"เอกสารฉบับนี้ไม่ได้เชิญให้คุณไปร่วมงานเฉลิมฉลองค่ะ... แต่มันคือใบมรณบัตรล่วงหน้าสำหรับทายาทคนสุดท้ายต่างหาก"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตา เขาไม่ได้ขยับกายถอยหนีแม้แต่น้อยเมื่อคินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัว ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองซองเอกสารตราประทับสีชาดในมือด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก บรรยากาศรอบลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าตึกสูงระฟ้าถูกกดทับด้วยแรงลมมหาศาลจากใบพัดที่ยังคงหมุนวนตีอากาศ เสียงคำรามของเครื่องยนต์เจ็ตดังก้องกังวานจนแทบไม่ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง แต่มินนี่กลับรู้สึกได้ถึงไอความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของชายหนุ่มผู้ยืนบังร่างเธอไว้ครึ่งหนึ่ง
มือเรียวบางของมินนี่เอื้อมไปยื้อชายเสื้อสูทของคินน์ไว้แน่น สัญชาตญาณดิบเตือนภัยเธอดังลั่นว่าก้าวต่อไปข้างหน้าไม่ใช่พรมแดง แต่คือทุ่งสังหารที่ถูกโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบเคลือบยาพิษ
"อย่าไปนะคะ คินน์..." มินนี่กระซิบลอดไรฟัน ทว่าดวงตากลมโตกลับจ้องมองชายชุดขาวผู้นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "พวกมันจงใจ... นี่มันหลุมพรางชัดๆ"
คินน์ไม่ได้ตอบทันที เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทำให้คนมองรู้สึกเสียวสันหลังวาบ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปรับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ประทับตรารูปกางเขนไขว้สีทองอร่าม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ต้องห้ามของกลุ่มอภิมหาเศรษฐีเก่าแก่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตระกูลที่พยายามกวาดล้างชื่อของเขาออกไปจากผังเครือญาติมาตลอดหลายปี แต่ตอนนี้กลับส่งเทียบเชิญให้บินลัดฟ้าไปร่วม "การประชุมลับ" ณ เกาะส่วนตัวที่อยู่นอกเหนือน่านน้ำสากล
"หลุมพรางเหรอคะ, มินนี่?" คินน์ก้มลงกระซิบข้างใบหูของหญิงสาว กลิ่นอายความเป็นผู้นำและอำนาจเงินมหาศาลจากระบบที่สะสมไว้ในบัญชีลับส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ ในสมองของเขา *[ติ๊ง! ตรวจพบความเสี่ยงระดับ SSS: ระบบเสนอทางเลือกพิเศษ - ปฏิเสธการเดินทางรับเงินชดเชย 1,000 ล้านบาท หรือ เดินทางไปตบหน้าสภาตระกูลด้วยเงินสด 50,000 ล้านบาท]*
มุมปากของคินน์กระตุกขึ้นอย่างพึงพอใจ เงินพันล้านเหรอคะ? มันน้อยเกินไปที่จะซื้อศักดิ์ศรีที่เคยถูกเหยียบย่ำของเขาในอดีต
"ฉันไม่เคยปฏิเสธของขวัญที่พวกสุนัขบ้าเอามาส่งให้ถึงปากถ้ำหรอกนะ" คินน์หันไปเอ่ยกับชายชุดขาว น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับชะงักรอยยิ้ม "นำทางสิ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าคนพวกนั้นเตรียมหลุมศพขนาดไหนไว้ต้อนรับฉัน"
ชายชุดขาวโค้งศีรษะลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากดูเสแสร้งจนน่าสะอิดสะเอียน "ทางเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านคินน์ตัดสินใจไม่ทำให้ตระกูลต้องผิดหวัง... เชิญครับ... อ๊ะ ขออภัยค่ะ เชิญค่ะ" เจ้าตัวรีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นสายตาดุจพญามารที่ตวัดมองมา
ทว่า ก่อนที่ก้าวขาเรียจะก้าวขึ้นสู่บันไดเฮลิคอปเตอร์ มินนี่กลับดึงมือคินน์ไว้สุดแรง เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธและห่วงใยตีรวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก
"ถ้าคุณจะไป... ฉันก็จะไปกับคุณด้วย" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว ไม่มีแววความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความดื้อรั้นที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อเคียงข้างเขา
คินนี่ชะงัก นัยน์ตาคมเข้มอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง มือหนายื่นไปกอบกุมมือเย็นเฉียบของหญิงสาวไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อถ่าย 100% ความมั่น 100% ความอบอุ่นที่เขามีให้กับเธอคนนี้มาตลอด "เธออยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่า มินนี่... เกมนี้มันอันตรายเกินกว่าที่เด็กดื้ออย่างเธอควรเอาตัวเข้ามาเสี่ยง"
"เด็กดื้อเหรอคะ?" มินนี่เชิดหน้าขึ้น ดวงตาคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับ 100% "วันที่คุณไม่มีอะไรเลย ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ วันที่คุณจะเดินไปตาย ฉันจะยอมยืนดูอยู่ข้างสนามเฉยๆ ได้ยังไงคะ? อย่าไล่ฉันนะ... ถ้าคุณทิ้งฉันไว้ที่นี่ ฉันจะใช้บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินที่คุณให้มาเหมาซื้อเกาะนั้นแล้วระเบิดมันทิ้งซะเดี๋ยวนี้เลยคอยดู!"
