เสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคากระเบื้องโบราณของย่านการค้าเมืองลับแลดังระรัว ราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะหัวใจของผมให้เต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและไอฝนผสมผสานเข้ากับกลิ่นฉุนบางเบาของสารเคมีเวทมนตร์ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คดีขโมยผลึกพลังงานดาราจักรที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย นอกจากความว่างเปล่าและคราบละอองแสงสีครามจางๆ ที่กำลังเลือนหายไปตามหยดน้ำฝน
"อย่ามัวแต่ยืนเหม่อมองสายฝน ริน... ระบบกำลังประเมินสภาพแวดล้อมเพื่อคำนวณความน่าจะเป็นของเส้นทางหลบหนี"
เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของเซร่าดังขึ้น เธอขยับปีกหมวกโค้ทสีเทาตัวยาวเพื่อสะบัดหยดน้ำที่เกาะพราวออกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองไปรอบตรอกอันมืดมิดด้วยความสุขุม มือเรียวยาวของเธอแตะเบาๆ ที่หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ—เครื่องมือผสมผสานระหว่างเวทมนตร์โบราณและเทคโนโลยีวิเคราะห์ระดับสูงที่เธอเป็นผู้ปลดล็อกให้ผมเมื่อไม่นานมานี้
ผมพยักหน้ารับเบาๆ ขยับกรอบแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเรียกใช้ทักษะติดตัว ‘เนตรวิเคราะห์’ ให้ตื่นตัว ดวงตาของผมกะพริบแสงสีทองเรืองรองจางๆ ท่ามกลางความสลัว ทัศนียภาพรอบตัวพลันเปลี่ยนไป เส้นใยพลังงานหลากสีสันที่คนทั่วไปไม่มีวันมองเห็นปรากฏขึ้นชัดเจนราวกับแผนที่สามมิติ
"จริงอย่างที่อาจารย์ว่าครับ..." ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจัง "ร่องรอยพลังงานธาตุไฟระดับสูงผสมกับเวทมนตร์มายา... คนร้ายไม่ได้ใช้กำลังพังประตูเข้ามา แต่ใช้กุญแจเวทที่ถูกคัดลอกโครงสร้างมาจากรหัสผ่านหลักของสมาคมนักเวทเมื่อสามวันก่อน"
"ฉลาดนี่... นายเริ่มจับจุดสังเกตได้ดีขึ้นแล้วนี่ริน" เซร่ามุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่งจากเธอ "แต่จจำไว้ว่า ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบเลเวลและพลังงานวิญญาณ สิ่งที่ตาเห็นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ จงใช้ ‘ตรรกะ’ กรองข่าวสาร อย่าใช้เพียงแค่ความรู้สึก"
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก and ปล่อยให้ระบบเลเวลอัปในจิตใจทำงาน อัตราค่าประสบการณ์ (EXP) จากการวิเคราะห์สถานที่เกิดเหตุค่อยๆ ไหลเข้าสู่จิตใต้สำนึก เสียงแจ้งเตือนเบาๆ ดังขึ้นในหัว
*[ ตรวจพบร่องรอยเบาะแสระดับ 2: ละอองผลึกพลังงานสีคราม (Deep Blue Resonance) ]*
*[ เงื่อนไขการปลดล็อกทักษะย่อย ‘การถอดรหัสวิญญาณขั้นต้น’ สำเร็จ 65% ]*
*[ คำเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ในรัศมี 50 เมตร ]*
หัวใจของผมกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบުރปีก่อนแวบเข้ามาในหัวโดยไม่ได้รับเชิญ—คืนที่ฝนตกหนักแบบนี้ คืนที่ครอบครัวของผมต้องสูญเสียทุกสิ่งไปในคดีปริศนาที่ไร้ซึ่งคำตอบ ความรู้สึกกดดัน ความแค้นเคือง และความหวาดกลัวเคยเกาะกุมจิตใจ แต่ในยามนี้ เมื่อมีเซร่าอยู่เคียงข้าง และมีตรรกะอันแม่นยำเป็นเครื่องนำทาง ความกลัวเหล่านั้นกลับถูกหลอมรวมกลายเป็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะกระชากหน้ากากของคนร้ายออกมาให้ได้
"อาจารย์ครับ... คลื่นพลังงานเมื่อครู่ ไม่ใช่ของคนร้ายที่ขโมยผลึกไป" ผมหันไปสบตาเซร่าด้วยแววตานิ่งสนิท
เซร่าหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ หายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด เธอยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ผมเงียบ เสียงฝีเท้าฝ่าสายฝนที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกที ไม่ได้มาแบบหลบๆ ซ่อนๆ หากแต่เดินมาอย่างมั่นคงและเยือกเย็น ราวกับผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น
"ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้รับเชิญให้อยู่ลำพังเสียแล้วล่ะนะ ริน" เซร่ากระซิบเบาๆ มือเรียวขวาจับด้ามไม้เท้าเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชายเสื้อโค้ทแน่น
ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นมุมตึกออกมา แสงไฟนีออนกะพริบวับแวมส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท และสิ่งเดียวที่เด่นชัดท่ามกลางความมืดมิดนั้น คือประกายแสงสีครามที่สะท้อนออกมาจากดวงตาข้างขวา—ดวงตาที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูลผู้สูญหายจากคดีเมื่อสิบปีก่อน!
*[ ตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS: ผู้ถือครองรหัสวิญญาณต้นกำเนิด ]*
*[ ระบบฉุกเฉินเปิดใช้งาน: เคว้งคว้างสู่ห้วงมิติแห่งความจริง บทที่ 3 สิ้นสุดลงพร้อมกับการเผชิญหน้าที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ]*
จากใจ,
นักสืบแว่นขยาย
แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล•ตอนที่ 3
เบาะแสสีคราม
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!