เสียงกระแทกของแก้ววิสกี้ราคาแพงกระทบลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเนื้อดีดังสนั่น กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ตีเข้าจมูกท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้น 45 ของตึกระฟ้า ทว่าความเดือดดาลในใจของผมกลับไม่ได้ถูกดับลงด้วยน้ำแข็งในแก้วนั้นแม้แต่น้อย
"มันไม่ได้จบแค่เรื่องหุ้นหรือสงครามราคาในตลาดหลักทรัพย์แล้วสินะครับ คุณกวิน"
รินรดาเอ่ยขึ้น เสียงของเธอนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้าม นิ้วเรียวยาวของเธอกำลังเลื่อนดูรายงานข้อมูลลับบนหน้าจอแท็บเล็ต ข้อมูลที่เพิ่งถูกถอดรหัสออกมาสดๆ ร้อนๆ จากเครือข่ายใต้ดิน
ผมยกแก้วขึ้นจิบน้อยๆ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงมองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือมหานครที่ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟ แต่นาทีนี้ผมรู้ดีว่า... มีเงาอัปลักษณ์กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเราเรื่อยๆ
บทสนทนาจากปลายสายเมื่อช่วงหัวค่ำยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เสียงแหบพร่าของธันวาที่ผสมผสานกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ย มันไม่ใช่แค่คำขู่ขวัญเด็กเล่น แต่มันคือประกาศิตแห่งความตายจากคนที่จนตรอก
*[“แกคิดว่ากอบโกยเงินไปได้พันล้านแล้วจะนอนตายตาหลับอย่างมีความสุขงั้นเหรอ กวิน? เกมนี้มันยังไม่จบหรอกวะ... คนที่อยู่เบื้องหลังฉันตอนนี้ เขาไม่ได้เล่นเกมธุรกิจแบบพวกแก เขาสนใจแค่ว่าสมองของแกมันจะกระเด็นไปติดผนังห้องตอนไหนมากกว่า!”]*
คำพูดนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพตรงหน้า ธันวาในชาตินี้ไม่ได้ฉลาดขึ้น เขาก็แค่ "จนตรอก" และเลือกใช้สัญชาตญาณดิบเถื่อนของหมาจนตรอกเพื่อเอาชีวิตรอด แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าตัวธันวา... คือร่มเงาปริศนาที่หนุนหลังเขาอยู่ต่างหาก คนที่สามารถเคลื่อนย้ายเงินทุนระดับหมื่นล้านเข้าออกประเทศได้อย่างไร้ร่องรอย คนที่กำลังส่งใครบางคนพุ่งตรงมาหาผมในวินาทีนี้
"ธันวาเข้าใจผิดมาตลอดว่านี่คือเกมการเงิน" ผมวางแก้วลง น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนรินรดาต้องชะงัก "เขาคิดว่าคนเราถ้ามีเงินมากพอจะซื้อได้ทุกอย่าง... รวมถึงความยุติธรรม แต่วันนี้เขาเพิ่งรู้ตัวว่า เขากำลังเล่นอยู่บนกระดานที่ผมเป็นคนกำหนดกติกาต่างหากล่ะครับ"
"แล้วคุณจะเอายังไงต่อคะ... เอ๊ย... ขออภัยครับ ผมหมายถึง คุณจะจัดการอย่างไรกับคนที่กำลังเดินทางมาหาเราตอนนี้ครับ?" รินรดาเผลอหลุดปากแล้วรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นผมปรายตามองด้วยรอยยิ้มมุมปาก เธอกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที แต่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่โต๊ะทำงานอีกมุมหนึ่งก่อนจะกดอินเตอร์คอมติดต่อแผนกรักษาความปลอดภัย
"ให้พวกเขาเข้ามาได้" ผมออกคำสั่งสั้นๆ
ไม่ถึงสองนาทีต่อมา ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างไร้เสียง ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่สามคนเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบและมั่นคง ทุกคนสวมสูทสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แววตาคมกริบกวาดมองรอบห้องเพื่อประเมินความปลอดภัยภายในเสี้ยววินาที รัศมีแผ่ออกมาจากตัวพวกเขามันฟ้องชัดเจนว่าผ่านสมรภูมิและงานสกปรกมาอย่างโชกโชน
นี่คือ "ทีมบอดี้การ์ดอัลฟา" หน่วยรักษาความปลอดภัยระดับท็อปที่ผมทุ่มเงินก้อนโตจ้างมาจากบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนระดับโลกที่มีฐานบัญชาการในสวิสเซอร์แลนด์ พวกเขาไม่ใช่แค่การ์ดหน้าประตูคอยกันแฟนคลับ แต่เป็นอดีตหน่วยรบพิเศษและมือปราบรับจ้างมือหนึ่งที่ผ่านการคัดกรองมาอย่างเข้มงวดที่สุด
ผู้นำทีมเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบเศษ มีรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่านหางคิ้วขวา เขาก้าวเท้ามาหยุดตรงหน้าผมแล้วทำความเคารพอย่างเป็นระเบียบ
"รายงานตัวครับ นายท่าน ผม 'คาร์เตอร์' อดีตหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับคุณกวินและคุณรินรดาตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปครับ" เสียงของเขาแหบต่ำและทรงพลัง
ผมพยักหน้ารับช้าๆ เดินเข้าไปใกล้หน้าต่างอีกครั้ง "ผมไม่ได้เรียกพวกคุณมาเพื่อยืนเท่ในห้องแอร์นะครับคาร์เตอร์ อีกไม่เกินสิบนาทีข้างหน้า จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนเรา... และผมต้องการให้พวกเขารู้ว่า ตึกนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่น"
คาร์เตอร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "รับทราบครับนายท่าน ทีมของผมเตรียมแผนรับมือไว้สามระดับ ตั้งแต่ขับไล่โดยละมุนละม่อม ไปจนถึงส่งศพกลับคืนให้เจ้าของ... นายท่านต้องการแบบไหนครับ?"
