"ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งเป็นตูดแมวแบบนั้นอีกสักนาทีเดียว ฉันจะถือวิสาสะเอาเทปกาวปิดปากคุณจริงๆ ด้วยนะผู้กำกับรณภพ"
เสียงใสแต่ติดจะหงุดหզิดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในเซฟเฮาส์หลังเก่า กลิ่นอับชื้นของฝนที่เพิ่งซาเม็ดลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกาแฟดำกรุ่นๆ จากแก้วกระดาษ ธันวายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตากลมโตคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีทึบ รณภพไม่ได้ขยับเขยื้อน เขาเพียงแค่ปรายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนมองกลับมา มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะเย้ยที่ชวนให้คนมองอยากจะวิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อให้รู้แล้วรู้รอด
"เชิญตามสบาย... ถ้ามือคุณเอื้อมถึงผมก่อนนะ นักข่าวธันวา" รณภพสวนกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย ทว่าแฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม สายตาของเขาสำรวจร่างโปร่งที่อยู่ในเสื้อฮู้ดตัวโคร่งเปียกชื้นตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่เส้นผมหยักศกที่ลู่แนบกรอบหน้าหวาน ไปจนถึงเรียวขาภายใต้กางเกงยีนส์แนบเนื้อที่ชุ่มน้ำ
นี่คือบทลงโทษจากการดื้อรั้นบุกเดี่ยวเข้าไปในเขตอันตรายเมื่อวานนี้ ธันวาตั้งใจจะหาหลักฐานเด็ดเกี่ยวกับเครือข่ายทุนสีเทา แต่กลับเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้กลางกองเพลิงและกระสุน หากไม่ได้ผู้กำกับหนุ่มมือปราบผู้เจ้าระเบียบคนนี้กระชากตัวออกมาเสียก่อน ป่านนี้ร่างของเขาคงกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปแล้ว แต่แทนที่เจ้าตัวจะสำนึกบุญคุณ ธันวากลับเลือกที่จะเปิดฉากสงครามประสาทใส่กันตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบเข้ามาในเซฟเฮาส์ลับแห่งนี้
"ปากดีจริงนะคะ ระวังเถอะ... ปากแบบนี้แหละที่จะพาซวยเข้าสักวัน" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดโซฟา ร่างบางยืนค้ำหัวผู้กำกับหนุ่มที่ยังคงนั่งเอกเขนกราวกับเป็นเจ้าของโรงแรมหรูหรา
"ปากผมจะพาซวยหรือเปล่าไม่รู้... แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ปากของคุณกำลังทำให้ผมรำคาญหูเป็นบ้า" รณภพวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนธันวาเผลอผถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า... ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้ร่างบางต้องรีบก้าวเท้าสู้หน้ากลับไปทันที
ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ ธันวากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจเมื่อพบว่าตัวเองต้องแหงนหน้ามองอีกฝ่าย ดวงตาคมดุของรณภพพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธเกลียด แต่มันคือความท้าทาย... และอะไรบางอย่างที่ร้อนรุ่มเสียจนธันวาต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็ตีรันเข้ามาในอก
"ถอยไปนะ ฉันจะไปเอาผ้าเช็ดตัว" ธันวาเอ่ยเสียงห้วน พยายามผลักอกแกร่งเบาๆ ทว่าอีกฝ่ายกลับยืนนิ่งราวกับกำแพงหิน ผนارกำแพงห้องนั่งเล่นและแผงอกกว้างของรณภพกักตัวเขาไว้ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ
"ผมยังไม่ได้อนุญาตให้คุณเดินไปไหนทั้งนั้น" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู แผ่วเบาแต่ทรงพลังจนขนลุกซู่ "จำไม่ได้หรือไงว่าเราติดค้างอะไรกันอยู่... เรื่องรายงานความสะเพร่าของคุณเมื่อวานนี้"
"ฉันไม่ได้สะเพร่า! ถ้าฉันไม่เข้าไป ป่านนี้หลักฐานพวกนั้นก็โดนทำลายไปหมดแล้วต่างหาก คุณต่างหากที่ใจปลาซิว กลัวความจริงจนตัวสั่น!" ธันวาตอกกลับเสียงดังลั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาดันอกแกร่งเต็มแรงจนรณภพยอมถอยหลังไปนิดหน่อย เปิดช่องว่างให้หายใจได้สะดวกขึ้น
รณภพแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบวับวาวขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกจี้ใจดำ "กลัวเหรอ? คุณใช้อะไรคิด นักข่าวธันวา คุณคิดว่าชีวิตไร้ค่าของคุณคนเดียวมันคุ้มเหรอที่จะเอาไปแลกกับเศษกระดาษแผ่นเดียวที่พวกมันพร้อมจะทำลายทิ้งได้ทุกเมื่อ!"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันที คำพูดที่พ่นออกมาด้วยความโมโหของรณภพทำเอาธันวาชะงัก ร่างบางนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อได้ยินคำว่า 'ชีวิตไร้ค่า' แม้จะเป็นแค่คำประชดประชัน แต่มันกลับไปสะกิดปมลึกๆ ในใจของคนที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวและไม่เคยมีใครเห็นคุณค่าอย่างเขา
ดวงตากลมโตที่เคยแข็งกร้าวไหววับขึ้นมาครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา ธันวาแค่นยิ้มหยันออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอที่เกือบจะหลุดรอด
"ใช่ส... ชีวิตคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างฉันมันจะไปมีค่าอะไรสู้ผู้กำกับใหญ่ยศค้ำคออย่างคุณไม่ได้นี่คะ" เสียงหวานเอ่ยเย้ยหยันเบาหวิว ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟัง รณภพชะงักไป ดวงตาคมดุฉายแววตื่นตระหนกวูบหนึ่งเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดในดวงตาคู่สวยนั้น
ชายหนุ่มอ้าปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง คำแก้ตัวหรือคำพูดที่รุนแรงกว่าเดิมกำลังจะหลุดจากริมฝีปากหยัก ทว่าก่อนที่สงครามน้ำลายครั้งใหม่จะได้เริ่มต้นขึ้น เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
ทั้งสองคนหันขวับไปมองบานประตูไม้เก่าๆ ที่สั่นสะเทือนตามแรงเคาะ รณภพขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณนักสืบตื่นตัวขึ้นมาทันที เซฟเฮาส์หลังนี้เป็นความลับสุดยอด มีเพียงคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้พิกัด
*แอด...*
เสียงบานประตูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายในชุดสูทสีเข้มเปียกโชก ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก และที่สำคัญที่สุด... ในมือของอีกฝ่ายกำลังถือสิ่งของบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของรณภพและธันวาต้องสะดุดกึก
"ผู้กำกับครับ... เราฉิบหายแล้วครับ"
*ขอขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาติดตาม อ่าน และร่วมเดินทางไปกับความปากแจ๋วของสองคนนี้ด้วยนะคะ* - ตุ๊กตาโบราณ
*ขอขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาติดตาม อ่าน และร่วมเดินทางไปกับความปากแจ๋วของสองคนนี้ด้วยนะคะ* - ตุ๊กตาโบราณ
