"เซ็นซะ กวิน... อย่างน้อยก็ถือว่าฉันปรานีให้แกตายในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่ใช่หมาข้างถนน"
เสียงของธันวาแหบพร่าแต่นิ่งสนิท มันไม่ได้มาจากความสำนึกผิด แต่มาจากความกระหายที่ถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบกดลงที่ขมับซ้ายของผม แรงกดนั้นหนักหน่วงพอที่จะทำให้ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่อบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้น 88 ของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร
ผมแค่นยิ้ม เลือดที่ไหลซึมจากบาดแผลที่ถูกซ้อมจนน่วมอาบใบหน้าจนแสบไปหมด ผมมองผ่านเลนส์แว่นที่แตกละเอียด เห็นเงาสะท้อนของธันวา เพื่อนรักที่ผมร่วมทุกข์ร่วมสุขมานับสิบปี คนที่ผมเคยยื่นมือเข้าช่วยตอนที่เขาไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้องรูหนู วันนี้เขากำลังยืนอยู่เหนือผม พร้อมกับตราประทับอนุมัติการโอนหุ้นทั้งหมดที่ผมสร้างมากับมือให้กลายเป็นของเขา
"แกคิดว่า... การครอบครองบริษัทจะทำให้แกเป็นอมตะงั้นหรือ ธันวา?" ผมถาม เสียงของผมแหบแห้ง แต่ทว่ามั่นคงกว่าที่เขาคิด
"อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันไม่ต้องก้มหัวให้ใครเหมือนแกไงล่ะ" ธันวาหัวเราะหึๆ ก่อนจะเหนี่ยวไก
*ปัง!*
เสียงระเบิดดังก้องในโสตประสาท มันไม่ใช่ความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด แต่มันคือความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวที่หมุนวนด้วยตัวเลขและกราฟหุ้นสีแดงฉาน ทุกความผิดพลาด ทุกการตัดสินใจที่ผิดพลาดในอดีตฉายชัดขึ้นมาเหมือนฟิล์มภาพยนตร์ที่กรอถอยหลังด้วยความเร็วสูง... ผมเห็นพ่อที่สิ้นเนื้อประดาตัวเพราะความโลภของคนอื่น ผมเห็นน้ำตาของแม่ และผมเห็นความโง่เขลาของตัวเองที่เชื่อใจคนผิด
...
"คุณครับ คุณกวินครับ ได้ยินผมไหม?"
เสียงทุ้มต่ำและจังหวะการแตะไหล่เบาๆ ปลุกให้ผมสะดุ้งสุดตัว ผมหายใจหอบแรงราวกับเพิ่งขึ้นมาจากใต้น้ำ ปอดของผมแสบร้อนเหมือนมีเปลวไฟแผดเผา แต่สิ่งที่ผมพบไม่ใช่ห้องทำงานบนชั้น 88 ที่มืดมิดและกลิ่นคาวเลือด
ผมกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พลาสติกในห้องโถงที่เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งหมดต่างสวมชุดสูทสีเข้ม หน้าตาดูตื่นเต้นและกังวล พื้นที่ตรงนี้คือล็อบบี้ของบริษัทหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง แสงแดดสะท้อนจากกระจกบานใหญ่ด้านหน้าส่องกระทบใบหน้าผมจนต้องหยีตา
"ดูเหมือนคุณจะตื่นเต้นเกินไปหน่อยนะครับ" ชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันที่นั่งข้างๆ ส่งยิ้มเป็นมิตรให้ "นี่เป็นวันแรกของการสัมภาษณ์งาน พวกเราทุกคนก็ประหม่าเหมือนกันนั่นแหละ"
ผมหันไปมองเขา มือของผมสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ... *15 พฤษภาคม ปี 2014*
วินาทีนั้น ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง หัวใจของผมเต้นกระหน่ำเหมือนจะหลุดออกมาจากอก วันนี้... คือวันที่ทุกอย่างเริ่มต้น วันที่ผมตัดสินใจทิ้งโอกาสการเข้าทำงานที่นี่เพื่อไปหาธันวาที่เพิ่งเริ่มตั้งตัว แล้วถูกมันหลอกใช้ให้เป็นแพะรับบาปในคดีฟอกเงินครั้งใหญ่ที่สุด
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ หน้าซีดเชียว" ชายคนเดิมถามด้วยความห่วงใย
