กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ที่โชยมาจากร่างของฮูหยินผู้เฒ่ามู่หรง ซึ่งกำลังนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงไม้ฮวาหลีสลักลายวิจิตร ความเงียบงันภายในห้องโถงใหญ่ของเรือนประธานนั้นกดดันเสียจนบ่าวรับใช้ด้านนอกไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง มู่หรงหลี่ชะงักค้าง สีหน้าที่เคยคลั่งรักเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในพริบตาเดียว นัยน์ตาคู่นคมกริบหรี่แคบลงอย่างอันตราย ขณะที่จินเฉินกลับนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม
"ท่านอ๋องยังทรงลังเลอันใดอยู่หรือครับ หรือเกรงว่ามือคู่นี้ของหม่อมฉัน จะเปื้อนเลือดมารดาของท่านเสียยิ่งกว่าเดิม?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ ไป๋ลี่หลิน หรือในนามปัจจุบันคือจินเฉิน ก้าวเข้ามาประชิดเตียงบรรทม นางหาได้เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าสามีไม่ อาภรณ์ผ้าแพรสีม่วงเข้มปักลายหงส์ร่อนรับกับใบหน้างามล้ำที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ในมือเรียวระหงของนางเวลานี้ ปรากฏซองเข็มหนังไหมปักลายวิจิตร ซึ่งนางเพิ่งคลี่ออกเผยให้เห็นเข็มเงินบริสุทธิ์ยาวคืบกว่าส่มเล่มเรียงรายสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับแวม
มู่หรงหลี่ไม่ตอบคำถาม สายตาคมปลาบกวาดมองร่างของมารดาที่บัดนี้ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำม่วงจากพิษเรื้อรังที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะหันมาจ้องมองดวงตาคู่สวยของชายาตนเองอย่างพิจารณา ภายในใจของชินอ๋องผู้เยือกเย็นและกุมอำนาจกองทัพครึ่งประเทศกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ข่าวลือเรื่องชายารักผู้นี้ไร้ความสามารถด้านการแพทย์เป็นสิ่งที่คนในราชสำนักลือกันจนหนาหู ทว่าแววตาที่มั่นอกมั่นใจ ไร้ความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ยามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายของฮูหยินผู้เฒ่า กลับทำให้นางดูน่าค้นหาและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
"หากเจ้าช่วยมารดาของเปิ่นหวังไม่ได้..." มู่หรงหลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม เยียบเย็นจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เตรียมตัวรับราชโองการหย่าและโทษทัณฑ์ฐานสังหารมารดาของแม่ทัพใหญ่ได้เลย"
จินเฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง ทว่ากลับทำให้เหล่าหมอหลวงที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้องถึงกับหน้าถอดสี
"หม่อมฉันหาใช่คนโง่ที่จะเอาคอขึ้นมาพาดเขียงเล่นหรอกครับท่านอ๋อง... แต่หากหม่อมฉันช่วยรักษาฮูหยินผู้เฒ่าจนหายเป็นปลิดทิ้งเล่า พระองค์จะทรงประทานสิ่งใดให้เป็นรางวัลแก่หม่อมฉัน?"
นางถามสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่ออำนาจล้นฟ้าของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
"เจ้าอยากได้อะไรล่ะ?" มู่หรงหลี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้สึกสนใจเกมการต่อรองตรงหน้าขึ้นมาคงสะกิดใจไม่น้อย
"ใบหย่า... และอิสรภาพที่จะเดินออกจากจวนชินอ๋องแห่งนี้โดยไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวาง"
สิ้นคำกล่าวของนาง บรรยากาศภายในห้องนอนราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา บ่าวรับใช้ต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวต่อความอาจหาญของพระชายาผู้กล้าต่อรองกับชินอ๋องผู้ดุร้าย ทว่ามู่หรงหลี่กลับมิได้กริ้วโกรธดังที่คาด มุมปากหนากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และคาดเดาไม่ได้
"ตกลง... หากเจ้าทำได้ เปิ่นหวังจะหย่าให้เจ้าทันที" มู่หรงหลี่เอ่ยรับคำอย่างง่ายดาย ทว่าในใจกลับคิดอีกอย่าง *'ฝันไปเถอะว่าเจ้าจะได้ก้าวออกจากอกของเปิ่นหวัง... ลี่หลิน'*
เมื่อการตกลงเป็นอันสิ้นสุด จินเฉินก็หาได้เสียเวลาชักช้าอีกต่อไป นางสะบัดมือคราหนึ่ง เข็มเงินเล่มยาวก็ถูกดึงออกมาด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ท่วงท่าการจับเข็มของนางนั้นงดงาม ประณีต และคล่องแคล่วราวกับร่ายรำ ไม่หลงเหลือเค้าลางของสตรีในห้องหอแม้แต่น้อย
"ถอยไป!" นางเอ่ยสั่งบ่าวไพร่และหมอหลวงที่ยืนขวางทางด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ทรงอำนาจจนทุกคนต้องยอมถอยร่นโดยอัตโนมัติ
จินเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมาธิทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่ปลายนิ้ว ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังจุดชีพจรสำคัญบนร่างของฮูหยินผู้เฒ่า พิษที่สะสมอยู่ในร่างกายของหญิงชรานั้นไม่ใช่พิษธรรมดา หากแต่เป็น "พิษบุปผาน้ำแข็ง" ที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูกและเส้นเอ็น การจะขับพิษนี้ออกมา จำเป็นต้องใช้ "วิชาเข็มเก้าหยดโลหิต" ซึ่งสูญหายไปจากยุทธภพมานานนับร้อยปีแล้ว
