"เพล้ง!"
เสียงชามกระเบื้องเคลือบราคาถูกกระทบพื้นดินหน้าบ้านพักนายทหารจนแตกละเอียด เศษชามและน้ำแกงกระเด็นเปรอะเปื้อนขากางเกงผ้าฝ้ายสีซีดของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจู ร่างท้วมหนาในชุดมอมแมมสะดุ้งสุดตัว อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนคางแทบหลุด ดวงตาตี่เล็กเบิกกว้างจ้องมองหญิงสาวหน้าตาหมดจดที่ยืนถือไม้บรรทัดเหล็กยาวฟุตครึ่งเคาะลงกับฝ่ามือซ้ายเบาๆ เป็นจังหวะ
ลี่อินไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอเคลือบไว้ด้วยความเย็นชาจนน่าขนลุก กลิ่นหอมกรุ่นของตุ๋นเนื้อวัวใส่โสมที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จจากในครัวยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศมาคุตรงหน้าประตูบ้าน
"ลี่อิน! นัง... นังสะใภ้ไร้สามสำนึก! แกกล้าดียังไงถึงเอาชามข้าวต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้ฮึ!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้แผดลั่นจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่กำลังเดินผ่านต้องชะלוฝีเท้า หันมามองต้นเสียงกันเป็นตาเดียว
"ผู้หลักผู้ใหญ่?" ลี่อินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอปรายตามองกลุ่มญาติโยมฝั่งตระกูลเดิมของร่างนี้ที่ยกโขยงกันมากันแน่นขนัดราวกับฝูงตั๊กแตนลงแปลงนา ทั้งป้าสะใภ้ ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบอย่างจูเฉียง และบรรดาป้าๆ อาๆ ที่จำหน้าไม่ได้อีกหลายชีวิต "คนที่เดินเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต มาถึงก็รื้อค้นตู้กับข้าวแถมยังสั่งให้ฉันยกเงินเก็บก้อนสุดท้ายให้เอาไปใช้หนี้การพนัน... เขาเรียกโจรปล้นบ้านครับ ไม่ใช่ผู้หลักผู้ใหญ่"
คำว่า 'ครับ' จากปากของลี่อินในห้วงเวลานี้ไม่ได้แปลว่าสุภาพ แต่มันคือสัญลักษณ์ของการประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนที่ลี่อินกำลังใช้มิติซูเปอร์มาร์เก็ตแอบหยิบวัตถุดิบชั้นดีออกมาเตรียมทำมื้อเที่ยง บรรดาปลิงดูดเลือดเหล่านี้ก็บุกเข้ามาพังประตูรั้วไม้ไผ่ เสียงโวยวายทวงบุญคุณดังลั่นบ้าน อ้างว่าเพราะตระกูลจูเคยเลี้ยงดูข้าวแดงแกงร้อน (แม้ความจริงจะให้กินแต่กากมันสำปะหลังก็เถอะ) สะใภ้ที่แต่งออกไปแล้วอย่างเธอจึงต้องกตัญญูด้วยการควักเงินสดสามสิบหยวนที่ได้จากการขายซาลาเปาในตลาดมืดเมื่อวานนี้มาให้พวกเขานำไปใช้หนี้วงไพ่
ช่างกล้าฝันกลางวันเสียจริง!
ในตลาดหุ้น ยุคที่กราฟดิ่งลงเหว เธอยังเคยชอร์ตหุ้นจนพวกเจ้ามือรายใหญ่กระอักเลือดมาแล้ว นับประสาอะไรกับญาติเปรตกลุ่มนี้ที่มีมันสมองเท่าเม็ดถั่วเขียว ลี่อินวางแผนไว้เรียบร้อยแล้วว่าวันนี้แหละคือฤกษ์งามยามดีในการ "ล้างพอร์ต" ตัดวงจรอุบาทว์นี้ให้สิ้นซาก
"นังเด็กนี่! ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ!" จูเฉียง ลูกพี่ลูกน้องชายหนุ่มรูปร่างสูงโย่ง หน้าตาเจ้าเล่ห์ ก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาหมายจะคว้าคอเสื้อของลี่อินเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ "แต่งงานกับทหารจนรวยไม่รู้เรื่องแล้วใช่ไหม ถึงลืมหัวนอนปลายเท้า แกคิดว่าสามีแกเป็นนายทหารแล้วจะยิ่งใหญ่คับฟ้าหรือไง เงินแค่นี้สำรองให้ตระกูลเราไม่ได้หรือไงวะ!"
