กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของซากอิฐโบราณในดันเจี้ยน ‘ซากปรักหักพังดาราอัสดง’ ชั้นที่สอง ไม่ได้ทำให้รินรู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวบางเคาะเบาๆ ลงบนอากาศว่างเปล่า หน้าจออินเทอร์เฟซโปร่งแสงสีฟ้าครามที่สะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้แสดงผลหน้าต่างสถานะธรรมดา แต่มันคือผังข้อมูลเชิงสถิติ (Data Visualization) ที่ซับซ้อนราวกับโค้ดดิ้งของระบบโครงสร้างโลกเสมือนจริง
“อัตราการเกิดของมอนสเตอร์กลุ่ม ‘โกรธาหินผา’ ในโซนนี้มีความหนาแน่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานถึงสิบสองจุดสี่เปอร์เซ็นต์ค่ะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน รินกวาดสายตามองแผนที่สามมิติที่เธอเป็นคนป้อนข้อมูลคำนวณเส้นทางเดินทัพด้วยตัวเอง “หมายความว่าพวกมันไม่ได้เดินลาดตระเวนแบบสุ่ม แต่ถูกควบคุมด้วยอัลกอริทึมการจัดสรรพื้นที่แบบไดนามิก... น่าสนใจดีนี่คะ”
คีย์ที่ยืนพิงเสาหินผุกร่อนอยู่ไม่ไกล ขยับดาบใหญ่ในมือซ้ายเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองความมืดเบื้องหน้าด้วยความระแวกระวัง แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มบางเบาอย่างคุ้นเคย เขารู้จักนิสัยของหญิงสาวดี ยิ่งสถานการณ์ซับซ้อนและมีตัวแปรมากเท่าไหร่ รินจะยิ่งสงบนิ่งและมีสมาธิสูงขึ้นเท่านั้น
“แล้วแผนของนักวิเคราะห์มือหนึ่งคืออะไรล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดปากพูดคำผู้ชายซะได้” คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเผลอหลุดคำพูดที่เคยชินสมัยเล่นเกมด้วยกันในโลกจริงออกมา รินหันไปค้อนใส่เพื่อนร่วมทีมหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างนึกหมั่นไส้ แต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไร เพราะพวกเขารู้จักกันมานานเกินกว่าจะมาพิธีรีตองเรื่องคำพูดคำจาในเกม
“ถ้าไม่อยากให้ฉันหักคะแนนปฏิสัมพันธ์ระหว่างปาร์ตี้ นายช่วยเงียบแล้วเตรียมรับมือกับฝูงหินเดินได้เจ็ดตัวที่จะพุ่งทะลุกำแพงทางด้านซ้ายในอีกสามวินาทีข้างหน้าจะดีกว่าค่ะ”
สิ้นคำพูดของริน พื้นดินใต้เท้าก็เกิดแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับเสียงคำรามจากใต้พิภพ กำแพงหินแกรนิตโบราณทางด้านซ้ายระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับร่างมหึมาของ ‘โกรธาหินผา’ สัตว์อสูรระดับมินิบอสรูปร่างคล้ายมนุษย์หินสูงสามเมตร ดวงตาสีแดงฉานเปล่งแสงเรืองโรจน์ในความมืด มันคำรามลั่นจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน
ผู้เล่นทั่วไปในระดับเลเวลเดียวกันคงจะแตกตื่นและวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน หรือไม่ก็ตั้งโล่เข้าปะทะตรงๆ ตามตำราเกม RPG ทั่วไป แต่ไม่ใช่กับปาร์ตี้ของริน
“คีย์! จังหวะที่สาม.หนึ่งวินาที!”
