บันทึกเงากระบี่โบราณกับบัณฑิตผู้ฝืนชะตา•ตอนที่ 3

ทางแยกแห่งอุดมการณ์

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กงล้อแห่งกาลเวลาไม่เคยหยุดหมุน เช่นเดียวกับความลับใต้พิภพที่มักเลือกช่วงเวลาอันโหดร้ายที่สุดในการเปิดเผยความจริง ความเงียบงันภายในห้องโถงศิลาโบราณ ณ ชั้นลึกสุดของสุสานราชวงศ์หลงอัน ดำดิ่งจนแทบได้ยินเสียงเกล็ดน้ำค้างแห่งกาลเวลาที่กำลังเกาะตัวบนผนังหินสีชาด กลิ่นอายอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นดินปืนและกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ เบื้องหน้าของคนทั้งสองคือประตูหินยักษ์สลักรูป ‘สัตว์ประหลาดเก้าเศียร’ ดวงตาของมันถูกฝังด้วยศิลาจันทราที่ยังคงเปล่งแสงสีครามเรืองรอง ราวกับกำลังจ้องมองผู้บุกรุกด้วยความเวทนา ไป๋อวิ๋นซี คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ปลายเรียวนิ้วของเขาที่มีร่องรอยคราบหมึกและผงดินสุสาน ไล้ไปตามร่องอักขระโบราณบนพื้นศิลาอย่างเบามือที่สุด ดวงตาภายใต้กรอบคิ้วคมเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยสมาธิขั้นสูงสุด สมองของเขาประมวลผลโครงสร้างภาษาจารึกยุคราชวงศ์ก่อนประวัติศาสตร์อย่างรวดเร็วราวกับ톱ฟันเฟืองของนาฬิกาจักรกล "อักษรเหล่านี้มิใช่คำเตือน..." ไป๋อวิ๋นซีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องในความเงียบ "แต่มันคือสมการคำนวณกลไก หากเรากดสลักที่มุมซ้ายตามหลักตรรกะแห่งธาตุทั้งห้า ประตูนี้จะเปิดออกอย่างไร้รอยขีดข่วน..." "เหลวไหล" เสียงทุ้มต่ำดั่งอสุนีบาตตกลงบนพื้นศิลา ขัดจังหวะการวิเคราะห์อันละเอียดอ่อนของนักโบราณคดีหนุ่ม มู่หรงเฟิง ยืนกอดอกพิงเสาศิลาค้ำยัน ร่างกายสูงสง่าของเขาแผ่กลิ่นอายคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยธรรมชาติ ปลายกระบี่ไร้พ่ายที่สะพายอยู่ด้านหลังสั่นระริกเบาๆ ราวกับกระหายเลือด อيขระโบราณบนลำคอของมู่หรงเฟิงเรืองแสงสีชาดเข้มขึ้นทุกขณะ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าพิษในกายของเขากำลังกำเริบจากความกดอากาศที่ต่ำลง "เจ้าใช้สมองของบัณฑิตมาวัดรอยเท้าของยอดฝีมือ" มู่หรงเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองประตูหินตรงหน้าด้วยความดูแคลน "สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อกักขังวิญญาณและศาสตราวุธ ไม่ใช่ห้องสมุดหลวงให้เจ้ามานั่งแปลตำรา ปลายกระบี่ของข้าบอกว่า ใจกลางของประตูนั้นมีจุดอ่อนอยู่ จงถอยไป... ข้าจะใช้กระบวนท่าเดียวทะลวงมันให้สิ้นเรื่อง" ไป๋อวิ๋นซีค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสบตากับยอดฝีมือผู้ดุดันโดยไม่หลบเลี่ยง แม้ส่วนสูงจะด้อยกว่าเล็กน้อย และกลิ่นอายยุทธภพของอีกฝ่ายจะกดดันจนลมหายใจติดขัด ทว่าแววตาของนักโบราณคดีหนุ่มกลับเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี "คุณชายมู่ ท่านช่างมั่นใจในคมกระบี่ของตนเองเกินไปเสียแล้ว" ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเชือดเฉือนลึกซึ้ง "ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า หากท่านใช้กำลังทะลวงสุ่มสี่สุ่มห้า แรงสะท้อนจากกลไกค่ายกล 'เก้าอัคคีผลาญวิญญาณ' จะไม่ได้ทำลายแค่ประตู แต่มันจะเผาผลาญอักขระที่ผนึกพิษบนร่างท่าน จนท่านต้องกระออกเลือดตายก่อนที่จะได้ก้าวเท้าเข้าไปหยิบศิลาบรรพกาลเสียด้วยซ้ำ" บรรยากาศรอบกายพลันตึงเครียดขึ้นจนแทบมีประกายไฟแลบแปลบปลาบ ความเงียบงันระหว่างทั้งสองเปรียบเสมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นในหลักฐาน เหตุผล และความรอบคอบอันเป็นวิถีแห่งนักวิชาการผู้กุมความลับอดีต แต่อีกฝ่ายกลับเชื่อมั่นในวิถีกระบี่ อำนาจแห่งปราณแท้ และการตัดสินใจเด็ดขาดที่พร้อมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง มู่หรงเฟิงก้าวเท้าเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยปะทะกัน ไป๋อวิ๋นซีไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขายังคงยืนหยัดเผชิญหน้า มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและรauราน "ข้าไม่เคยกลัวความตาย... สิ่งเดียวที่ข้ากลัว คือการต้องตายอย่างไร้ค่าโดยมีบัณฑิตขี้ขลาดมาคอยชี้นำ" มู่หรงเฟิงกระซิบชิดริมหรูกระจจับ รอมชอมมิได้อยู่ในพจนานุกรมของยอดฝีมือผู้นี้ "ถ้าเช่นนั้น เชิญท่านลงมือตามใจชอบเถอะครับ" ไป๋อวิ๋นซีแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เย็นชาและท้าทายยิ่งกว่าความเงียบ "แต่หากกลไกทำงานผิดพลาด ข้าจะจารึกชื่อท่านไว้บนป้ายหลุมศพในฐานะ 'ยอดฝีมือผู้โง่เขลาที่สุดในรอบร้อยปี' อย่างแน่นอน" มู่หรงเฟิงขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไร้พ่ายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปราณกระบี่สีดำทมิฬเริ่มแผ่พุ่งออกมาจากฝ่ามือจนศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว ขณะที่ไป๋อวิ๋นซีสะบัดชายแขนเสื้อ เผยให้เห็นเข็มเงินอาบยาพิษนับสิบเล่มที่ซ่อนอยู่ระหว่างเรียวนิ้ว ทั้งคู่เตรียมพร้อมที่จะหันดาบเข้าหากันเอง แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในสุสานแห่งนี้ก็ตาม ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะถูกชักออกจากฝัก เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นก้องกังวานมาจากอุโมงค์มืดเบื้องหลัง ท่ามกลางเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหิน กลับมีเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจที่เอ่ยทักทายขึ้นว่า "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ยอดฝีมือกับบัณฑิตผู้ฝืนชะตา... น่าเสียดายที่บทสนทนาอันงดงามนี้ จะต้องยุติลงด้วยหยาดโลหิตของพวกท่านทั้งคู่ ณ บัดนี้!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "บันทึกนักโบราณคดี" นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงากระบี่โบราณกับบัณฑิตผู้ฝืนชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%