สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 31

ความใจดีของพิมพ์

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดริปอราบิก้าคั่วกลางลอยอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษไขแปลนแบบสถาปัตยกรรมเก่าๆ บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องสี่เหลี่ยมที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังเดินดังติ๊กๆ ธามนั่งนิ่งอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์พับครึ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองหน้าจอ แต่กำลังจับจ้องไปยังแก้วเซรามิกสีขาวลายแมวกวักนำโชคที่วางอยู่ตรงหน้า แก้วใบนั้นมีรอยลิปสติกสีพีชจางๆ ตรงขอบแก้ว—ร่องรอยของเจ้าของโต๊ะข้างๆ ที่มักจะหอบหิ้วข้าวของรุงรังเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตอันเป็นระเบียบของเขาอยู่เสมอ "มองแบบนี้ เดี๋ยวแก้วใบนั้นก็สึกหรอหรอกครับคุณธาม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ธามไม่ได้สะดุ้ง เขารู้ตัวอยู่แล้วว่ามีคนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะนานพอสมควร "ถ้าสึกหรอจริงๆ ผมคงต้องสั่งทำใหม่จากญี่ปุ่นแทนที่จะซื้อร้านสะดวกซื้อสินะครับ" ธามเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มรุ่นน้องที่เป็นทั้งสถาปนิกคู่หูและเพื่อนสนิทคนเดียวในวงการที่รู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของเขา กรณ์ถอนหายใจยาว วางแฟ้มเอกสารโครงการรีโนเวตตึกเก่าลงบนโต๊ะเสียงดังปึก "ผมไม่ได้หมายถึงแก้วกาแฟ... ผมหมายถึงคนที่เอาแก้วมาวางไว้ต่างหาก วันนี้พิมพ์ลาป่วยไม่ใช่เหรอครับ เห็นคุณนั่งเหม่อมองแก้วใบนี้มาตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว เป็นห่วงเขาก็บอกเถอะครับ ไม่เห็นต้องทำฟอร์มเป็นสถาปนิกผู้เย็นชาใส่กระดาษแปลนเลย" ธามขยับแว่นเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยแต่กรามที่ขบเข้าหากันเบาๆ ฟ้องความรู้สึกภายใน "ผมไม่ได้เป็นห่วง ผมแค่กำลังคิดว่าโปรเจกต์งานออกแบบล็อบบี้โรงแรมจะเดินหน้าต่อยังไงถ้าไม่มีคนมาคอยจัดระเบียบตารางนัดหมายให้ต่างหาก" "อ๋อเหรอครับ..." กรณ์ลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน ยักคิ้วกวนๆ ใส่เพื่อนรัก "คนที่ไม่มีสมาธิเพราะคิดถึงเขามันฟ้องทางสายตาหมดแล้วครับคุณสถาปนิก ไม่เนียน เอาเป็นว่า... เดี๋ยวผมต้องออกไปหน้าไซต์งานตึกเก่าตรงซอยอารีย์แล้ว ฝากคุณช่วยจัดการเอกสารสรุปงบประมาณของพิมพ์ให้หน่อยนะ เห็นเธอบอกว่าทิ้งไว้ในลิ้นชักโต๊ะฝั่งนู้น" พูดจบ กรณ์ก็ตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ แล้วเดินฮัมเพลงออกไปจากห้องปล่อยให้ธามจมอยู่กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง ธามถอนหายใจออกมาเบาๆ ความเงียบกลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง แต่มันกลับไม่ใช่ความสงบแบบที่เขาคุ้นเคย หลายเดือนก่อน... ชีวิตของธามมีเพียงแค่เส้นตรงและมุมฉาก ทุกอย่างต้องถูกวางแผนและคำนวณอย่างแม่นยำ ปราศจากความผิดพลาด ความไว้ใจคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่เขาเคยจ่ายราคาแพงลิบลิ่วจากการถูกหักหลังโดยคนที่เขาเคยเรียกว่า 'พาร์ทเนอร์' ทั้งทางธุรกิจและหัวใจ แผลเป็นจากอดีตทำให้เขาเลือกที่จะสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กหนาเตอะปิดตายพื้นที่ส่วนตัว ไม่เปิดรับใครเข้ามาในชีวิตอีก จนกระทั่งผู้หญิงที่เชื่อเรื่องดวงชะตา พกหินสีเต็มกระเป๋า และมีรอยยิ้มสดใสราวกับแสงแดดแรกของวันก้าวเข้ามาในชีวิต... ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินไปยังโต๊ะทำงานของพิมพ์ที่ว่างเปล่า บรรยากาศรอบโต๊ะของเธอยังคงหลงเหลือกลิ่นอายความสดใส โพสต์อิทสีชมพูสะท้อนแสงแปะเตือนความจำเรื่องนั่นเรื่องนี่เต็มหน้าจอคอมพิวเตอร์ บนมุมโต๊ะมีตุ๊กตานางกวักตัวจิ๋วตั้งอยู่เคียงคู่กับแก้วน้ำ ลิ้นชักด้านขวาแง้มเปิดไว้เล็กน้อยเผยให้เห็นสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลอ่อน มือเรียวของสถาปนิกหนุ่มยื่นไปหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัว แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบในหน้าเปิด *[บันทึกดวงดาวของพิมพ์: วันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ]* *‘วันนี้คุณธามหน้าบูดอีกแล้ว สงสัยโปรเจกต์จะกินหัวใจไปหมด พิมพ์ควรจะเอาฮวาเซียวกṍกไปวางไว้มุมไหนดีนะถึงจะช่วยลดความตึงเครียดของสถาปนิกมาดนิ่งคนนี้ได้... แต่อย่างน้อย ถึงเขาจะปากแข็งใส่พิมพ์แค่ไหน เวลาที่พิมพ์ทำอะไรซุ่มซ่ำ เขาก็ยังคอยหยิบกระดาษทิชชูมาส่งให้เงียบๆ อยู่ดี... ความใจดีของพิมพ์อาจจะรักษาแผลเป็นในใจใครไม่ได้ในทันที แต่พิมพ์ก็หวังว่าความอบอุ่นเล็กๆ น้อยๆ นี้ จะช่วยละลายน้ำแข็งในใจเขาได้บ้างแหละน่า!’* ธามอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างราวกับคอนกรีตบล็อกกลับไหววูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วอก ความใจดีของพิมพ์... นั่นคือสิ่งที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด เพราะเขากลัวว่าหากตัวเองเผลอใจรับความอบอุ่นนั้นเข้ามา วันหนึ่งเมื่อความเปลี่ยนแปลงมาเยือน เขาจะต้องเจ็บปวดอีกครั้งเหมือนในอดีต แต่เขากลับลืมคิดไปว่า... พิมพ์ไม่ได้เข้ามาเพื่อเรียกร้องอะไรจากเขาเลย เธอมีแต่จะเป็นฝ่าย "ให้" เสมอ ให้รอยยิ้ม ให้กำลังใจ ให้ความห่วงใยที่บริสุทธิ์โดยไม่หวังผลตอบแทน เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเขาสั่นครืดคราดดึงสติธามให้หลุดจากภวังค์ เขาเดินกลับมามองหน้าจอ ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชต์ยอดฮิต *[พิมพ์ (นักการตลาดสายมู): คุณธามมมม! อยู่ที่ออฟฟิศรึเปล่าคะ]* *[พิมพ์ (นักการตลาดสายมู): ฝากดูเอกสารกองสีฟ้าบนโต๊ะให้หน่อยน้า พิมพ์ลืมหยิบมาอันนึง หัวหน้าฝ่ายบัญชีจะเอาตอนบ่ายสามโมงนี้แล้ว ฮือออ แม่พระช่วยลูกด้วย!]* ธามมองหน้าจอแล้วเผลอยิ้มออกมาบางๆ อย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่แทบไม่มีใครเคยเห็นจากสถาปนิกหนุ่มมานานนับปี เขาก้มลงหยิบโทรศัพท์พิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความรวดเร็ว *[Tham: เอกสารอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยดีครับ ไม่ต้องโวยวาย เดี๋ยวผมสแกนส่งให้ทางอีเมล]* *[Tham: แล้วก็... หายป่วยไวๆ ด้วยนะครับ ออฟฟิศเงียบเหงาเกินไป เวลาไม่มีคนมาบ่นเรื่องจัดฮวงจุ้ยผิดทิศ]* ผ่านไปเพียงสามวินาที สถานะในแชต์ขึ้นว่า *‘กำลังพิมพ์...’* ก่อนที่ข้อความตอบกลับจะเด้งขึ้นมาทันที *[พิมพ์ (นักการตลาดสายมู): งื้ออออ พูดแบบนี้หมายความว่าคิดถึงพิมพ์ใช่มล้าาาา!]* *[พิมพ์ (นักการตลาดสายมู): (สติกเกอร์แมวทำหน้าเขิน)*] *[พิมพ์ (นักการตลาดสายมู): เอ้ย! ไม่ใช่! หมายถึง... ขอบคุณนะคะคุณธามที่เป็นธุระให้!]* ธามหัวเราะในลำคอเบาๆ กับความลนลานของอีกฝ่ายผ่านตัวหนังสือ เขาส่ายหัวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ประโยคที่ซ่อนอยู่ในใจมานานออกไป *[Tham: เย็นนี้... ถ้าอาการดีขึ้นแล้ว อยากทานโจ๊กหรืออะไรร้อนๆ ไหมครับ เดี๋ยวผมเลิกงานแล้วแวะซื้อไปฝาก]* พิมพ์ข้อความนั้นส่งไปแล้ว ธามก็นิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างผิดจังหวะ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวข้ามเส้นกั้นบางๆ ที่เขาขีดไว้ปกป้องตัวเองมาเนิ่นนาน ฝั่งตรงข้ามหน้าจอ... พิมพ์ที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียงนอนห้องพัก สะดุ้งเฮือกจนเกือบทำโทรศัพท์มือถือหลุดมือ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและหัวใจที่เต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนตรวจดวงชะตาราศีเกิด ทว่า... ก่อนที่พิมพ์จะทันได้พิมพ์ข้อความใดๆ ตอบกลับมา ประตูห้องทำงานของธามก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว "คุณธามครับ! แย่แล้ว!" เสียงหอบหายใจกระฮืดกระหอบของกรณ์ดังขึ้น พร้อมกับสีหน้าซีดเผือดที่สะท้อนความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ธามต้องรีบวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นประจันหน้าทันที "มีอะไรครับกรณ์ หน้าตาตื่นมาเชียว" ธามขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณเตือนภัยเริ่มทำงาน กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ธามไม่อยากได้ยินมากที่สุดในชีวิตออกมา "คนที่คุณเคยร่วมงานด้วยในโปรเจกต์เก่า... คนที่โกงเงินบริษัทเราไปตอนนั้น... ตอนนี้เขากลับมาแล้วครับ แถมเขากำลังยืนรอพบคุณอยู่ที่ชั้นล่างของออฟฟิศเราตอนนี้เลย!" ธามชะงักนิ่ง ร่างกายเหมือนถูกแช่แข็งด้วยความเย็นยะเยือกในพริบตา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%