คำขู่กวนประสาทที่เจือด้วยความคลั่งรักแบบฉบับยัยตัวแสบทำเอาคินน์ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดในรอบหลายปี
"ตกลง... ตามใจเธอ" คินน์ถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อสายตาคู่นั้นอย่างราบคาบ "แต่ต้องจับมือฉันไว้ตลอดทาง... เข้าใจไหม?"
ทั้งคู่ก้าวขึ้นสู่เฮลิคอปเตอร์ ประตูห้องโดยสารปิดสนิทพร้อมกับแรงเหวี่ยงตัวของเครื่องที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกหนาทึบ เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ที่ค่อยๆ เล็กลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นจุดแสงสีส้มริบหรี่ แต่ภายในห้องโดยสารส่วนตัว บรรยากาศกลับอึมครึมและเต็มไปด้วยแรงกดดัน
เอกสารในแฟ้มสีดำถูกเปิดออก แสงไฟนีออนสีนวลส่องกระทบใบหน้าคมคายของคินน์ รายชื่อสมาชิกสภาตระกูล คณะกรรมการบริหาร และรายชื่อของคนที่เคยร่วมมือกันหักหลังเขาเมื่อสามปีก่อน ปรากฏชัดเจนเป็นฉากๆ
*[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบเอกสารลับฉบับที่สอง ซ่อนอยู่ใต้ซับในแฟ้ม - คำเตือน: นี่คือกับดักระเบิดเวลาทางนิติกรรม หากลงนามเท่ากับสูญเสียสิทธิ์ทั้งหมด]*
คินน์เหยียดยิ้มเย็นชา เขาพลิกกระดาษแผ่นสุดท้ายที่มีลายเซ็นต์ปลอมแปลงของบิดาผู้ล่วงลับรออยู่ มันคือเอกสารสละสิทธิ์มรดกโดยสมบูรณ์ หากเขาจรดปากกาลงไป ทรัพย์สินนับแสนล้านจะตกเป็นของคนที่นั่งรออยู่ปลายทางทันที
เกาะส่วนตัว "ซันคลาสส์" ปรากฏขึ้นเบื้องล่าง แสงไฟจากคฤหาสน์สไตล์บาโ록ส่องสว่างอลังการราวนครหลวงขนาดย่อม เฮลิคอปเตอร์ค่อยๆ ลดระดับลงจอดบนลานหินอ่อนที่มีชายชุดสูทนับร้อยยืนเรียงแถวต้อนรับอย่างสมเกียรติ ทว่าแววตาของแต่ละคนที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและกระหายเลือด
ทันทีที่บันไดเปิดออก คินน์ก้าวลงไปก่อนโดยมีมินนี่ยืนเคียงข้างไม่ห่าง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษกวาดตามองฝูงชนที่คิดว่าตนเองเป็นผู้ล่า
"ยินดีต้อนรับสู่การกลับบ้านครับ... คุณทายาทตกอับ" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของคินน์ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ก้าวออกมาจากฝูงชน "คิดไม่ถึงเลยว่าแกจะกล้าเอาหัวเน่าๆ มาให้ฉันเชือดถึงที่นี่ด้วยตัวเอง"
คินน์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เขายังคงยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับมาเดินเล่นพักผ่อนตากอากาศ
"อาใหญ่นี่ความจำสั้นจังนะคะ..." คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้เสียงรอบข้างเงียบกริบ "ผ่านมาแค่สามปี ลืมไปแล้วเหรอว่าเงินที่พวกแกเอาไปสร้างคฤหาสน์หลังนี้ มันเป็นเงินที่พวกแกปล้นมาจากบริษัทของพ่อฉัน?"
