นิ้วเรียวของคินน์กำชายเสื้อผ้าไหมราคาแพงของเพลิงไว้แน่น ราวกับว่าถ้าเผลอคลายมือออกเพียงนิดเดียว โลกทั้งใบที่เพิ่งผ่านพ้นมรสุมลูกใหญ่จะสลายหายไปต่อหน้า
คราบเขม่าควันและกลิ่นอายดินปืนจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ยังคงลอยอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัว แต่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างคนสองคน กลับเหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่สอดประสานกันอย่างเงียบเชียบ
"บอกให้จับแน่นๆ ไม่ได้หมายความว่าให้ขยำเสื้อกูจนยับเป็นผ้าขี้ริ้วแบบนี้... ไอ้เด็กดื้อ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เพลิงปรายตามองมือขาวที่กำเนื้อผ้าตรงอกเสื้อเขาจนยับยู่ยี่ แม้ปากจะเอ่ยปากบ่นตามนิสัยเดิม แต่ทว่าฝ่ามือหนากลับยกขึ้นโอบเอวบางเข้ามาชิดแนบกายอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้อีกนิด อีกฝ่ายจะบอบช้ำ
"ก็ใครใช้ให้คุณทำหน้าเหมือนจะหายตัวไปไหนล่ะครับ..." คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงกว่า ดวงตากลมโตที่รั้นมาตลอดกลับไหวระริกด้วยความรู้สึกอัดแน่นที่ยังค้างคาในอก "ถ้าคุณกล้าทิ้งผมไว้ข้างหลังจริงๆ ผมเอาคุณตายแน่"
เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาดั่งปีศาจน้ำแข็งบัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความอบอุ่นที่หาดูได้ยาก เขายื่นมืออีกข้างไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากเนียนอย่างเบามือ
"คนอย่างเพลิง ไม่เคยทิ้งของสำคัญไว้ข้างหลังหรอก... โดยเฉพาะตัวแสบอย่างมึง"
คำพูดห้วนสั้นแต่ทรงพลังนั้นทำเอาหัวใจของคินน์กระตุกวูบ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนต้องหลบสายตาคมคลาวนั้นด้วยความเขินอาย ปากเก่งๆ ที่เคยต่อปากต่อคำมาตลอดสามสิบกว่าตอน กลับนิ่งสนิทอย่างไร้ข้อโต้แย้งในวินาทีนี้
นี่คือบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด... ปมปัญหาที่รุมเร้า คราบน้ำตา ความหวาดระแวง และโลกใต้ดินที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อน บัดนี้ถูกชะล้างด้วยความเงียบงันและความจริงใจที่ถูกส่งผ่านทางสัมผัส
"กลับบ้านกันเถอะ" เพลิงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยยอมพูดกับใครหน้าไหนมาก่อน "บ้านของเราจริงๆ"
รถหรูคันเดิมเคลื่อนตัวออกจากเขตอันตราย มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเริ่มต้นใหม่ แสงไฟจากตึกสูงยามค่ำคืนสาดส่องเข้ามาภายในห้องโดยสาร เผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของคนทั้งคู่ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความจำยอม ความปากร้ายใส่กันในผับหรู และการเอาชีวิตรอดเคียงบ่าเคียงไหล่ บัดนี้ได้เดินทางมาถึงจุดบรรจบที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ประตูห้องพักส่วนตัวถูกผลักเปิดออก กลิ่นอายความคุ้นเคยตลบอบอวล ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือความหมายของคำว่า 'ที่พักพิง'
คินน์ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าพ้นธรณีประตู ร่างเพรียวก็ถูกรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของคนตัวโตกว่าทันที เพลิงก้มลงฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดกลิ่นกายคุ้นจมูกเข้าปอดลึกราวกับต้องการชดเชยเวลาทั้งหมดที่เกือบจะไม่ได้เจอกัน
"ไอ้พี่เพลิง... นี่มันทางเข้าห้องนะ ไม่ใช่เตียงนอน" คินน์ประท้วงเบาๆ พร้อมกับดันไหล่กว้างออก แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิด
"แล้วใครบอกว่าจะพาไปนอนล่ะ..." เพลิงกระซิบเสียงพร่าชิดริมหีบปากบาง ดวงตาดุคมเป็นประกายวาววับด้วยความคลั่งรักที่เก็บกดมานาน "กูมีเรื่องต้องเคลียร์กับเด็กดื้อให้รู้เรื่องก่อน... ยาวๆ ทั้งคืนเลยด้วย"
ก่อนที่คินน์จะได้เอ่ยปากเถียงอะไรกลับไป ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำอย่างเอาแต่ใจ จุมพิตที่เริ่มต้นด้วยความโหยหาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อน แผดเผาทุกความเหนื่อยล้าให้มลายหายไปในพริบตา มือหนาประคองท้ายทอยให้อีกฝ่ายรับสัมผัสได้ถนัดขึ้น ขณะที่มือเรียวของคินน์เปลี่ยนจากการกำเสื้อ เป็นการโอบรอบลำคอแกร่งและจิกทึ้งเส้นผมหนาอย่างเผลอไผล
ไม่มีบทสนทนาใดๆ อีกต่อไป มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะเดียวท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนนี้
แสงแรกของวันใหม่กำลังจะมาเยือน แต่มันไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายอีกต่อไป หากแต่เป็นวันแรกของชีวิตคู่ที่เพลิงและคินน์จะได้กุมมือเดินเคียงข้างกันไป... ตราบจนนิรันดร์
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กับดักรักฉบับตัวร้าย" มาจนถึงตอนสุดท้ายด้วยนะครับ
กับดักรักฉบับตัวร้าย•ตอนที่ 35
บทสรุปฉบับหวานฉ่ำ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!