กลิ่นกำยานหอมฉุนที่อบอวลอยู่ในห้องโถงกว้างบัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นคาวเลือดจางๆ ในความรู้สึกของรินทร์ ชายผู้มาใหม่ในชุดคลุมสีดำสนิทขลิบทองยืนอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว แววตาของเขามิใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง ราวกับเขากำลังมองทะลุผ่านเนื้อหนังของรินทร์และเซเลสไปถึงจิตวิญญาณที่สั่นคลอน
"ผมถาม... ว่าใครอนุญาต?" ชายคนนั้นย้ำ น้ำเสียงเรียบเรื่อยดุจผิวน้ำที่นิ่งสนิท ทว่ากลับบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
เซเลสขยับตัวก้าวขึ้นมาบังหน้ารินทร์โดยสัญชาตญาณ มือของเขาสั่นระริกแต่กระแสมานาธาตุแสงกลับปั่นป่วนอยู่รอบปลายนิ้วเตรียมพร้อมรับมือ "ศาสตราจารย์วินเซนต์... สิ่งที่เราเห็นในหอพักชั้นห้า มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ ร่องรอยเวทมนตร์นั้น—"
"ร่องรอยเวทมนตร์?" ศาสตราจารย์แค่นยิ้มที่มุมปาก "ในสถานที่ที่ความจริงถูกบิดเบือนด้วยกฎหมายชนชั้น การแสวงหาความจริงมักนำมาซึ่งจุดจบที่น่าสมเพชเสมอ เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าการเป็นทายาทตระกูลที่ล่มสลายไปแล้วจะปกป้องเจ้าได้หรือ?"
วินเซนต์สะบัดมือเบาๆ แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า รินทร์กัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วกระดูก แต่ในจังหวะที่สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ความรู้สึกเย็นเยียบแปลกประหลาดกลับแล่นปราดขึ้นมาจากดวงตาขวาของเขา
*ติ๊ง!*
เสียงที่ไม่มีใครได้ยินดังขึ้นในหัวของรินทร์ ราวกับเสียงกังวานจากห้วงลึกของจักรวาล
[ระบบวิเคราะห์อัตลักษณ์: ตรวจพบสภาวะอันตรายระดับวิกฤต]
[กำลังประมวลผลสภาพแวดล้อมและตัวตนเป้าหมาย...]
[วิเคราะห์สำเร็จ: วินเซนต์ เอ็ดเวิร์ด - ระดับความอันตราย: SS]
[เนตรอาชญากร: เริ่มต้นการทำงาน (Active Mode)]
ทันใดนั้น โลกในสายตาของรินทร์ก็เปลี่ยนไป ทุกอย่างที่เขาเห็นไม่ได้เป็นเพียงภาพสามมิติธรรมดาอีกต่อไป แต่มันถูกเคลือบด้วยเส้นใยพลังงานสีน้ำเงินและแดงที่พันธนาการอยู่รอบตัวศาสตราจารย์วินเซนต์ ร่องรอยของมานาที่ตกค้างในอากาศปรากฏขึ้นเป็นภาพเงาจำลองที่เผยให้เห็นว่าชายตรงหน้ากำลังดึงพลังงานมาจากที่ใด
รินทร์เบิกตากว้าง เขาเห็น 'จุดเชื่อมต่อ' ของเวทมนตร์นั้น—มันไม่ได้มาจากพลังธรรมชาติ แต่มันถูกผูกมัดไว้กับตราประทับลึกลับที่ข้อมือซ้ายของวินเซนต์ ซึ่งซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ
"ศาสตราจารย์ครับ..." รินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางแรงกดดัน เสียงของเขามั่นคงอย่างประหลาดจนเซเลสยังต้องหันมามอง "การปิดปากผู้เห็นเหตุการณ์ไม่ได้หมายความว่าคดีจะหายไป แต่การปกปิดร่องรอยการดึงมานาจาก 'หอคอยต้องห้าม' มาใช้เพื่อข่มขู่ลูกศิษย์... นั่นต่างหากที่จะทำให้อาชีพของคุณจบลงอย่างน่าสมเพช"
วินเซนต์ชะงัก สายตาที่เคยว่างเปล่าปรากฏร่องรอยของความตกตะลึงเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเย็นเยียบดังเดิม "เจ้า... รู้ได้อย่างไร?"