ร่างสูงของชายหนุ่มพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากคันธนู ไม่ใช่การพุ่งเข้าไปฟันอย่างไร้ทิศทาง แต่เป็นวิถีการเคลื่อนไหวที่คำนวณมาแล้วอย่างแม่นยำ ดาบใหญ่ในมือเคลือบด้วยออร่าสีเงินยวงกระแทกเข้าที่ข้อต่อหัวเข่าของโกรธาหินผาตัวแรกอย่างจัง เสียงเหล็กกระทบหินดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกนั้นไม่ได้หวังผลเพื่อสร้างความเสียหายสูงสุด แต่มันคือการ ‘ทำลายศูนย์ถ่วง’
โกรธาหินผาที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วกำลังจะเสียหลักล้มทับเพื่อนร่วมฝูงของมันเองตามทฤษฎีกลศาสตร์แรงโน้มถ่วงที่รินจำลองไว้ในหัว ทว่า มอนสเตอร์ตัวที่สองกลับเอื้อมมือมหึมาคว้าไหล่เพื่อนของมันไว้เพื่อพยุงร่าง รินที่ยืนอยู่แนวหลังไม่รอช้า ปลายนิ้วเรียวสะบัดกลางอากาศ รัวคำสั่งป้อนข้อมูลชุดคำสั่งย่อยเข้าสู่ระบบซัพพอร์ต
[แจ้งเตือนระบบ: สกิล 'โซ่ตรวนข้อมูล' (Data Shackle) ถูกใช้งาน]
[เป้าหมาย: โกรธาหินผา หมายเลข 2]
[ผลลัพธ์: ลดความเร็วในการเคลื่อนไหวลง 45% เป็นเวลา 5 วินาที]
เส้นแสงสีฟ้าเรืองแสงนับร้อยเส้นพุ่งออกจากปลายนิ้วของริน รัดตรึงข้อเท้าและลำตัวของมอนสเตอร์ตัวที่สองเอาไว้จนมันขยับเขยื้อนแทบไม่ได้ แรงเหวี่ยงจากการเสียศูนย์ถ่วงของตัวแรกจึงส่งผลให้พวกมันล้มครืนลงมาทับกันเองเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
นี่คือความแตกต่างระหว่างผู้เล่นที่ใช้ ‘ดวง’ กับผู้เล่นที่ใช้ ‘สมอง’
รินก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างมหึมาที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แววตาของเธอเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับเครื่องจักรประเมินผล เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบค่าความทนทานของเกราะหินที่เหลืออยู่
“จุดอ่อนของพวกมันไม่ได้อยู่ที่กลางอกอย่างที่ตำราเควสต์บอกหรอกนะคะคีย์... มันอยู่ตรงรอยต่อกระดูกสันหลังปล้องที่ห้า ที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นแร่คริสตัลสีดำต่างหาก” รินเอ่ยบอกเสียงเรียบ
คีย์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ดาบในมือถูกตวัดขึ้นเป็นวงโค้งที่สวยงามและอันตราย ร่างของชายหนุ่มหมุนตัวกลางอากาศหนึ่งรอบก่อนจะทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงที่ปลายดาบ แทงทะลุผ่านจุดอ่อนที่รินระบุไว้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง
*ฉึก!*
เสียงของแข็งทะลุผ่านเนื้อหินดังขึ้น ตามมาด้วยแสงสีทองอร่ามที่สาดส่องขึ้นมาจากร่างของมอนสเตอร์ทั้งกลุ่ม ค่าความเสียหายคริติคอลสีแดงฉานพุ่งขึ้นเหนือหัวของพวกมันเป็นชุด ก่อนที่ร่างมหึมาจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวและไอเทมดรอปเกลื่อนพื้น
รินถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก เธอปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเล็กน้อยก่อนจะก้มลงเก็บไอเทมวัตถุดิบหายากที่ตกอยู่ขึ้นมาตรวจสอบ “เรียบร้อยค่ะ ใช้เวลาไปแค่สามนาทีสิบสองวินาที เร็กว่าค่าเฉลี่ยของกิลด์ใหญ่อันดับหนึ่งถึงสามเท่า... ถือว่าน่าพอใจทีเดียว”
“ถ้านายไม่ได้สมองเพชรของเธอช่วยคำนวณมุมตกกระทบให้ ฉันคงต้องเสียเวลาฟันพวกมันอีกหลายกระบวนท่าแน่ๆ” คีย์เดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง เขายื่นมือมาตรงหน้าหญิงสาวเพื่อช่วยพยุงให้เธอเดินข้ามกองซากหิน
รินอมยิ้มบางๆ เอื้อมมือไปจับแขนของเพื่อนร่วมทีมเพื่อก้าวข้ามอุปสรรค แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเธอกำลังจะสัมผัสกับเนื้อผ้าของชุดเกราะคีย์นั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยอันคุ้นเคยแต่กลับดังสนั่นหวั่นไหวผิดปกติก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นในโสตประสาทของทั้งคู่
[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบหลักระดับเซิร์ฟเวอร์]
[ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างข้อมูลในดันเจี้ยนชั้นที่สาม]
[สิทธิ์การเข้าถึงพื้นที่ถูกยึดครองโดย: ???]
[คำเตือน: ผู้เล่น 'ริน' และ 'คีย์' ได้ก้าวเข้าสู่เขตอาณาเขตของ บอสลับระดับ SSS 'ผู้กลืนกินกาลเวลา' โดยสมบูรณ์]
พื้นเบื้องล่างสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของดันเจี้ยน กลิ่นอายความกดดันอันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือก รินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่เคยสงบนิ่งมาตลอดเริ่มเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดเมื่อหน้าต่างอินเทอร์เฟซของเธอรวนเรและขึ้นข้อความ Error สีแดงฉานกระพริบถี่รัว
“นี่มัน... ไม่ใช่ข้อมูลที่มีอยู่ในแพทช์ปัจจุบันนี่คะ...”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับพรีสต์สายลุยนะคะ!
อัลกอริทึมพิฆาตมังกรกับระบบซัพพอร์ตที่ไม่ยอมทำตามสั่ง•ตอนที่ 3
จังหวะของมือโปร
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพิฆาตมังกรกับระบบซัพพอร์ตที่ไม่ยอมทำตามสั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