มือเรียวระหงปักเข็มเล่มแรกกลงไปที่จุด "ไป่ฮุ่ย" บนกระหม่อมของฮูหยินผู้เฒ่า ตามด้วยจุด "ถานจง" และ "ชี่ไห่" อย่างแม่นยำไร้ที่ติ ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าหมอหลวงที่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
"นะ... นั่นมันวิชาเข็มสะท้านฟ้า! นางใช้เข็มขับพิษได้อย่างไรกัน!" หัวหน้าหมอหลวงอุทานออกมาเสียงดังด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
มู่หรงหลี่กอดอกมองการกระทำของภรรยาด้วยแววตาที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้น ความสามารถทางการแพทย์ระดับนี้ ต่อให้เป็นหมอเทวดาอันดับหนึ่งแห่งยุคก็ยังต้องยอมจำนน แล้วเหตุใดสตรีที่เติบโตมาในจวนเสนาบดีผู้ไร้ตัวตนอย่างนาง จึงรอบรู้ศาสตร์ลี้ลับเช่นนี้ได้? ยิ่งคิด ปมปริศนารอบตัวของไป๋ลี่หลินก็ยิ่งน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ
ผ่านไปหนึ่งก้านธูปเต็มๆ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผมของจินเฉิน ใบหน้างามซีดเซียวลงเล็กน้อยจากการใช้พลังภายในและสมาธิขั้นสูง ทว่ามือของนางยังคงมั่นคงไม่สั่นไหว นางใช้นิ้วเคาะที่โคนเข็มเงินเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทันใดนั้น ร่างของฮูหยินผู้เฒ่าก็กระตุกเกร็งขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนจะอ้าปากสำรอกโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับกลุ่มควันสีเทาจางๆ ที่ลอยขึ้นมาจากปลายเข็มเงินซึ่งบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท
"ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักโลหิตออกมาแล้ว! แย่แล้ว พระชายาต้องทรงวางยาพิษแน่ๆ!" สนมฮวาเฟยที่แอบลอบเข้ามาดูเหตุการณ์พร้อมกับนางกำลังคนสนิท ส่งเสียงกรีดร้องโวยวายขึ้นทำลายความเงียบ เพื่อใส่ร้ายป้ายสีทันที
จินเฉินไม่ได้ใส่ใจเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างทาง นางดึงเข็มเงินเล่มสุดท้ายออกด้วยความรวดเร็ว ลมหายใจของฮูหยินผู้เฒ่าที่เคยแผ่วเบา บัดนี้กลับมาสม่ำเสมอและใบหน้าที่เคยม่วงคล้ำก็เริ่มกลับมามีเลือดฝาดขึ้นทีละน้อยอย่างน่าอัศจรรย์
"ฮะ... หายใจแล้ว... ฮูหยินผู้เฒ่าหายใจเป็นปกติแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หมอหลวงคนหนึ่งวิ่งเข้าไปตรวจชีพจรด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดผวา ก่อนจะหันมาคุกเข่าโขกศีรษะคารวะจินเฉินด้วยความเคารพยำเกรง "ฝีมือการแพทย์ของพระชายายอดเยี่ยมยิ่งนัก! เป็นความมหัศจรรย์ของแผ่นดินแท้ๆ พ่ะย่ะค่ะ!"
สนมฮวาเฟยหน้าถอดสีทันที นางกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นจนยับยู่ยี่ แผนการที่จะใช้ความตายของฮูหยินผู้เฒ่ามาโค่นล้มไป๋ลี่หลินพังทลายไม่เป็นท่าในพริบตาเดียว
มู่หรงหลี่ก้าวเข้าไปใกล้เตียงบรรทม เขามองมารดาที่เริ่มมีสติสัมปชัญญะกลับคืนมา ก่อนจะหันมาสบตากับจินเฉิน นัยน์ตาคู่นคมกริบฉายแววพึงพอใจและลุ่มลึกอย่างปิดไม่มิด
"ดูท่า... เจ้าจะชนะเดิมพันครั้งนี้เสียแล้วสิ ลี่หลิน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ทรงเสน่ห์จนน่ากลัว
จินเฉินเช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยผ้าแพรขาว นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ชนะ "ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วครับท่านอ๋อง... หวังว่าพระองค์จะทรงรักษาพระวจนะ ตรัสแล้วไม่คืนคำ เรื่องใบหย่า..."
"เรื่องหย่าไว้ค่อยพูดกันทีหลัง..." มู่หรงหลี่ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด ก่อนจะยื่นมือหนาไปคว้าข้อมือเรียวของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างบางเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้างอันแข็งแกร่งของเขา "ในเมื่อเจ้าช่วยมารดาของเปิ่นหวังได้ เปิ่นหวังย่อมต้องมีรางวัลให้อย่างสาสม..."
ยังไม่ทันที่จินเฉินจะได้เอ่ยปากต่อต้าน บ่าวรับใช้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยความตื่นตระหนก ท่าทางกระวนกระวายใจจนแทบสิ้นสติ
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ให้ท่านอ๋องคุมกองกำลังทหารบุกเข้าปิดล้อม... ตระกูลไป๋ของพระชายา ในข้อหากบฏซ่องสุมกำลังพลพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำรายงานนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่หรงหลี่ก็เลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคู่คมตวัดกลับมามองจินเฉินที่บัดนี้ใบหน้าถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่จินเฉินชาวาบไปทั้งร่าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ที่นี้นะครับ
ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน•ตอนที่ 4
สกัดจุดมารยาด้วยเข็มเงินเล่มเดียว
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาผู้นี้ขอหย่าแล้วค่อยว่ากัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!