"กวิน... นายดูเปลี่ยนไปนะ"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของเขา กลิ่นซิการ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกอบอวลอยู่ในอากาศ ธันวาในวัยยี่สิบปลายๆ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ ราวกับราชสีห์ที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อในกรงขัง แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง ไม่ใช่แค่ความทะเยอทะยานที่ผมคุ้นเคย แต่มันคือ 'ความรู้' ที่เหนือกว่าคนปกติ
ผมกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างใจเย็น ขยับเนกไทให้เข้าที่ก่อนจะสบตาเขากลับด้วยแววตาที่ว่างเปล่าที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้
"คนเราต้องเติบโตสิครับธันวา โดยเฉพาะเมื่อเราเพิ่งเสียทุกอย่างไป" ผมตอบพลางหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาหนังฝั่งตรงข้าม "ความพ่ายแพ้มันเป็นครูที่ดีเสมอ"
ธันวาหัวเราะหึในลำคอ เขาหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาหมุนวน น้ำสีอำพันสะท้อนแสงไฟสลัว "ความพ่ายแพ้เหรอ? น่าสนใจ... ผมนึกว่านายจะเข็ดขยาดตลาดหุ้นไปเสียแล้ว เห็นเมื่อวานเพิ่งจะทุ่มเงินก้อนสุดท้ายที่มีไปกับหุ้นเทคโนโลยีเกิดใหม่ตัวหนึ่ง"
หัวใจของผมกระตุกวูบ แต่นิ่งงันดุจผิวน้ำที่ไม่มีลมพัดผ่าน เขาติดตามการเคลื่อนไหวของผมอย่างใกล้ชิดเกินไป หรือว่า... เขาเองก็กำลังใช้ 'ความทรงจำ' จากอนาคตมาดักทางผมเช่นกัน?
"ข่าวไวดีนี่ครับ" ผมหยิบซองเอกสารวางลงบนโต๊ะ "ผมแค่อยากลองเสี่ยงดูอีกครั้ง ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ก็น่าจะลองเล่นกับโอกาสสุดท้ายดู ไม่แน่นะครับ ครั้งนี้ผมอาจจะโชคดีกว่าเดิม"
ธันวาวางแก้วลง แรงกระแทกของแก้วกับโต๊ะไม้นั้นหนักแน่นจนผมรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม เขายื่นมือมาข้างหน้า เผยยิ้มที่ดูเหมือนเพื่อนสนิทที่หวังดีที่สุด
"ถ้าต้องการคนช่วยดูพอร์ต ผมยินดีนะกวิน เราเป็นเพื่อนกันมานาน นายก็รู้ว่าธุรกิจของผมกำลังไปได้สวย"
ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามหาพิรุธที่ยืนยันสมมติฐานของผม
*หมอนี่ไม่ได้แค่สงสัย แต่มันกำลังหยั่งเชิง*
"ขอบใจมากครับธันวา แต่ผมคงไม่อยากทำตัวเป็นภาระของนาย" ผมปัดคำชวนนั้นด้วยท่าทีถ่อมตัว "แค่ได้คำแนะนำจากนายในบางเรื่องก็ถือว่าช่วยผมได้มากแล้วล่ะ"
บทสนทนาดำเนินไปอย่างราบรื่น ทว่าแฝงไปด้วยคมมีดที่ซ่อนไว้ภายใต้คำพูดที่ดูสุภาพ ทั้งผมและเขาต่างกำลังเดินหมากรุกที่ไม่มีกระดานรองรับ ทุกถ้อยคำคือการถอยทัพหรือรุกฆาตในใจ ธันวาพยายามล่อหลอกให้ผมเปิดเผยแผนการลงทุนในอนาคต ส่วนผมก็แสร้งเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอกที่พร้อมจะยอมจำนนต่ออำนาจของเขา เพื่อล่อให้เขาเผยจุดอ่อนในเส้นทางการเงินที่จะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า
บรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นเมื่อรินรดาเดินเข้ามาในห้อง เธอถือเอกสารรายงานการประชุมเข้ามาวางอย่างเป็นระเบียบ แววตาของเธอเหลือบมองผมชั่วครู่ ก่อนจะหันไปทำความเคารพธันวาอย่างนอบน้อม
"คุณธันวาคะ รายงานเรื่องการเข้าซื้อกิจการบริษัทโลจิสติกส์เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ"
รินรดาส่งสายตาที่คนนอกมองว่าปกติ แต่สำหรับผม มันคือสัญญาณเตือน เธอแอบส่งไฟล์ข้อมูลที่เป็น 'รหัส' ลับที่เรารู้กันแค่สองคนผ่านแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะ
ผมเหลือบไปเห็นเนื้อหาในจอมอนิเตอร์ของเธอเพียงเสี้ยววินาที ข้อมูลนั้นไม่ใช่เรื่องโลจิสติกส์... แต่มันคือตารางหุ้นที่กำลังจะดิ่งเหวในอีกสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งธันวากำลังทุ่มเงินทั้งหมดไปกับมัน!
ผมแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ นี่คือกับดักที่ผมวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่ย้อนเวลากลับมา ผมปั่นกระแสข่าวปลอมจนธันวาหลงเชื่อและทุ่มทุนมหาศาลเพื่อฮุบหุ้นตัวนี้เพื่อหวังผูกขาดตลาด
"น่าสนใจมากครับรินรดา" ธันวาพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ต "นายสนใจจะดูด้วยไหมกวิน? เผื่อจะเป็นโอกาสให้นายลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง"
ผมขยับตัวลุกขึ้นยืน จัดเสื้อสูทให้เรียบร้อย "ผมคงไม่ถนัดเรื่องการผูกขาดน่ะครับ ผมถนัดเรื่องการเป็น 'ผู้เฝ้ามอง' มากกว่า"
ธันวาชะงัก สายตาที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในทันทีเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของผม ความเงียบปกคลุมห้องทำงานจนน่าอึดอัด เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอจนดูผิดปกติ ผิดกับจังหวะหัวใจของผมที่เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
"ผู้เฝ้ามองงั้นเหรอ..." ธันวาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาอย่างน่าขนลุก "นายหมายความว่ายังไง กวิน?"
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง โดยไม่มีการเคาะใดๆ ทั้งสิ้น ร่างของชายวัยกลางคนที่ผมจำได้แม่นยำว่าเป็นมือขวาของเจ้าพ่อเงินกู้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขากระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูธันวา ก่อนที่ใบหน้าของศัตรูคู่อาฆาตของผมจะถอดสีในพริบตา
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองผม สายตาของเขาไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือ 'ความหวาดกลัว'
"นาย... นายทำอะไรลงไป?" ธันวาเค้นเสียงถาม มือที่จับแท็บเล็ตสั่นเทาจนเห็นได้ชัด
ผมเดินเข้าไปใกล้เขาช้าๆ กระซิบข้างหูชายที่เคยทำลายชีวิตผมด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับธันวา... ผมแค่ปล่อยให้ 'อนาคต' ทำหน้าที่ของมัน" ผมถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว "อ้อ... ลืมบอกไป หุ้นที่นายเพิ่งทุ่มเงินซื้อไปเมื่อครู่ ตอนนี้บริษัทแม่เพิ่งประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ... ข่าวเพิ่งออกเมื่อห้าวินาทีที่แล้วนี่เอง"
ธันวาทรุดลงบนเก้าอี้ ดวงตาเบิกโพลงมองจอมอนิเตอร์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงฉานทันที
แต่ในขณะที่ผมกำลังจะเดินออกจากห้องนั้น ประตูก็ถูกล็อคจากด้านนอกด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ รินรดาหันมามองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่แววตาของคู่คิด แต่เป็นแววตาของคนแปลกหน้าที่ถือปืนจ่อมาที่หน้าอกของผม
"ฉันไม่ได้อยู่ข้างนาย กวิน" รินรดากล่าวเสียงเรียบ "และฉันไม่ได้มาจากอนาคตเดียวกับนายด้วย"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเกมการเงินที่เดิมพันด้วยชีวิตในตอนนี้นะครับ ครั้งหน้าเรามาดูกันว่าผมจะแก้เกมนี้อย่างไรนะครับ!
ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก•ตอนที่ 4
เผชิญหน้าอดีตเพื่อนรัก
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!