กระบี่ทะลวงสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 5

เงาอสูรใต้พิภพ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิต... หยดลงบนแผ่นศิลาหยกขาวเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังสู่วินาศกรรม "ลูกชายข้า... ในที่สุดเจ้าก็หาทางกลับมาจนได้นะ... หลี่มู่เฉิน" เสียงแหบพร่าดุจเสียงกู่ร้องจากขุมนรกโลกันตร์ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วตำหนักเหมันต์นิรันดร์ ท่ามกลางม่านหมอกสีดำทมิฬที่พวยพุ่งทะลักขึ้นมาจากรอยแยกใต้พื้นศิลา อากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด มิใช่ความหนาวเหน็บจากธรรมชาติ หากแต่เป็น ‘ไออสูรโลหิต’ ที่พร้อมจะกัดกินวิญญาณทุกดวงให้แหลกสลายกลายเป็นจุล หลี่มู่เฉินยืนหยัดนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่สะท้อนภาพเปลวเพลิงสีครามที่ลุกโชนอยู่ในใจ ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำสนิทไม่ได้ถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว มือขวาที่กุมด้ามกระบี่วิญญาณโลหิตสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว ทว่ามันคือความเดือดดาลและคลื่นอารมณ์แห่งอดีตที่ถาโถมเข้าใส่ราวกับพายุคลั่ง ปมในใจเกี่ยวกับการสูญเสียผู้เป็นอาจารย์เมื่อสิบปีก่อนถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง แผลเป็นที่เคยตกสะเก็ดบัดนี้ปริแตกออก มีแต่หยาดโลหิตแห่งการล้างแค้นเท่านั้นที่จะเยียวยามันได้ “เจ้าเฒ่าสารเลว... ผ่านมาสิบปี เจ้ายังคงใช้เล่ห์เพทุบายสกปรกเช่นนี้หลบซ่อนอยู่ในเงาของแผ่นดินเร้นลับอีกหรือ?” หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนทำให้ระเบียงหยกสั่นสะเทือน ตูม! คลื่นพลังอสูรระเบิดออกอย่างรุนแรง เงาร่างมหึมาสีดำทะมึนค่อยๆ ก้าวออกมาจากรอยแยกเบื้องล่าง มันคือ ‘ราชันอสูรโลหิต’ ผู้นำพาสายลมแห่งความหายนะมาสู่สำนักเหมันต์ในค่ำคืนนี้ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองบุตรชายด้วยความกระหายเลือด รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น “เจ้าเติบโตขึ้นมาก... มู่เฉิน กระบี่ในมือของเจ้าดูคมปลาบไม่เบา น่าเสียดายที่มันยังอ่อนหัดเกินกว่าจะตัดสายใยแห่งสายเลือดที่ผูกพันพวกเราไว้ได้!” ราชันอสูรแผדเสียงคำรามสะท้อนฟ้าดิน ฉับพลันนั้น อุณหภูมิรอบบริเวณก็ลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมไปทั่วทุกอณูอากาศ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจเทพเซียนปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าหลี่มู่เฉินอย่างเงียบเชียบ เซียนจื่อหยวน เจ้าสำนักเหมันต์นิรันดร์ ยืนหยัดสง่างามราวกับนางพญาผู้ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อภัยพิบัติใดๆ ในใต้หล้า ดวงเนตรคู่สวยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีทอดมองไปยังเงาอสูรเบื้องหน้าอย่างเหยียดหยาม “เขตแดนสำนักเหมันต์นิรันดร์ มิใช่สถานที่ที่สุนัขเดรัจฉานเช่นเจ้าจะกล้าเหยียบย่างเข้ามาตามอำเภอใจ” สุเนตรของเซียนจื่อหยวนเปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้า ไอเซียนบริสุทธิ์แผ่ขยายออกปกป้องศิลาหยกขาวจากการกัดกร่อนของไออสูร หลี่มู่เฉินเหลือบสายตาขึ้นมองแผ่นหลังบอบบางแต่ทว่ามั่นคงยิ่งกว่าขุนเขาของสตรีผู้นำสำนัก ความรู้สึกบางเบาแต่หนักแน่นดั่งหินผาไหลวนอยู่ในหัวใจ หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบมาเนิ่นนานราวกับถูกความอบอุ่นบางอย่างเข้าโอบกอด