ตัวเลขยอดแชร์พุ่งทะยานแตะหลักแสนในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง ทว่าสำหรับธันวาแล้ว ตัวเลขเหล่านั้นไม่ได้น่าตื่นเต้นเลยสักนิด... มันคือตั๋วเที่ยวเดียวสู่ขุมนรกชัดๆ
"ไอ้ธัน! มึงรอดhaอะไรอยู่เนี่ย ผู้กำกับรณภพต่อสายตรงถึง บก. แล้ว โทรศัพท์โต๊ะกูสั่นจนจะกระโดดตกโต๊ะอยู่แล้วโวย!"
เสียงโวยวายของเพื่อนร่วมงานดังลั่นห้องข่าว แต่ธันวากลับทำเพียงแค่นอนฟุบหน้าผากแนบกับโต๊ะทำงาน ร่างเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนระเกะระสะถอนหายใจยาวเหยียด มือเรียวขยี้กลุ่มผมสีเข้มจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดปนระอาใจ เขาก็แค่พาดหัวข่าวแรงไปนิด... เออ นิสนึง นิดเดียวเอง! ก็ใครใช้ให้ท่านผู้กำกับการกรมตำรวจมือปราบเหล็กไหลคนนั้น ทำตัวลับๆ ล่อๆ แถวโกดังร้างคดีค้ามนุษย์ล่ะ ถ้าเขาไม่เขียนว่า *'ท่านผู้กำกับหนุ่มแอบย่องเข้าโกดังกลางดึก หรือจะมีลับลมคมในกับแก๊งมืด'* แล้วราษฎรตาดำๆ จะตาสว่างกันพอดีเหรอคะ?
"ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า..." ธันวาพึมพำลอดไรฟัน "เขาย่องเข้าไปจริงๆ ไม่ได้ขอหมายค้นด้วยซ้ำ แบบนี้เรียกว่าใช้อำนาจมิชอบไหมเล่า"
"ใช้อำนาจมิชอบบ้าบออะไรของมึง! นั่นมันแผนปฏิบัติการลับระดับประเทศไอ้คุณนักข่าวสายลุย! เขากวาดล้างรังโจรมาสามเดือน มึงดันไปทำลายแผนเขาพินาศด้วยพาดหัวข่าวบรรทัดเดียวเนี่ยนะ!"
ธันวาเม้มปากแน่น ไม่ยอมรับว่าตัวเองพลาด เขาก็แค่รวดเร็วทันใจสไตล์นักข่าวหัวกะทิเท่านั้นเอง แต่ไม่ทันที่เพื่อนร่วมงานจะได้เทศนาต่อ ประตูห้องกระจกของกองบรรณาธิการก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงที่บ่งบอกถึงอารมณ์คุกกรุ่นภายใน
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมทันทีราวกับมีใครกดปุ่มMute ทั้งห้อง
รองเท้าหนังขัดเงาappก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างมั่นคงและหนักแน่น ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทไร้ที่ติสะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักบึ้งตึงจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของธันวา
รณภพไม่ได้เอ่ยปากทักทายใครสักคำ เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยออร่าความเย็นยะเยือกที่แผ่ขยายรัศมีออกไปรอบตัวจนคนแถนั้นต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ
ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แม้จะใจเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น แต่สัญชาตญาณความอวดดีและปากเก่งก็สั่งให้เขาเชิดหน้าขึ้น สู้สายตากลับแบบไม่หลบ
"อ้าว ท่านผู้กำกับรณภพ ตัวเป็นๆ เลยแฮะ มาเยี่ยมเยียนกองบรรณาธิการเราถึงที่นี่ มีอะไรให้รับใช้เป็นพิเศษไหมคะ หรือว่าจะมาฟ้องเรื่องพาดหัวข่าวเมื่อเช้า?" ธันวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวน กอดอกแน่นเพื่อซ่อนมือที่แอบสั่นนิดๆ
รณภพหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของนักข่าวตัวแสบ ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันให้เด็กหนุ่มตรงหน้าแหงนมอง รัศมีคุกคามแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวราวกับลดลงไปหลายองศา
"ปากดี..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคืองแค้น นัยน์ตาคมดุจ้องมองเหยื่อที่อยู่ในกำมือ "นายกล้ามากนะธันวา ที่เขียนข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงจนทำให้งานสืบสวนสามเดือนของฉันพังไม่เป็นท่า"
"บิดเบือนตรงไหนล่ะคะ?" ธันวาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ "ฉันเขียนตามที่ตาเห็น คุณแอบเข้าโกดังจริง ปิดบังอำพรางจริง หรือจะเถียงว่าไม่ได้ไปเดตกับแก๊งค้ายามา?"
