บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 30

จังหวะการเล่าเรื่องของโชคชะตา

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
คราบหมึกสีชาดบนแผ่นหนังแทะเก่านั้นไม่ได้กำลังบอกอนาคต แต่มันกำลังบันทึกปัจจุบันที่ถูกกำหนดไว้แล้วต่างหาก ไคล์ขยับกรอบแว่นโลหะของตนเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวชุ่มเหงื่อจากการประมวลผลข้อมูลนับล้านชุดในหัว สมองส่วนการวิเคราะห์เชิงตรรกะกำลังกรีดร้องเสียงดังลั่น แผงวงจรเวทมนตร์อากาศธาตุที่เขาสร้างขึ้นเพื่อคำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ในมหาวิทยาลัยเวทมนตร์แห่งนี้ กำลังพังทลายลงทีละน้อย ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดทางคณิตศาสตร์ แต่เป็นเพราะตัวแปรที่เขาเกลียดชังที่สุดกำลังปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตัวแปรที่เรียกว่า "โชคชะตา" "เธอพยายามหาทางแก้สมการที่ไม่มีคำตอบตั้งแต่แรกอยู่หรือเปล่าครับ ไคล์" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้องสมุดโบราณ ดร. อีเลน่าก้าวออกมาจากเงาของชั้นหนังสือสูงตระหง่าน เรือนผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงเรืองรองจากผลึกมานา เธอไม่ได้ถือตำราเรียนเล่มหนาเช่นเคย ทว่าในมือเรียวบางนั้นกลับถือม้วนกระดาษพارشเมนต์ที่เปรอะเปื้อนคราบขี้ผึ้งสีดำ—ม้วนเดียวกับที่เขาเพิ่งขโมยมาจากห้องใต้ดินของสภาอาจารย์ ไคล์ไม่ตอบในทันที เขาดึงสายตากลับมาจากจอภาพโฮโลแกรมเวทมนตร์ที่กำลังแตกสลายเป็นละอองแสงสีฟ้า ดวงตาสนเท่ห์แต่คมกริบมองอาจารย์สาวผู้ซ่อนอดีตไว้หลังแว่นตากลมโต "ผมไม่เชื่อเรื่องคำทำนายครับ ดร. อีเลน่า" ไคล์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความตึงเครียดไว้ในทุกพยางค์ "ทุกสิ่งในโลกเวทมนตร์นี้ขับเคลื่อนด้วยกฎเกณฑ์ เหตุและผล พลังงานย่อมไม่สูญหายไปไหน และไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยปราศจากตัวแปรควบคุม... แต่สมการชุดนี้มันกำลังบอกว่า ผมคือจุดศูนย์กลางของการล่มสลาย นั่นมันขัดกับหลักฟิสิกส์เวทมนตร์โดยสิ้นเชิง" อีเลน่าเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นจางๆ ของชาสมุนไพรและกระดาษเก่าโชยมาแตะจมูก เธอหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว ดวงตาสสีเทาคู่สวยมองลึกลงไปในนัยน์ตาของเด็กหนุ่มอัจฉริยะ ราวกับกำลังมองทะลุผ่านชั้นความคิดทั้งหมดของเขา "บางครั้ง... ตรรกะที่บริสุทธิ์ที่สุดก็มักจะนำพาเราไปสู่ความจริงที่โหดร้ายที่สุดเช่นกันครับ" อีเลน่าเอ่ยเบาๆ น้ำเสียงของเธอเจือความเศร้าสร้อยที่ไคล์ไม่เคยได้ยินมาก่อน "เธอคิดว่าเธอเป็นผู้ควบคุมกระดานหมากรุกนี้มาโดยตลอดใช่ไหม ไคล์? เธอคำนวณการเดินของทุกคน วางแผนแก้ไขโครงสร้างเวทมนตร์ของสถาบันทีละจุดเพื่อความอยู่รอด แต่เธอเคยสังเกตไหมว่า... ทำไมทุกครั้งที่เธอแก้ไขสำเร็จ เงื่อนไขรอบตัวกลับบีบให้เธอต้องเดินมายังจุดนี้ จุดที่เธอต้องเป็นคนตัดสินใจว่าจะทำลายทุกอย่าง หรือยอมให้ทุกอย่างถูกทำลาย" ไคล์ชะงักไป คำพูดของเธอกรีดแทงเข้าไปในความทรงจำตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์สปีดเร็วจี๋ ทุกคดี ทุกการทดลอง ทุกปริศนาที่เขาไขได้ด้วยความฉลาดเฉลียว... มันช่างพอเหมาะพอเจาะ ราวกับมีใครบางคนจงใจ "ออกแบบ" เส้นทางเหล่านี้ให้เขาเดินผ่านมาทีละขั้น เพื่อเปิดประตูบานนี้ ประตูบานที่สลักสัญลักษณ์แห่งจุดจบ "นั่นหมายความว่า..." ไคล์กลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองของเขาพยายามปฏิเสธสมมติฐานนี้ แต่มันคานด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์และร่องรอยพลังงานที่เขาเพิ่งตรวจสอบ "ผมไม่ได้เป็นเพียงแค่นักเรียนทุนผู้โชคดี... แต่ผมเป็น 