เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 33

ไล่ตะเพิดเจ้าของเก่า

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียง “ติ๊ing” ของลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นในวินาทีนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณของการมาถึงของใครบางคน หากแต่มันคือเสียงระฆังแห่งความพินาศที่กำลังจะสั่นประสาทของทุกคนในห้องประชุมใหญ่แห่งนี้ให้แหลกสลายคามือ บานประตูเลื่อนอัตโนมัติค่อยๆ แยกออกจากกัน เผยให้เห็นร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตาสุดๆ จนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่ความเนี๊ยบของเครื่องแต่งกายราคาแพงลิบลิ่ว หากแต่เป็นแววตานิ่งสนิทที่ทรงอำนาจดุจพญาอินทรี และรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันระดับร้อยล้าน "สวัสดีครับท่านประธาน... อ๊ะ ไม่สิ ตอนนี้คงต้องเรียกว่า 'อดีต' ประธานแล้วสินะครับ" เสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานก้องกังสดาลดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเท้าออกจากลิฟต์อย่างมั่นคงของ คินน์ ชายหนุ่มผู้ที่พวกมันเคยเหยียบย่ำ ไล่ออกอย่างไม่ไยดี และสาดคำดูถูกสารพัดว่าไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ในชาตินี้ มินนี่ ที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาในชุดพนักงานพาร์ทไทม์ตัวเดิม แต่กลับเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองเหล่าผู้บริหารหน้าซีดเผือดที่เคยหัวเราะเยาะเย้ยเธอในวันวานด้วยความสะใจระคนสมเพช บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "คินน์! แก... แกกล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาที่นี่! รปภ.! รปภ.อยู่ไหนวะ ลากหัวมันออกไปเดี๋ยวนี้!" เสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของ ‘ชัยวัฒน์’ ประธานกรรมการบริหารคนปัจจุบันดังลั่นห้อง มือที่ถือเอกสารสั่นเทาจนกระดาษพลิกไหวพับ ไม่มี รปภ. คนไหนกล้าขยับตัวสักคน... เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า บัตรสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับในมือของคินน์เวลานี้ คือ 'แบล็กการ์ดวีไอพี' รุ่นพิเศษที่มีสิทธิ์ขาดในการซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทแห่งนี้ได้ในพริบตาเดียว และเหนือสิ่งอื่นใด ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้เป็นแค่พนักงานต๊อกต๋อยอีกต่อไปแล้ว แต่เขากลายเป็น 'เจ้าของใหม่' ผู้ถือหุ้นใหญ่เกินกว่าร้อยละแปดสิบห้าตามกฎหมายเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คินน์ไม่ได้สนใจเสียงเห่าหอนของชัยวัฒน์แม้แต่น้อย เขากลัดกระดุมเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมตัวยาวทีละก้าว... ทีละก้าว... ทุกจังหวะการกระทบพื้นของรองเท้าหนังราคาแพงดังราวกับเสียงเคาะโลงศพของพวกปากดีในที่นี้ "ไล่ฉันออกเหรอครับ?" คินน์ทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "จำได้ว่าเมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่ผมกราบกรานขอร้องให้บริษัทอนุมัติงบพัฒนาระบบโปรเจกต์ที่ผมทุ่มเทแรงกายแรงใจ... พวกคุณพูดว่ายังไงนะ? 'ไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า อย่ามาทำตัวเป็นภาระของบริษัท' แบบนั้นใช่ไหม?" ใบหน้าของชัยวัฒน์และเหล่าคณะกรรมการเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวปนม่วง พวกเขาอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตาชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า "ค... คินน์ เรื่องมันผ่านมาแล้ว เรามาคุยกันดีๆ ได้นะ ลูกผู้ชายคุยกัน..." ชัยวัฒน์เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มแห้งแล้งและน่าสมเพชถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้ายับย่นพยายามทำตัวสนิทสนม "แกก็เคยทำงานที่นี่ น่าจะรู้ว่าบริษัทเรากำลังไปได้สวย..." "ไปได้สวยงั้นเหรอ?" มินนี่แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกระจ่างแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ เธอก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ประดับบนริมฝีปากช่างดูน่ารักแต่แฝงพิษสงร้ายกาจ "ถ้าไปได้สวยจริง ทำไมงบดุลไตรมาสล่าสุดถึงติดลบไปสามสิบล้านล่ะคะคุณประธาน? หรือว่าสมองของพวกคุณเสื่อมไปตามอายุ จนจำไม่ได้ว่าบริษัทกำลังจะล้มละลายเพราะใคร?" เพล้ง! เหมือนมีใครเอาค้อนยักษ์มาทุบกลางกบาลของคณะกรรมการทุกคนจนหน้าชาวาบ คำพูดของมินนี่คือความจริงอันโหดร้ายที่พวกมันพยายามปกปิดเอาไว้ใต้พรมมาโดยตลอด คินน์ยิ้มมุมปาก เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของมินนี่ไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของและทะนุถนอม สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอบอุ่นยามที่มองหญิงสาวข้างกาย ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองชัยวัฒน์ด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ผมไม่ได้มาเพื่อเจรจาครับชัยวัฒน์..." คินน์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ทรงพลังจนทุกคนต้องสะดุ้งเฮือก "แต่ผมมาเพื่อ... 'ไล่ตะเพิด' เจ้าของเก่าอย่างพวกคุณ ออกไปจากตึกของผม" พูดจบ คินน์ก็ตวัดนิ้วโยนแฟ้มเอกสารชุดใหญ่ลงกลางโต๊ะประชุม เอกสารตราครุฑและสัญญาซื้อกิจการเบ็ดเสร็จร่วงหล่นกระจายอยู่ตรงหน้าชัยวัฒน์ ตัวอักษรสีดำเด่นชัดบนกระดาษระบุสถานะความเป็นเจ้าของใหม่อย่างเป็นทางการ ชัยวัฒน์หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม มือหงิกงอเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นลายเซ็นและตราประทับอนุมัติจากธนาคารกลาง ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว... บริษัทที่เขาสร้างและโกงกินมาหลายปี หลุดลอยไปอยู่ในมือของคนที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ทางสู้ "เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปให้พ้นจากตึกของผมซะ" คินน์ออกคำสั่งเฉียบขาด น้ำเสียงทรงอำนาจที่ไม่เปิดโอกาสให้มีคำว่าต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น "ภายในสิบนาทีนี้... ถ้ายังเห็นหน้าพวกคุณนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนี้ ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายย้อนหลังจนพวกคุณต้องไปนอนในคุกจนตายกันให้หมด" เหล่ากรรมการต่างพากันลนลานลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตื่นตระหนก บางคนขาอ่อนแรงจนล้มพับลงไปกองกับพื้น วิ่งหนีตายกันอลหม่านราวกับหนูท่อที่ถูกน้ำท่วมรัง ภาพความเย่อหยิ่งจองหองในอดีตมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแค่ความน่าสมเพชเวทนาที่สะท้อนอยู่ในแววตาสะใจของมินนี่ เมื่อห้องประชุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงแค่เขากับเธอ คินน์ก็ถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะดึงร่างบางของมินนี่เข้ามากอดแนบอกแน่น สัมผัสไออุ่นจากตัวเธอคือสิ่งเดียวที่เยียวยารอยแผลเป็นในอดีตของเขาได้ทั้งหมด "เก่งมากเลยนะคะคุณแฟนซีอีโอ..." มินนี่ซบหน้าลงกับอกแกร่ง สูดกลิ่นกายหอมสะอาดของชายหนุ่มพลั้งหัวเราะคิกคักเบาๆ อย่างอารมณ์ดี "แบบนี้ต้องมีรางวัลให้คนคลั่งรักสักหน่อยแล้วล่ะมั้งคะ?" คินน์ก้มลงมองใบหน้าหวานล้ำที่เงยขึ้นสบตา เขายิ้มละมุนที่หาดูได้ยากยิ่ง มือหนาประคองแก้มเนียนนุ่มเอาไว้แผ่วเบa "รางวัลเหรอ?" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "งั้นคืนนี้... เธอต้องเป็นคนเลี้ยงข้าวฉัน เพื่อฉลองตำแหน่งใหม่บ้างแล้วล่ะครับที่รัก" "ฝันไปเเถอะค่ะ!" มินนี่ทำค้อนใส่ค้อนให้อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเสียงใสในอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนมดแทบขึ้นนั้นเอง... หน้าจอโทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานหรูหราของคินน์ ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบลับที่เขาไม่เคยเปิดใช้งานมานานนับปี ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ ปรากฏชื่อผู้ส่งที่ไม่คาดฝัน... และมันทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคินน์แข็งค้างไปในทันที! *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมล่อนโซดา" เสมอมานะคะ!*
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%