“กฎข้อแรก... อย่าเสนอหน้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผม ถ้าไม่ได้รับอนุญาต”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคิรากรเย็นเยียบพอที่จะทำให้อากาศในห้องสตูดิโอส่วนตัวติดลบ เขาตวัดสายตาคมกริบมองร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า รินทร์ไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้
“พื้นที่ส่วนตัว?” รินทร์ทวนคำ ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอเบาๆ “คุณคิรากรครับ นี่มันคือสตูดิโอออกแบบเสื้อผ้าเพื่อคอลเลกชันใหม่ของคุณ ไม่ใช่ห้องนอนส่วนตัวที่คุณจะเอาไว้เก็บความลับที่ไหน อย่าลืมสิครับว่างานนี้ใครเป็นคนจ้างใคร ถ้าคุณอยากได้แค่หุ่นใส่ชุดเดินไปเดินมา ผมว่าคุณไปหาซื้อหุ่นไฟเบอร์กลาสมาตั้งไว้เถอะครับ จะได้ไม่ต้องมาก้าวก่ายคนทำงาน”
คิรากรขยับตัวเข้าใกล้จนรินทร์สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่ฉุนกึกปะทะจมูก กลิ่นที่บ่งบอกถึงตัวตนอันตรายของชายหนุ่มคนนี้ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนแทบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินทำเอาเส้นขนอ่อนของเธอลุกชัน
“ปากดีแบบนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับที่คิดว่าตัวเองคุมเกมได้?”
“ผมไม่ได้คุมเกมครับ แต่ผมแค่รู้หน้าที่ของตัวเอง” รินทร์ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะคว้าแฟ้มผลงานตบลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น “งานคือเงื่อนไขที่ทำให้เรามาเจอกัน และถ้ากฎเหล็กของคุณมันทำให้งานไม่เดิน ผมว่าเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันหรูหรา บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก คิรากรจ้องมองดีไซเนอร์สาวที่กำลังหันหลังให้เขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ในแววตาคู่นั้นมีบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าความรำคาญ—มันคือความสนใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกร้าว
“รินทร์” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นจนน่าขนลุก “คุณคิดว่าคุณรู้จักผมดีแค่ไหน ถึงกล้าปฏิเสธกฎของผม?”
รินทร์หันกลับมา เธอพบว่าคิรากรไม่ได้โกรธอย่างที่เธอคิด แต่เขากำลังสนุก... เขากำลังสนุกกับการเห็นเธอพยายามจะต่อต้าน
“ผมไม่จำเป็นต้องรู้จักคุณครับ” รินทร์เดินเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง คราวนี้เธอเป็นฝ่ายรุก “ผมแค่ต้องรู้จักเสื้อผ้าของคุณ ส่วนตัวตนของคุณที่พยายามจะสร้างกำแพงล้อมไว้น่ะ... ผมไม่ได้สนใจหรอกครับว่าจะเน่าเฟะหรือสวยหรูแค่ไหน”
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความถือดีของซุปเปอร์สตาร์หนุ่ม คิรากรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่ดูร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม เขาคว้าข้อมือของเธอไว้มั่น แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นพอที่จะตรึงเธอไว้กับที่
“ดี” เขาแค่นเสียง “งั้นก็ลองดูว่าคุณจะรักษาความปากเก่งนี่ได้นานแค่ไหน ถ้าวันหนึ่งความลับที่ผมซ่อนไว้มันหลุดออกมาจนคุณตั้งตัวไม่ติด...”