ทว่า มือหยาบกร้านยังไม่ทันแตะโดนชายเสื้อของลี่อิน ลี่อินก็วาดไม้บรรทัดเหล็กในมือฟาดเข้าที่หลังมือของจูเฉียงอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี!
*เพี๊ยะ!*
"โอ๊ย! แม่เจ้าโว้ย! มือฉัน!" จูเฉียงร้องลั่นกระโดดเหงงๆ ถอยหลังไปสามก้าว หลังมือขึ้นรอยแดงเถือกเป็นแถบยาว ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนน้ำตาซึม
"จำไว้ให้ดีนะคุณน้องชาย การยื่นมือสกปรกมาแตะต้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ในทางกฎหมายเขาเรียกว่าทำร้ายร่างกาย แต่ในบ้านหลังนี้ ฉันเรียกว่า 'รนหาที่ตาย'" ลี่อินก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ แววตาคมกริบดุจเซียนหุ้นผู้กุมชะตากทมตลาดการเงิน ปลดปล่อยออร่าความน่าเกรงขามที่ทำเอาทุกคนถึงกับผงะถอยหลัง "พวกคุณบอกว่าฉันอกตัญญู งั้นเรามาลองกางบัญชีประชาธิปไตยคิดบัญชีกันดูหน่อยไหม ว่าตั้งแต่ฉันอายุสิบขวบจนถึงวันที่แต่งงานออกเรือน พวกคุณสูบเลือดสูบเนื้อตักตวงจากฉันไปเท่าไหร่ ค่าแรงที่ฉันไปรับจ้างเกี่ยวข้าวเกี่ยวปอแล้วพวกคุณยึดเงินไปซื้อเหล้าขาว ค่าตัวที่เกือบจะขายฉันให้แก่ตัณหากลับในอำเภอสามสิบหยวนเมื่อปีที่แล้ว... จะให้ฉันคิดดอกเบี้ยทบต้นทบดอกแบบรายวันเลยดีไหมล่ะครับ!"
บรรยากาศหน้าบ้านเงียบกริบลงทันที บรรดาญาติโยมที่เคยส่งเสียงโวยวายต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พวกเขาไม่เคยเห็นลี่อินในมุมนี้มาก่อน สะใภ้รองตระกูลลู่คนนี้มักจะก้มหน้าก้มตาโดนรังแกมาตลอด เหตุใดวันนี้จึงกล the งมาเป็นพญาเสือดาวที่พร้อมขย้ำคอคนได้เล่า?
"แก... แกพูดจาเหลวไหลอะไร! นั่นมันบุญคุณนะเว้ย!" ป้าสะใภ้หน้าซีดเผือด แต่ยังคงทำใจดีสู้เสือ ร้องแว้ดกลบเกลื่อนความผิด "วันนี้ถ้าแกไม่ยอมควักเงินมาสิบล้าน... ไม่สิ สามสิบหยวนซะดีๆ ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน ให้ประจานความประพฤติสะใภ้ชั่วที่กล้าทำร้ายแม้กระทั่งญาติสนิทมิตรสหายของตัวเอง!"
