยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้อง “เจ้าฟื้นแล้วงั้นหรือ...” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน “แต่ดูเหมือนเจ้าจะ ‘ฟื้น’ ขึ้นมาพร้อมกับเขี้ยวเล็บที่ข้าไม่เคยรู้จักนะ... พระชายาของข้า” มู่หรงหลี่ก้าวเข้ามาใกล้ หยุดยืนอยู่ตรงหน้าไป๋ลี่หลินเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกำยานเย็นๆ ของไม้กฤษณาโชยมาจากตัวเขา ไป๋ลี่หลินไม่หลบตา นางเงยหน้าสบตากับบุรุษผู้ได้ชื่อว่าดุร้ายที่สุดในแผ่นดินอย่างไม่เกรงกลัว เขายื่นมือหนาออกมา หมายจะเชยคางนางขึ้น ทว่าไป๋ลี่หลินกลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างแผ่วเบา พร้อมกับขยับยิ้มเย็น “ท่านอ๋องเสด็จมาได้ถูกเวลาพอดี... หม่อมฉันกำลังจะสั่งสอนคนในปกครองของท่านอยู่พอดีว่า กฎระเบียบของจวนนี้ควรเป็นอย่างไร” ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าข้ารับใช้ มู่หรงหลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครคาดคิด... รอยยิ้มที่ซ่อนความสนใจอันมหาศาลไว้เบื้องหลัง “ดี... กฎระเบียบงั้นหรือ” เขากล่าวพลางมองไปที่ถ้วยน้ำชาที่แตกละเอียดบนพื้น “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ข้าจะมาฟังเจ้าอธิบายกฎระเบียบที่ว่าด้วยตัวเอง... ในห้องบรรทม” เขาสะบัดชายเสื้อเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด แต่ก่อนที่เขาจะลับสายตา หัวหน้าขันทีประจำตัวก็ได้ส่งห่อผ้าไหมสีทองชิ้นหนึ่งให้แก่สาวใช้ของนาง พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่วเรือน “ท่านอ๋องมีรับสั่ง... คืนนี้พระชายาต้องดื่ม ‘น้ำแกงสมุนไพร’ ที่ปรุงพิเศษจากในวังเพื่อฟื้นฟูกำลัง” ไป๋ลี่หลินมองห่อผ้าที่สาวใช้ถือเข้ามา สายตาของนางหรี่ลงเมื่อเห็นตราประทับลับของ ‘ฮวาเฟย’ ที่มุมผ้านั้น นี่ไม่ใช่สมุนไพรบำรุงกำลัง... แต่มันคือยาพิษที่ไร้กลิ่นและสี ซึ่งนางในฐานะอดีตแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญรู้ดีกว่าใครว่ามันออกฤทธิ์อย่างไร การหยั่งเชิงเริ่มต้นขึ้นแล้ว... และเกมนี้ นางจะไม่ใช่เหยื่อให้ใครเชือดเฉือนอย่างแน่นอน หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเปิดม่านมหากาพย์แห่งวังหลังในครั้งนี้ หากถูกใจโปรดติดตามตอนต่อไปนะครับครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%