แม้นางจะได้รับการขนานนามว่าเป็นนางเซียนผู้ไร้หัวใจ ทว่ายามนี้ นางกลับยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาเผชิญหน้ากับพายุอสูรที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในยุทธภพ “จื่อหยวน... เรื่องนี้เป็นความแค้นระหว่างข้ากับมัน ให้ข้าจัดการเองเถอะค่ะ” หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเอ่ยกับนาง เซียนจื่อหยวนไม่หันกลับมามอง ทว่าปลายนิ้วเรียวงามกลับสะบัดเบาๆ ส่งกระแสลมปราณเหมันต์บริสุทธิ์เข้าประสานกับไออกระบี่ของเขาอย่างไร้รอยต่อ นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดังก้องกังวานไปถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณ “ในเมื่อมันบังaniญเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนภายใต้การดูแลของข้า มันก็ไม่มีสิทธิ์ได้เห็นตะวันในวันพรุ่งนี้อีกต่อไป... และอีกอย่าง กระบี่ของท่าน มีไว้เพื่อทะลวงสวรรค์ มิใช่เพื่อแปดเปื้อนเลือดโสโครกของพวกเศษสวะเดรัจฉานเช่นนี้หรอกนะคะ” คำพูดของนางเฉียบคมบาดลึกยิ่งกว่าคมกระบี่เล่มใดในยุทธภพ มันสร้างความฮึกเหิมและปลุกเร้าอัคคีจิตวิญญาณแห่งเซียนในร่างของหลี่มู่เฉินให้ลุกโชนขึ้นถึงขีดสุด วิถีกระบี่และวิถีเซียนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในชั่วพริบตา ราชันอสูรโลหิตแผดเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันเงื้อมมือขึ้น รวบรวมไออสูรสีดำทมิฬจนกลายเป็นหอกโลหิตมหึมา พุ่งทะยานเข้าใส่ทั้งคู่ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ “ตายเสียเถอะ!” “บังอาจนัก!” เซียนจื่อหยวนสะบัดแขนเสื้อขึ้นครั้งหนึ่ง พายุน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าปรากฏขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นโล่ปะทะกับหอกโลหิตจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกส่งผลให้ม่านหมอกรอบด้านกระจายตัวออก เผยให้เห็นรอยแยกใต้พิภพที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับปากของอสูรร้ายที่กำลังอ้ากว้างรอคัดง้างกลืนกินทุกสิ่ง ในจังหวะที่ชุลมุนและเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นนั้นเอง หลี่มู่เฉินก็พุ่งทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศ ร่างของเขาเปล่งประกายแสงสีทองผสมสีครามเจิดจ้า ท่ามกลางความตื่นตะลึงของราชันอสูรโลหิต กระบี่วิญญาณโลหิตในมือถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง... เพียงแค่ครึ่งเดียว! แรงกดดันมหาศาลก็กดทับจนร่างของอสูรร้ายทรุดฮวบลงกับพื้นทันที ทว่า ก่อนที่คมกระบี่จะได้รับการปลดปล่อยออกไปจนหมดสิ้นเพื่อเด็ดหัวศัตรู เสียงหัวเราะเยือกเย็นแปลกประหลาดอีกสายหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง... เสียงหัวเราะที่ทำให้เลือดในกายของหลี่มู่เฉินและเซียนจื่อหยวนต้องหยุดนิ่งไปชั่วขณะ “ฮ่าๆๆๆ... นึกไม่ถึงเลยว่า เจ้าสำนักเหมันต์ผู้สูงส่ง จะยอมเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่หลุมศพโลหิตแห่งนี้เพื่อชายหนุ่มผู้หนึ่ง... น่าซาบซึ้งใจเสียจริงนะ แม่นางจื่อหยวน” สิ้นเสียงนั้น แสงสีดำสนิทสายหนึ่งพุ่งทะลุขึ้นมาจากใจกลางรอยแยกใต้พิภพตรงเข้าโจมตีจุดตายด้านหลังของเซียนจื่อหยวนอย่างรวดเร็วดุจภูตผีพราย! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันมรรคาแห่งเซียนไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%