"นั่นคือการปฏิบัติการอำพรางตัวเพื่อสืบสวน! ไม่ใช่การไปเดต!" รณภพกัดฟันกรอด สันจรามขยับนูนขึ้นด้วยความโกรธที่พุ่งทะยานจนแทบจะระเบิด ผู้กำกับหนุ่มไม่เคยเจอใครที่กล้าเถียงฉอดๆ ใส่เขาหน้าตาเฉยแบบนี้มาก่อนในชีวิต
"อ๋อเหรอคะ? อำพรางตัวแบบไหนใส่เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมราคาหลักแสนเดินเข้าดงกระสุน ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวความลับรั่วไหลจนต้องรีบไปเคลียร์ผลประโยชน์กันเอง..."
*ปัง!*
ฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะทำงานของธันวาเสียงดังสนั่นจนเอกสารกระจัดกระจาย แรงกระแทกนั้นทำให้ธันวาผละถอยหลังโดยสัญชาตญาณ หัวใจกระตุกวูบเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของคนตัวโตอยู่ห่างออกไปเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนจนรู้สึกร้อนผ่าว
รณภพโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้นอีก จนธันวาต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมใคร
"ปากเก่งนักนะ..." รณภพกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้เสียจนธันวารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ในเมื่อข่าวของนายมันทำให้ฉันเสียหายจนทำงานต่อไม่ได้ งั้นนายก็ต้องมารับผิดชอบด้วยการเป็นพยานปากเอก... และไป 'เซฟเฮาส์' กับฉันเดี๋ยวนี้"
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ฮะ? ว่าไงนะ! ใครจะไปกับคุณ!"
"ไม่ได้ถามความสมัครใจ..." รณภพเหยียดยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้ขนลุกซู่ "แต่นายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป นายต้องอยู่ในการคุ้มครองของฉัน... จนกว่าคดีจะจบ"
พูดจบ มือหนาก็ควחוข้อมือเรียวของธันวาหมับ ลากให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ตั้งตัวหรืออ้าปากเถียงแม้แต่คำเดียว แรงดึงนั้นกึ่งบังคับกึ่งลากจูง ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ของเพื่อนร่วมงานที่อ้าปากค้างมองตามตาไม่กะพริบ
"ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไงคุณผู้กำกับบ้าอำนาจ! ฉันไม่ใช่ผู้ต้องหาทำไมต้องไปเซฟเฮาส์กับคุณ!" ธันวาโวยวายลั่น พยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับแต่สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้เลยสักนิด ขาเรียวต้องก้าวตามแรงฉุดกระชากออกไปที่ประตูอย่างจำยอม
รณภพไม่สนใจเสียงโวยวาย เขากุมข้อมือเล็กนั้นแน่นราวกับคีมเหล็ก หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบมาตลอดหลายปีกลับเต้นรัวแปลกๆ เมื่อได้สัมผัสความนุ่มนิ่มที่ดื้อรั้นเกินพิกัดนี้
ก่อนที่ร่างสูงจะกระชากตัวธันวาเดินพ้นพ้นประตูห้องข่าวออกไป เขาก็หันกลับมามองสบตากับนักข่าวตัวแสบที่กำลังส่งสายตาเคียดแค้นมาให้ ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนลมหายใจรดกันทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
"ถ้าไม่อยากโดนข้อหาหมิ่นประมาทจนหมดตัว... ก็หุบปากแล้วเดินตามมาเงียบๆ ซะ ธันวา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บครั้งนี้นะคะ!
เซฟเฮาส์สื่อรักกับนักข่าวสายลุย•ตอนที่ 1
ข่าวพาดหัวที่ผิดพลาด
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์สื่อรักกับนักข่าวสายลุย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