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของอากาศที่นี่มันช่างแตกต่างจากความตายที่ผมเพิ่งเผชิญ มันมีความหวัง มันมีโอกาส และที่สำคัญที่สุด... มันมี "เวลา" ให้ผมแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมด
ผมไม่ได้ตอบคำถามชายคนนั้นทันที สายตาของผมจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นป้ายดิจิทัลที่กำลังฉายกราฟราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่ทุกคนในตอนนั้นต่างมองข้าม ผมจำได้แม่นว่าหลังจากนี้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง หุ้นตัวนี้จะดิ่งลงเหวเพราะข่าวลือเท็จ และจะพุ่งทะยานขึ้นเป็นพันเปอร์เซ็นต์ในอีกสามเดือนต่อมา
"ขอบคุณที่เตือนครับ" ผมหันไปตอบชายคนนั้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดที่เขาไม่มีวันเข้าใจ "แต่ผมคิดว่า... ผมจะไม่เข้าสัมภาษณ์งานที่นี่แล้วล่ะครับ"
"ห๊ะ? คุณพูดจริงเหรอ? นี่มันบริษัทระดับท็อปของประเทศเลยนะ!"
ผมลุกขึ้นยืน จัดปกเสื้อสูทที่เคยยับย่นให้เข้าที่ แววตาของผมไม่ได้มองหาอนาคตที่มั่นคงแบบพนักงานกินเงินเดือนอีกต่อไป แต่มองเห็นกลยุทธ์ การเก็งกำไร และการล้างแค้นที่ผมจะค่อยๆ บดขยี้ธันวาให้เหมือนกับเศษธุลี
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น มันไม่ใช่สายเรียกเข้าจากเพื่อนร่วมงาน แต่เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ผมจำได้ขึ้นใจ... เบอร์ของธันวาที่ส่งข้อความมาหาผมในเช้าวันนี้เมื่อสิบปีก่อน
*'กวิน วันนี้ว่างไหม? ฉันมีโปรเจกต์ใหญ่จะชวนทำ รวยเละแน่นอน ถ้าสนใจเจอกันที่ร้านกาแฟหน้าตึกนี้สิบโมงนะ'*
ผมเหยียดยิ้มที่มุมปาก มือที่ถือโทรศัพท์บีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ผมพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ เพียงคำเดียวว่า *"ไปสิ... แล้วเจอกัน"*
ในขณะที่ผมกำลังจะก้าวเดินออกไปจากห้องโถงนี้ สายตาผมก็ไปปะทะกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินสวนเข้ามา เธอสวมแว่นตากรอบบาง ถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ และมีดวงตาที่คมกริบราวกับจะมองทะลุปรุโปร่งทุกอย่างในตลาดหุ้น
เธอคือ "รินรดา" คนที่ในอดีตเคยถูกธันวากำจัดทิ้งเพราะเธอฉลาดเกินไป... และในชาติก่อน เธอคือคนเดียวที่พยายามเตือนผมก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย
เธอหยุดเดินกะทันหัน จ้องมองมาที่ผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เหมือนกับว่าเธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวผม และเธอก็พูดขึ้นมาประโยคหนึ่งที่ทำให้ผมต้องหยุดเท้าลงแทบจะทันที
"คุณไม่ใช่คนที่นัดไว้... แต่คุณคือคนที่ฉันรออยู่ใช่ไหมครับ?"
ผมขมวดคิ้วแน่น เธอรู้ได้อย่างไร? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต... หรือว่าการที่ผมย้อนกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่มีความลับ?
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในก้าวแรกของการทวงคืนทุกอย่างนะครับครับ
ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก•ตอนที่ 1
ลมหายใจสุดท้ายและโอกาสใหม่
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!