กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองน้ำมันดิบอบอวลจนแสบจมูก ทัศนวิสัยเบื้องหน้าถูกย้อมด้วยสีแดงก่ำจากแสงไฟฉุกเฉินระดับต่ำที่กะพริบถี่ทุกสามวินาที บนผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาเตอะของชั้นใต้ดินระดับลึก มีร่องรอยการกัดกร่อนจากพลังงานเวทมนตร์โบราณที่ยังคงคายประจุไฟฟ้าสถิตออกมาเป็นระยะ จนขนแขนของผมลุกชันด้วยความรู้สึกเสียวแปลบ
"อย่าก้าวเท้าซ้ายเหยียบลงบนแผ่นเหล็กแผ่นนั้น ไคล์..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาของดร.อีเลน่าดังขึ้นจากด้านหลัง มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำคว้าจับที่ข้อศอกของผมไว้ทันท่วงธีก่อนที่รองเท้าบูทของผมจะสัมผัสกับรอยแยกบนพื้น
ผมก้มลงมองผ่านแสงสลัว แผ่นเหล็กแผ่นนั้นมีรอดหยักของวงจรเวทมนตร์รูปทรงเรขาคณิตที่บิดเบี้ยว หากผมก้าวพลาดไปเพียงเซนติเมตรเดียว ระบบป้องกันอัตโนมัติคงจะแผดเผาร่างของผมจนกลายเป็นเถ้าถ่านในไม่กี่เสี้ยววินาที
"ขอบคุณครับ อาจารย์... ดูเหมือนระบบความปลอดภัยที่นี่จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนเสียเท่าไหร่" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในจังหวะปกติ แม้เม็ดเหงื่อจะเริ่มผุดขึ้นตามไรผมแล้วก็ตาม
อีเลน่าไม่ตอบคำถามในทันที ดวงตาสีเทาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นทรง The Great Gatsby กวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างขวางที่เต็มไปด้วยเศษซากเครื่องจักรกลเวทมนตร์และหลอดแก้วทดลองแตกกระจัดกระจาย บรรยากาศรอบตัวเธอดูเปราะบางและเต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้เบื้องหลังท่าทีเยชาชาและเย่อหยิ่ง
นี่คือห้องทดลองลับใต้ดินที่ถูกลบออกจากแผนผังของสถาบันเวทมนตร์มานานกว่าสามทศวรรษ สถานที่ซึ่งซ่อนความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของเพื่อนร่วมรุ่นของเธอ และเป็นจุดกำเนิดของข้อความต้อนรับปริศนาที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของผม... *ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... 'ผู้ทดลองหมายเลขศูนย์'*
ผมหันกลับมาสนใจหน้าต่างระบบโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นภายในครรลองสายตา ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ถูกประมวลผลด้วยความเร็วสูงผ่านตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่ผมเป็นผู้พัฒนาขึ้นเอง
[ตรวจพบสนามพลังงานเวทมนตร์ความหนาแน่นสูงระดับ A+]
[โครงสร้างมานา (Mana Matrix) มีความสอดคล้องกับ DNA ของผู้ใช้งาน 'ไคล์']
[คำเตือน: ตรวจพบรหัสพันธุกรรมที่ถูกฝังรากลึกในระบบฐานข้อมูลหลักของสถาบัน ท่านไม่ใช่ผู้บุกรุก... แต่เป็น 'สิทธิ์ขาด' ของสถานที่แห่งนี้]
คิ้วของผมขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ข้อมูลเหล่านี้สวนทางกับประวัติส่วนตัวของผมในฐานะเด็กกำพร้าที่สอบชิงทุนเข้ามาเรียนในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ได้อย่างสิ้นเชิง ร่างกายของผม... จิตวิญญาณของผม หรือแม้แต่วิถีตรรกะที่ผมใช้มองโลก อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญตั้งแต่แรกแล้ว
"ไคล์... คุณกำลังคิดอะไรอยู่" อีเลน่าหันมามองผม สีหน้าของเธอเจือแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้เธอจะพยายามรักษามาดของอาจารย์ผู้ควบคุมสถานการณ์ไว้ก็ตาม
"ผมกำลังคิดว่า... ประวัติส่วนตัวของผมในแฟ้มของสถาบัน คงจะต้องถูกนำมาเผาทิ้งแล้วเขียนใหม่ทั้งหมดเสียแล้วล่ะครับ อาจารย์" ผมยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์ แม้สถานการณ์รอบตัวจะตึงเครียดเพียงใดก็ตาม "และที่สำคัญ... ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องนี้จะรู้จักผมดีเสียยิ่งกว่าตัวผมเองเสียอีก"