'เครื่องมือ' ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วสถาบันแห่งนี้?" "ไม่ใช่เครื่องมือครับ แต่เป็น 'ตัวแทน'" อีเลน่าแก้คำให้ด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ซึ่งความสุข "บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต ที่เธอถือครองอยู่... แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ตำราเวทมนตร์ แต่มันคือพ็อกเก็ตไดอารี่ที่เขียนขึ้นโดย 'ไคล์' จากอนาคตที่ล่มสลายไปแล้ว เพื่อส่งกลับมาให้ตัวเธอในอดีตแก้ไขข้อผิดพลาด และวิธีเดียวที่จะแก้ไขความผิดพลาดนั้นได้... คือการที่เธอต้องยอมรับบทบาทในคำทำนายและทำลายตัวเองเสียเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ไคล์รู้สึกเหมือนพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังสลายตัว เขามองม้วนกระดาษในมือของตนเอง มันไม่ใช่กระดาษธรรมดา แต่เมื่อเพ่งมองด้วยเนตรวิเคราะห์ระดับสูง เขากลับพบว่าลายมือบนนั้น... คือลายมือของเขาเอง ชนิดที่แม้แต่รอยหยักของตัวอักษรก็ตรงกันทุกประการ ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวซัดเข้าใส่จิตใจจนเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว เขาไม่ใช่ผู้พลิกชะตากรรม เขาคือผู้0ดำเนินรอยตามชะตากรรมที่ถูกขีดไว้โดยสมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก "ตลกสิ้นดี..." ไคล์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาหลังกรอบแว่นไหววูบเป็นครั้งแรกในชีวิต "ผมเกลียดวิชาพยากรณ์ศาสตร์มาตลอดชีวิต เพราะมันเต็มไปด้วยความงมงายและช่องโหว่ทางสถิติ แต่สุดท้าย... ชีวิตของผมทั้งชีวิตกลับอยู่ในกำมือของคำทำนายที่ผมไม่มีวันเอาชนะได้ด้วยซ้ำ" "ชะตากรรมไม่ใช่สิ่งที่ต้องเอาชนะหรอกครับ ไคล์..." อีเลน่าเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเขาเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอาจารย์สาวช่วยดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของเขากลับมาได้บ้าง "แต่มันคือสิ่งที่ต้อง 'เข้าใจ' ต่างหาก เธอยังมีทางเลือกเสมอ แม้ว่าทางเลือกนั้นจะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดก็ตาม" ก่อนที่ไคล์จะได้เอ่ยคำถามใดออกมาเพื่อทวงถามความหมายของคำว่า "ทางเลือก" นั้น บรรยากาศรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ตามผนังห้องสมุดเปลี่ยนจากสีส้มอบอุ่นกลายเป็นสีครามเย็นเยียบ อากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงดันมาตรวัดมหาศาลจนหายใจไม่ออก พื้นห้องสมุดหินอ่อนแตกร้าวออกเป็นทางยาว พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังสะเทือนมาจากใต้พื้นพิภพ ราวกับมีอสุรกายโบราณกำลังตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน ที่ใจกลางรอยแตกนั้น ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมา ก่อตัวเป็นร่างเงาของบุคคลที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป—ร่างเงาที่สวมชุดเครื่องแบบนักเรียนของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ แต่ใบหน้าของมันกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งดวงตาและริมฝีปาก มีเพียงรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหูที่สะท้อนแสงสีแดงฉาน และเสียงกระซิบแหบพร่าก็ดังขึ้นก้องอยู่ในหัวของไคล์ โดยตรงผ่านกระแสประสาท *[ตรวจพบผู้รusกาลนอกเหนือเส้นเวลา ระบบตรรกะหลักถูกแทนที่ด้วยคำสั่งระดับ SSS: กำจัด 'ผู้บันทึก' เพื่อเริ่มวงจรชะตากรรมรอบใหม่]* ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตรรกะและบททดสอบอันเข้มข้นนี้ไปกับ "ไมโลกับภูตน้อย" นะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%