"มือของมันไม่ได้สั่นแม้แต่นิดเดียวตอนที่ลงมีด... เซร่า คุณคิดว่าคนที่ทำงานประณีตขนาดนี้จะทิ้งรอยนิ้วมือไว้บนปุ่มกดลิฟต์โดยไม่ตั้งใจจริงหรือครับ?"
ผมถามพลางจ้องมองรอยคราบเลือดจางๆ บนแผงควบคุมด้วย 'เนตรวิเคราะห์' แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ จากดวงตาของผมสั่นไหวราวกับสัญญาณเตือนภัยที่กำลังจะขาดใจ เสียงของเซร่าที่ยืนกอดอกอยู่ข้างหลังไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่หรี่ตามองรอยแยกของโลหะที่ถูกงัดอย่างมีชั้นเชิง
"ถ้าเป็นการตั้งใจทิ้งไว้ มันก็คือคำท้าทาย หรือไม่... ก็คือการเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อให้เรามุ่งประเด็นไปที่ความซุ่มซ่าม มากกว่าจะมองเห็นรูปแบบการสังหารที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของมัน" เซร่าเอ่ยเสียงเรียบ เธอขยับโค้ทสีเทาตัวเก่งให้เข้าที่ ก่อนจะย่อตัวลงสำรวจพื้นห้องโถงที่มืดมิด
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องที่ระเหยออกมาจากระบบระบายอากาศของเมืองลับแลทำให้ผมรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นฝีมือของ 'มืออาชีพ' ที่วางแผนมาเป็นอย่างดี
"ดูนี่สิริน" เธอใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่คราบเขม่าสีดำสนิทที่ติดอยู่ตรงมุมกำแพง "มันไม่ใช่รอยไหม้จากสารเคมีทั่วไป แต่มันคือปฏิกิริยาของ 'อักขระพันธนาการ' ที่ถูกทำลายลงโดยเจตนา"
ผมขมวดคิ้วแน่น ตรรกะในหัวเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ถ้ามีคนใช้อักขระเวทมนตร์ในการปิดบังตัวตน แสดงว่าผู้กระทำต้องมีความรู้เรื่องศาสตร์ลึกลับพอๆ กับเซร่า และถ้าฆาตกรมีฝีมือระดับนี้ ทำไมต้องทิ้งรอยนิ้วมือไว้ในจุดที่เด่นชัดขนาดนั้น?
"หรือว่า..." ผมนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะเบิกตากว้าง "เซร่าครับ การฆาตกรรมครั้งนี้มีคนทำมากกว่าหนึ่งคน"
เซร่าเงยหน้าขึ้นสบตาผม สายตาคู่นั้นดูประหลาดใจแวบหนึ่งก่อนจะคลี่รอยยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นเยียบ "ในที่สุดก็มองเห็นจุดเชื่อมต่อสินะครับริน ฆาตกรไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่พวกมันทำงานเป็น 'เครือข่าย' คนหนึ่งใช้กำลังและอาวุธ อีกคนใช้ศาสตร์ลึกลับในการกลบเกลื่อนร่องรอย... และคนที่สาม คือคนที่จะคอยมาเก็บกวาดความผิดพลาดให้ดูเหมือนเป็นความบังเอิญ"
ทันใดนั้น ระบบแจ้งเตือนในสมองของผมก็สั่นเตือนรุนแรงจนภาพตรงหน้าพร่ามัว ค่าความต้านทานทางจิตลดฮวบลงจนน่าตกใจ
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบไอเทม 'ร่องรอยเศษเสี้ยววิญญาณ' ในบริเวณใกล้เคียง]
[สถานะ: อันตรายระดับสูง - ค้นพบ 'ตราประทับองค์กร' ที่ถูกลบหายไป]
ผมรีบย่อตัวลงตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพบกับแผ่นโลหะขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้พรมเช็ดเท้า มันมีสัญลักษณ์รูปดวงตาที่ถูกกากบาททับรอยแผลที่คุ้นตา... ใช่แล้ว มันคือตราสัญลักษณ์เดียวกับที่อยู่ในแฟ้มคดีครอบครัวของผมเมื่อ 10 ปีก่อน! ความโกรธแค้นและความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนผมแทบหายใจไม่ออก
"มันไม่ได้จบแค่นี้หรอกริน" เซร่ากระซิบข้างหู ผมรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากพลังเวทที่เธอแผ่ออกมาเพื่อปกป้องผม "ถ้าพวกมันรวมตัวกันเป็นกลุ่ม นั่นหมายความว่า 'เมืองลับแล' กำลังกลายเป็นสนามล่าขององค์กรบางอย่างที่รอจังหวะเวลามานานเกินไป"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหน้า เสียงเหล็กกระทบพื้นดังกังวานเป็นจังหวะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี แสงไฟในโถงทางเดินกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงสนิท เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว
[แจ้งเตือนด่วน: ภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้น - 'เอาชีวิตรอดจากผู้คุมกฎแห่งเงา']
[เงื่อนไข: ห้ามใช้อาวุธต้องห้าม มิเช่นนั้นตัวตนจะถูกลบออกจากฐานข้อมูลเมือง]
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าเราพอดี พร้อมกับเสียงกระซิบอันเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องทั่วทั้งโถง "พบเป้าหมายแล้ว... จัดการเก็บกวาดให้สะอาด ก่อนที่ 'ท่านผู้นำ' จะหมดความอดทน"
ก่อนที่ผมจะทันได้ชักอาวุธขึ้นมาตอบโต้ แสงสีแดงเข้มจากดวงตาของใครบางคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางเงามืดก็จ้องมองมาทางเรา ราวกับจะอ่านความคิดที่สั่นคลอนของผมออกทั้งหมด พร้อมกับเสียงกลไกบางอย่างที่ถูกปลดล็อกดังขึ้นจากด้านหลังของผม... เซร่ากำลังก้าวถอยหลังไปช้าๆ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับรินและเซร่านะครับ
แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล•ตอนที่ 16
ร่องรอยของฆาตกร
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีปริศนาไขรหัสวิญญาณเมืองลับแล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!