"ระบบวิเคราะห์อัตลักษณ์กำลังทำงาน" รินทร์ตอบในใจ ความมั่นใจเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเขาเข้าใจกลไกการมองเห็นของตัวเอง "เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่า เขามาเพื่อตรวจสอบว่าเราเห็น 'อะไร' ไปบ้าง"
รินทร์ก้าวออกมาจากหลังเซเลสอย่างช้าๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องโถง เนตรอาชญากรของเขาแสดงค่าเปอร์เซ็นต์ของร่องรอยความทรงจำที่ตกค้างตามจุดต่างๆ กระจัดกระจายราวกับเศษกระจกที่รอการประกอบเข้าด้วยกัน
[พบหลักฐานสำคัญ: รอยนิ้วมือมานาบนบานประตูห้องวิจัยลับ]
[ระดับความเชื่อมโยง: 85% ต่อเหตุการณ์ฆาตกรรมหอพัก]
"ผมไม่ได้บอกว่าผมเห็นอะไร" รินทร์สบตาชายตรงหน้าด้วยความเด็ดเดี่ยว "แต่ถ้าคุณยังขัดขวางการไขปริศนาครั้งนี้ ผมเกรงว่ารายงานถึงสภาจอมเวทเกี่ยวกับ 'ตราประทับผิดกฎหมาย' ที่ข้อมือคุณ จะส่งถึงมือของผู้อาวุโสสูงสุดเร็วกว่าที่คุณคาดคิด"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงราวกับสุสาน วินเซนต์ถอนหายใจยาว แววตาที่เคยน่าเกรงขามอ่อนแสงลงเล็กน้อย เขาเปลี่ยนท่าทีจากผู้ล่ากลายเป็นผู้ที่กำลังชั่งใจกับบางอย่าง
"เจ้ามันบ้าหรือโง่กันแน่ รินทร์" วินเซนต์ลดแรงกดดันลงจนหมดสิ้น "เจ้ากำลังเดินเข้าสู่กับดักที่แม้แต่ผู้มีอำนาจยังไม่กล้าแตะต้อง... ที่หอพักชั้นห้านั่น ไม่ได้มีแค่ศพ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของ 'แฟ้มคดีวิปลาส' ที่ถูกฝังไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน"
วินเซนต์หันหลังเตรียมเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ทำให้รินทร์ถึงกับต้องหยุดหายใจ
"ไปที่ห้องสมุดใต้ดินชั้นล่างสุด... ค้นหาหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์ที่หายไปของตระกูลวาลเดมาร์ หากเจ้าอยากรอดพ้นจากเงื้อมมือของความจริงที่กำลังจะไล่ล่าเจ้า"
ร่างของศาสตราจารย์หายวับไปกับไอหมอกสีเทา รินทร์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งเซเลสโผเข้ามาจับไหล่เขาไว้แน่น
"รินทร์! นายไปรู้อะไรมา? แล้วเมื่อกี้... สายตาของนายมันดูแปลกไป นายทำอะไรลงไปกันแน่?" เซเลสถามด้วยความกังวลและสงสัยระคนกัน
รินทร์ยังไม่ทันได้ตอบคำถาม เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นต่อเนื่องเป็นระลอก ความถี่ของมันรุนแรงจนน่าใจหาย
[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบมวลพลังงานมหาศาลพุ่งเข้าสู่หอพักจากภายนอก]
[ภารกิจระดับ SSS: "ปกป้องกุญแจแห่งความจริง" ถูกเปิดใช้งาน]
[คำเตือน: ผู้บุกรุกปริศนาได้ก้าวเข้าสู่หอพักเวทมนตร์แล้ว... และเป้าหมายของมันคือ 'เนตรอาชญากร' ในดวงตาของท่าน]
รินทร์หันไปมองหน้าต่างกระจกสีที่บานหนึ่งกำลังแตกละเอียดด้วยแรงกระแทกจากภายนอก เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลุเข้ามาในห้องโถงด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ฟังดูไม่ใช่มนุษย์
"เจอตัวแล้ว... เจ้าของเนตรที่มองเห็นสิ่งที่ควรถูกลืม"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินทร์ในคดีสุดระทึกนี้ หวังว่าทุกท่านจะเตรียมใจรับมือกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนถัดไปนะครับ แฟ้มคดีลับ007
แฟ้มคดีวิปลาส: ปริศนาฆาตกรรมในหอพักเวทมนตร์ชนชั้นสูง•ตอนที่ 2
ระบบวิเคราะห์อัตลักษณ์เริ่มต้นขึ้น
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีวิปลาส: ปริศนาฆาตกรรมในหอพักเวทมนตร์ชนชั้นสูง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