"เชิญเลยครับ" ลี่อินยิ้มกริ่ม ผายมือออกกว้างอย่างไม่สะทกสะท้าน "เชิญไปตามผู้ใหญ่บ้าน หรือจะไปฟ้องกองร้อยทหารที่สามีฉันสังกัดอยู่เลยก็ได้นะ ฉันจะได้ให้สารวัตรทหารมาช่วยตรวจสอบด้วยว่า บัตรประชาชนของพวกคุณเนี่ย มีสิทธิ์อะไรมาบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล แถมยังพยายามรีดไถทรัพย์สินจากครอบครัวทหารผ่านศึกที่มีภารกิจปกป้องประเทศชาติ ข้อหานี้ในยุคปัจจุบัน โทษเบาที่สุดคือใช้แรงงานหนักในค่ายกักกันสักสิบปี พวกคุณสนใจจะลองสมัครเป็นคนงานดีเด่นไหมล่ะครับ?"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้ป้าสะใภ้ถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบนั่งแปะลงกับพื้นดิน ฝุ่นฟุ้งกระจาย คำขู่เรื่องค่ายกักกันและทหารหาญเป็นสิ่งที่ชาวบ้านในยุคนี้หวาดกลัวยิ่งกว่าผีสางเทวดา
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปทหารสีเขียวเข้มรุ่นปักหลักประจำการก็ดังกระหึ่มมาแต่ไกล พร้อมกับฝุ่นตลบอบولที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
ลู่เฉินในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ หมวกแก๊ปสีเขียวเข้มปีกบังแดด แผงอกกว้างประดับเหรียญตราความดีความชอบ ร่างกายสูงใหญ่กำยำก้าวลงจากรถด้วยท่าทางองอาจดุดัน ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มไร้รอยยิ้ม ดวงตาดุจพญาอินทรีวาดมองกราดไปที่กลุ่มคนแปลกหน้าหน้าบ้านของตนเองอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความดุร้ายของสนามรบแผ่ซ่านออกมาจนบรรดาญาติจอมปลอมถึงกับตัวสั่นเทา
ภรรยาตัวน้อยของเขากำลังถูกรังแกงั้นหรือ?
ลู่เฉินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาหยุดยืนเคียงข้างร่างบางของลี่อินอย่างปกป้อง สายตาดุคมกริบจ้องมองป้าสะใภ้ที่นั่งกองอยู่กับพื้นราวกับมองมดปลวก ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่สะเทือนไปถึงทรวงอก
"ใครกล้ามาสร้างความวุ่นวายที่บ้านของผม... อยากลองชิมลูกปืนสักนัดไหมครับ?"
ป้าสะใภ้และจูเฉียงหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ลนลานลุกขึ้นวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งรองเท้าแตะไว้เบื้องหลังท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์
ลี่อินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอหันไปมองสามีหนุ่มผู้มาถูกจังหวะเวลาพอดี รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่เธอจะถือวิสาสะยื่นมือไปหยิกแขนล่ำสันของเขาเบาๆ
"มาได้จังหวะเวลาเป๊ะเลยนี่ครับ สามีทหารของฉัน" ลี่อินเอ่ยแซว
ลู่เฉินเปลี่ยนสีหน้าจากพยัคฆ์ร้ายกลายเป็นลูกหมาตัวโตทันที เขาโอบเอวบางเข้ามาแนบชิด กระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบพร่าชวนใจสั่น "เพื่อปกป้องภรรยาและมื้อเที่ยงฝีมือเธอ ผมมาเร็วกว่ากำหนดเสมอ... ว่าแต่วันนี้ทำอะไรกินครับ หอมทะลุไปถึงปากซอยโน่นแน่ะ"
กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อตุ๋นโสมที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มกำลังส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นความหิวโหยในกระเพาะ ทว่า ในขณะที่ลี่อินกำลังจะเอ่ยปากตอบ เสียงเคาะประตูก็จังหันดังขึ้นอีกครั้งจากชายแปลกหน้าผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงรั้ว
ชายวัยกลางคนสวมแว่นตากลม แต่งตัวภูมิฐาน ถือกระเป๋าหนังสีดำเก่าๆ โค้งคำนับด้วยความนอบน้อม
"ขอประทานโทษครับ... ผมได้รับคำแนะนำมาจากตลาดมืด ว่าที่นี่มี 'สูตรลับชาสมุนไพรลดไขมัน' และอาหารกระป๋องสูตรพิเศษที่กำลังเป็นที่ต้องการของพ่อค้าชาวฮ่องกง... ไม่ทราบว่าคุณลี่อินสะดวกเจรจาธุรกิจร้อยหยวนตอนนี้เลยไหมครับ?"
ลี่อินชะงัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
[เซียนหุ้นย้อนเวลาขอตัวไปนับเงินสดล้านหยวนรอรับว่าที่เศรษฐีพันล้านก่อน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!]
คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร•ตอนที่ 11
ญาติจอมปลอมหน้าเงินบุก
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายซุปตาร์แห่งยุค 80: ขอฟาดญาติเปรตแล้วไปรวยกับสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!