“คุณคิ!” เสียงประตูถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับร่างของเมษาที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ เธอชะงักไปเมื่อเห็นท่าทางใกล้ชิดของคนทั้งคู่ สายตาของนางแบบสาวกวาดมองรินทร์ด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง
“เมษา?” คิรากรผละมือออกจากข้อมือของรินทร์ทันที ท่าทางของเขาเปลี่ยนกลับไปเป็นนายแบบผู้เย็นชาโดยอัตโนมัติ
“บอกกี่ครั้งแล้วครับว่าให้รอข้างนอก” คิรากรพูดโดยไม่หันไปมองเมษา
เมษาเดินผ่านรินทร์ไปเหมือนมองไม่เห็นฝุ่นละออง เธอตรงดิ่งไปเกาะแขนคิรากร “พี่คิครับ... อย่าไปฟังพวกดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่คิดว่าตัวเองเก่งจนลืมตัวเลยครับ งานแฟชั่นโชว์คราวนี้ เมษาว่าเราควรเปลี่ยนดีไซเนอร์ใหม่ดีกว่ามั้งครับ”
รินทร์ยืนกอดอกดูฉากละครน้ำเน่าตรงหน้า เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรือเสียใจ แต่มันคือความรำคาญที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด เธอขยับยิ้มหวาน—ยิ้มแบบที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสันหลัง
“ถ้าอยากได้คนใหม่ ก็ไปหาเอาในกองขยะนะครับเมษา เพราะฝีมือระดับผมไม่ได้มีไว้ใช้กับคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะ”
คิรากรเลิกคิ้วมองรินทร์ ความประหลาดใจวูบผ่านแววตาของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะหันมามองเมษาด้วยสายตาว่างเปล่า
“ออกไปก่อนครับเมษา ผมมีงานต้องคุยกับคุณรินทร์ต่อ”
“แต่พี่คิ...”
“ผมบอกว่าให้ออกไปครับ” น้ำเสียงของเขาทรงพลังจนเมษาจำต้องยอมถอยห่างด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว เธอทิ้งท้ายด้วยสายตาจองเวรใส่รินทร์ก่อนจะปิดประตูลงเสียงดังปัง
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง คิรากรหันกลับมามองรินทร์ที่ยังคงยืนนิ่งท่ามกลางกองผ้าและแบบร่างเสื้อผ้า เขาก้าวเข้ามาจนชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้เขาก้มลงมาจนจมูกแทบจะสัมผัสกัน
“คุณกล้ามากนะครับที่สวนกลับคนของผมแบบนั้น”
“ผมก็แค่พูดความจริงครับ... หรือความจริงมันทำให้คุณรู้สึกสะเทือนใจ?” รินทร์ท้าทาย
คิรากรไม่ตอบ เขาไล้นิ้วเรียวยาวไปตามกรอบหน้าของเธอช้าๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากนุ่ม รินทร์หยุดหายใจไปชั่วขณะ หัวใจในอกเต้นรัวจนแทบหลุดออกมา
“ถ้าคุณอยากรู้ว่ากฎของผมมันร้ายกาจแค่ไหน...” เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ “คืนนี้หลังเลิกงาน... มาหาผมที่คอนโด อย่าช้า อย่าผิดนัด และที่สำคัญ... อย่าเอาคนอื่นเข้ามาเกี่ยวนอกจากเราสองคน”
ยังไม่ทันที่รินทร์จะเอ่ยปากปฏิเสธ หรือแม้แต่จะตั้งสติได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงโทรศัพท์ของคิรากรก็แผดเสียงดังทำลายบรรยากาศ หน้าจอโชว์ชื่อบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะติดต่อมาในเวลานี้
คิรากรเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปทันที ราวกับความเยือกเย็นเมื่อครู่ถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟบางอย่าง เขากดรับสายโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเธออีกเลย
“ครับ... ผมรู้แล้วครับว่าผมต้องทำยังไง... อย่ามายุ่งกับเรื่องของผมให้มากนัก”
เขาวางสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะหันมามองรินทร์ สายตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความขี้เล่นหรือความถือดีหลงเหลืออยู่ มีเพียงความแตกสลายที่ซ่อนอยู่ลึกๆ และนั่นคือสิ่งที่รินทร์รู้ดีว่า... เธออาจกำลังก้าวเข้าไปในกับดักที่อันตรายกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้หลายเท่า
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินทร์และคิรากรในตอนนี้นะครับ โครโนสทริกเกอร์สัญญาว่าจะเขียนตอนต่อไปให้จัดจ้านกว่าเดิมแน่นอนครับ!
ดีไซเนอร์หน้าตายกับนายแบบร้ายลึก•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนคูลๆ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หน้าตายกับนายแบบร้ายลึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