"ปากดีไอ้เด็กเวร!" อาใหญ่ตบโต๊ะกระแทกเสียงกร้าว ส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดนับสิบชักปืนพกขึ้นเล็งตรงมาที่คินน์และมินนี่ทันที "วันนี้ไม่มีทางให้แกได้เดินออกไปจากที่นี่หารับประทานที่ไหนอีกแล้ว เซ็นเอกสารสละสิทธิ์ซะ แล้วฉันจะไว้ชีวิตนังผู้หญิงข้างๆ แก!"
มินนี่สะดุ้งเล็กน้อย แต่ความโกรธพุ่งทะยานขึ้นมาจนเหนือความกลัว เธอกำลังจะก้าวออกไปซัดหน้าตาลุงแก่ๆ คนนั้นสักที แต่คินน์กลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน
คินน์หยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาถือไว้ในมือ หมุนเล่นไปมาอย่างไม่ยירהรา "อยากให้ฉันเซ็นนักใช่ไหมคะ?"
"เซ็นซะ! ก่อนที่สมองแกจะมีรูพรุน!" อาใหญ่แสยะยิ้มด้วยความสะใจ
คินน์ก้มลงจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างเชื่องช้า เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของพวกพ้องในสภาตระกูลดังเซ็งแซ่ด้วยความชนะ
ทว่า... ทันทีที่ปลายปากกาแตะลงบนกระดาษ คินน์กลับเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มพิมพ์ใจที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวหนתเยือกไปชั่วขณะ
"ก่อนจะเซ็น... ฉันมีของขวัญชิ้นใหญ่อีกชิ้นที่อยากให้พวกแกดู" คินน์กดปุ่มสมาร์ทโฟนในมือส่งสัญญาณบางอย่าง
*ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนพร้อมกันจากโทรศัพท์มือถือของทุกคนในลานกว้างดังขึ้นพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย อาใหญ่ขมวดคิ้วด้วยความฉุนเฉียว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูภาพบนหน้าจอ...
ใบหน้าของผู้อาวุโสทุกคนซีดเผือดลงทันที ไร้สีเลือดราวกับคนตาย!
บนหน้าจอคือภาพเอกสารทางกฎหมายและบัญชีลับการฟอกเงินนอกประเทศ พร้อมกับหมายจับสากลของทุกคนในสภาตระกูล ที่สำคัญที่สุด... หุ้น 51% ของตระกูล ถูกโอนย้ายเข้าสู่บัญชีของบุคคลปริศนาที่มีชื่อว่า "คินน์" เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อหนาทีที่แล้ว!
"นะ... นี่มันอะไรกัน!" อาใหญ่หน้าตาตื่นตระหนก มือไม้สั่นเทาทำโทรศัพท์ร่วงหล่นลงพื้นกระแทกแตกกระจาย
คินน์โยนแฟ้มเอกสารในมือทิ้งลงพื้นอย่างไร้ค่า เสียงกระดาษปลิวว่อนไปตามแรงลม เขาก้าวเข้าไปใกล้อาใหญ่อีกหนึ่งก้าว ดวงตาดำมืดสะท้อนภาพความพินาศของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
"ยินดีต้อนรับสู่เกมของฉันนะคะ... อาใหญ่" คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงกระชากวิญญาณ "ตอนนี้ คนที่ต้องคุกเข่าขอชีวิต... ไม่ใช่ฉันอีกต่อไปแล้วค่ะ"
*- โปรดติดตามตอนต่อไป -*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ไปด้วยกันนะคะ! — *เมล่อนโซดา*
เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 27
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!