"เอาแบบที่ทำให้คนที่จ้างพวกมันมา... ต้องนอนไม่หลับไปตลอดชีวิตก็พอครับ" ผมตอบเสียงเรียบ
รินรดาที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าผมสลับกับคาร์เตอร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล "คุณกวินคะ... การใช้ความรุนแรงตอบโต้ตอนนี้ อาจทำให้เราตกเป็นรองทางกฎหมายได้นะคะ ถึงแม้เราจะป้องกันตัวก็เถอะ"
ผมหันกลับมามองเธอ สายตาที่อ่อนโยนขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองคู่คิดคนนี้ "รินรดาครับ... ในโลกธุรกิจระดับสูง กฎหมายมีไว้สำหรับคนไม่มีอำนาจต่อรอง แต่สำหรับคนที่มีเงินซื้อได้ทุกอย่าง กฎหมายเป็นเพียงแค่ตัวหนังสือบนกระดาษ ธันวาและนายทุนเงาคนนั้นกำลังจะฆ่าผม... คุณคิดว่าผมควรอ่านบทบัญญัติมาตราไหนให้มันฟังดีล่ะครับ?"
เธอนิ่งเงียบไปทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววเข้าใจความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ ในชาตินี้... ผมไม่ใช่กวินคนอ่อนต่อโลกที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว ทุกย่างก้าวของผมคำนวณไว้หมดแล้ว แม้กระทั่งการเปิดช่องให้พวกมันส่งคนมาลอบสังหาร เพื่อที่ผมจะได้มี "ข้ออ้างอันชอบธรรม" ในการถอนรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก
ตึ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดรอบตึกดังขึ้นเบื้องล่าง หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะสว่างวาบขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน รถตู้สีดำทึบสามคันขับเข้ามาจอดสนิท ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดดำไม่ต่ำกว่าสิบคนก้าวลงมา พร้อมด้วยอาวุธครบมือที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เสื้อโค้ท
พวกมันเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ มุ่งหน้าตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่ตั้งค่าให้ขึ้นมายังชั้นนี้ได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้คีย์การ์ด... ซึ่งแน่นอนว่าเป็นฝีมือของสายลับที่มันแอบซื้อตัวไว้ภายในบริษัท
คาร์เตอร์ก้มลงมองจอภาพเพียงแวบเดียว มุมปากก็ยกยิ้มขึ้น "มากันเร็วกว่าที่คิดนะครับ... ลูกปลาตัวเล็กๆ ส่งมาให้เราเชือดเล่นก่อนจานหลักสินะครับ"
"จัดการอย่าให้มีเสียงดังเกินไปนะครับ ผมไม่อยากให้พรมปูพื้นห้องราคาแพงต้องเปื้อนเลือด" ผมสั่งเสียงเรียบ หยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาจิบอีกครั้งอย่างใจเย็น
คาร์เตอร์พยักหน้ำรับคำ ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณมือเป็นรหัสลับให้ลูกน้องอีกสองคนแยกย้ายกันประจำจุดอับสายตา บรรยากาศภายในห้องทำงานหรูหราแปรเปลี่ยนเป็นสนามรบขนาดย่อมในชั่วพริบตา ความกดอากาศลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก
นาฬิกาดิจิทัลบนผนังเดินไปข้างหน้าทีละวินาที เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นจากนอกประตูลิฟต์ เสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ และเสียงฝีเท้าที่พยายามย่องเข้ามาอย่างเงียบเชียบที่สุด
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น พร้อมกับประตูโลหะที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของกลุ่มมือสังหารที่ยืนถือปืนเก็บเสียงเตรียมพร้อมบุกเข้ามาเต็มพิกัด
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ประตูลิฟต์เปิดอ้ากว้างจนสุด สายตาของผมที่มองผ่านกระจกสะท้อนเงา กลับต้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
คนนำหน้ากลุ่มมือสังหารกลุ่มนั้น... ไม่ใช่ลูกน้องปลายแถวของธันวาอย่างที่คาดคิด
แต่กลับเป็นชายชราในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ผู้มีใบหน้าคุ้นเคยอย่างยิ่งจากหน้าหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจเมื่อสัปดาห์ก่อน... คนที่ควรจะอยู่ที่นิวยอร์ก ไม่ใช่ที่นี่
"ยินดีต้อนรับครับ... ท่านประธานเดวิด" ผมเอ่ยขึ้นลอยๆ เบาๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" ด้วยดีเสมอมานะครับ
ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก•ตอนที่ 24
การขู่ฆ่าและมาตรการป้องกัน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!