กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่เพิ่งซาลงเมื่อยามค่ำคืนลอยอวลอยู่เบื้องหน้า กลิ่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่รื่นรมย์นักสำหรับมนุษย์ทั่วไป แต่มันคือกลิ่นอายที่คุ้นเคยของ ‘ความจริง’ ที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมของมหานครแห่งนี้
ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำขัดเงาสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากป้ายร้านค้าข้างทาง ขยับดันกรอบแว่นโลหะทรงเหลี่ยมบนสันจมูกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังรอยขูดขีดบนบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องโถงของคลังสินค้าเก่ารกร้าง ย่านเขตเมืองเก่า
สิบปี... สิบปีเต็มแล้วนับตั้งแต่วันที่ครอบครัวของผมต้องสังเวยให้กับคดีฆาตกรรมปริศนาที่ตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่วันนี้ รอยขูดขีดบนกระจกบานนี้กลับทิ้งร่องรอยของรูปแบบการลงมือที่คุ้นตาเสียจนหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
รอยแยกบนกระจกไม่ได้เกิดจากแรงกระแทกภายนอก ทว่ามันร้าวลึกจาก ‘ด้านใน’ ออกมาข้างนอก เป็นลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อนเกินกว่าฝีมือมนุษย์ธรรมดาจะทำได้ หากมองด้วยตาเปล่า มันก็เป็นเพียงเศษซากกระจกแตกปริร้าว แต่สำหรับผม—ผู้แบกรับความลับและคำสาปแห่งตระกูล—มันคือรหัสลับที่กำลังกระซิบบอกเรื่องราวบางอย่าง
"นายกำลังเสียเวลาเปล่า ริน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบราวกับกระแสลมหนาวพัดผ่านผิวน้ำนิ่งสนิท ดังขึ้นจากมุมมืดของเสาปูนซีเมนต์เบื้องหลัง
ผมไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ‘เซร่า’ หญิงสาวในชุดโค้ทสีเทายาวลากพื้น เธอเดินเข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งซุ่มเสียงราวกับเงาไอน้ำยามเช้า กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณและกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก ขัดแย้งกับกลิ่นเหม็นเน่าของคลังสินค้าแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
"ผมไม่ได้เสียเวลา เซร่า" ผมตอบเสียงเรียบ สายตายังคงไม่ละไปจากรอยแตกบนกระจก "รอยนี้ไม่ได้เกิดจากกระสุนปืนหรือแรงระเบิด แต่มันคือ ‘ร่องรอยการดึงวิญญาณ’ มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางสร้างรอยแผลเป็นบนสสารด้วยพลังงานจิตแบบนี้ได้แน่"
เซร่าก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง แสงไฟสลัวตกกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นสันจมูกโด่งรั้นและดวงตาสสีอำพันที่สะท้อนประกายความเยือกเย็น เธอปรายตามองกระจกบานนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ผมเดาไม่ออกว่าเธอกำลังยิ้มเยาะหรือกำลังทึ่งกันแน่
"นายฉลาดขึ้นนะ... ที่มองเห็นโครงสร้างพลังงานตกค้างระดับนั้นได้" เซร่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเจือแววประหลาดใจอยู่เล็กน้อย "แต่สิ่งที่นายกำลังเผชิญอยู่ มันไม่ใช่คดีฆาตกรรมชิงทรัพย์ธรรมดาที่ตำรวจนครบาลจะไขออกหรอกนะ ริน ที่นี่... คือจุดบรรจบระหว่างโลกของคนเป็นและดินแดนของวิญญาณเร่ร่อน"
ทันทีที่เธอพูดจบ อากาศรอบตัวก็พลันลดอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของผมกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในพริบตา
ผมหันไปสบตากับเธอ แววตาของหญิงสาวผู้นี้เต็มไปด้วยความลับมากมายที่เธอไม่เคยยอมปริปากบอกตั้งแต่ที่เราเริ่มร่วมงานกันเมื่อสามเดือนก่อน เธอคืออาจารย์ผู้สอนวิถีแห่งศาสตร์เวทโบราณให้แก่ผม แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เป็นผู้ดึงผมเข้าสู่โลกอันตรายที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและเงื่อนไขปริศนาที่ท้าทายขีดจำกัดความเป็นมนุษย์
"ถ้ามันเป็นเรื่องของวิญญาณ ยิ่งต้องสืบให้ถึงที่สุด" ผมเอ่ยน้ำหนักเสียงหนักแน่น ยื่นมือขวาออกไปแตะสัมผัสเบาๆ ที่ผิวของกระจกที่ร้าวราน
[ติ๊ง!]
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของผมคนเดียว มันไม่ใช่เสียงจากโลกภายนอก แต่เป็นระบบปฏิบัติการลึกลับที่ถูกฝังไว้ในจิตสำนึกของผมตั้งแต่วันที่เซร่าทำพิธี ‘ปลุก’ พลังตื่นขึ้นมา
[(ระบบวิเคราะห์วิญญาณ - ระดับเริ่มต้น ทำงาน)]
[เป้าหมาย: ร่องรอยพลังงานจิตระดับ 4 (รอยร้าวกระจกวิญญาณ)]
[ตรวจพบเบาะแสที่ซ่อนอยู่: คลื่นพลังงานความถี่ต่ำที่เชื่อมโยงไปยัง ‘หอคอยนาฬิกาเก่าแก่กลางเมือง’]
[คำเตือน: เจ้าของรอยพลังงานนี้ยังคงอยู่ในรัศมี 500 เมตร และกำลังจับตาดูพวกคุณอยู่]
หัวใจของผมกระตุกวูบ ทว่าสัญชาตญาณความเป็นนักสืบกลับพุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม ผมรีบชักมือกลับแล้วหันขวับไปมองรอบคลังสินค้าที่มืดมิดทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหยดน้ำฝนที่รั่วซึมจากหลังคา
"เซร่า..." ผมเอ่ยเสียงกระซิบเตือนเพื่อนร่วมทาง "ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้รับอนุญาตให้สำรวจแค่นี้เสียแล้วล่ะครับ"
เซร่าไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอกนิ่งสงบ ดวงตาสสีอำพันกวาดมองออกไปในความมืดเบื้องหน้า ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของผมเบื้องขวา แผ่ไออุ่นอันคุ้นเคยเข้ามาเพื่อประคองจิตใจไม่ให้หลุดลอยไปกับแรงกดดันมหาศาลที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"เตรียมตัวให้ดี ริน..." เซร่ากระซิบตอบข้างหูผม น้ำเสียงของเธอจริงจังกว่าครั้งไหนๆ "แขกไม่速เชิญที่นายตามหามาตลอดสิบปี... กำลังก้าวเท้าเข้ามาหาเราในห้องนี้แล้ว"
[ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!]
[ระบบตรวจพบ ‘บอสลับ’ ระดับ SSS: ศาสตราจารย์ผู้ล่วงลับ — ปรากฏตัว ณ พิกัดปัจจุบัน]
[เงื่อนไขการหลบหนี: เป็นศูนย์ / เริ่มต้นการต่อสู้เพื่อไขปริศนาแห่งความตาย!]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
จากใจ,
นักสืบแว่นขยาย
แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนกระจกเงา
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!