มือของอาจารย์สาวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองแผงควบคุมหลักที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง มันเป็นเครื่องมือขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับท่อแก้วบรรจุของเหลวสีฟ้าเรืองแสง ซึ่งทอดยาวขึ้นไปสู่เพดานเบื้องบนราวกับเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ทั้งระบบ
"คุณไม่ได้เป็นแค่เด็กทุนอัจฉริยะ ไคล์..." อีเลน่าพูดด้วยเสียงอันสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่เธอพยายามกักเก็บไว้ "ศาสตราจารย์เวลล์... และคนพวกนั้น... พวกเขาไม่ได้สร้างสถาบันนี้ขึ้นมาเพื่อสอนเวทมนตร์แก่เด็กๆ หรอก แต่มันคือ... ห้องทดลองขนาดมหึมา และคุณ..."
เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่แผงควบคุมหลักอย่างระมัดระวัง
"...คุณคือผลงานชิ้นเอกที่พวกเขาทิ้งเอาไว้ในอดีต"
ครืนนนนน!
ทันทีที่ปลายนิ้วของอีเลน่าสัมผัสลงบนแผงควบคุม พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของเราก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงเฟืองจักรกลโบราณบดเข้าหากันดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและละอองสนิมร่วงหล่นลงมาจากเพดานรากับหิมะสีแดง
ระบบไฟฉุกเฉินสีแดงดับลงในพริบตา ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ก่อนที่หลอดไฟนีออนสีขาวนวลนับร้อยดวงบนเพดานจะค่อยๆ สว่างวาบขึ้นทีละดวง ไล่ตั้งแต่ปลายห้องจนมาถึงจุดที่เรายืนอยู่ เผยให้เห็นโครงสร้างทั้งหมดของห้องทดลองลับใต้ดินแห่งนี้อย่างชัดเจน
มันไม่ใช่ห้องทดลองธรรมดา... แต่มันคือศูนย์วิจัยพันธุเวทมนตร์ขนาดยักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้รากฐานของสถาบันเวทมนตร์อันทรงเกียรติ!
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองวิเคราะห์ทุกความเป็นไปได้ในเสี้ยววินาที ขณะเดียวกัน สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาขวางกั้นสายตาโดยไม่ได้รับเชิญ ตัวอักษรสีแดงฉานกะพริบรัวด้วยความเร็วสูง พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนอยู่ในหัว
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS]
[ตรวจพบการปลดล็อกเขตหวงห้ามชั้นที่ 4: "ห้องเก็บรักษาต้นแบบอภินิหาร"]
[เงื่อนไขผ่าน: ผู้ทดลองหมายเลขศูนย์แสดงตัวตนต่อหน้าหน่วยความจำหลัก]
[คำเตือนขั้นวิกฤต: สิ่งมีชีวิตรหัส 'โอเมก้า' ที่หลับใหลมากว่าสามสิบปี กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการจำศีล]
ปัง! เสียงกระแทกอย่างรุนแรงดังมาจากประตูกระจกนิรภัยหนาเตอะที่อยู่ลึกเข้าไปในสุดทางเดิน รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวกระจกราวกับใยแมงมุม พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งทะลักออกมาจนแม้แต่อีเลน่าก็ยังต้องทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว
ผมก้าวเข้าไปยืนบังร่างของอาจารย์สาวเอาไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงจ้องมองไปยังเงาสลัวหลังประตูกระจกที่กำลังสั่นสะเทือน ร่างเงานั้นค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังลอดออกมาจากช่องระบายอากาศ... เสียงที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความคิดถึงอย่างสุดซึ้ง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชายของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกเวทมนตร์ใบนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 17
ห้องทดลองลับใต้ดิน
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!