"บทละครเรื่องนี้... ถ้าให้เปรียบเป็นอาหาร ก็คงเป็นแกงจืดเต้าหู้หมูสับที่ตั้งทิ้งไว้ข้ามคืนจนรสชาติจืดชืด ไร้ซึ่งวิญญาณ และทำร้ายความรู้สึกของคนกินที่อุตส่าห์คาดหวังกับเชฟมือรางวัลครับ"
เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือสั่นครืดคราดติดต่อกันสามครั้งบนโต๊ะทำงานไม้สนสีอ่อน ปลุกให้อาทิตย์ที่กำลังถือแก้วกาแฟดำร้อนๆ ถึงกับสำลักพรวดออกมาจนต้องรีบคว้าทิชชูมาเช็ดโต๊ะแทบไม่ทัน ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างด้วยความตกใจปนงุนงง นัยน์ตาสีเข้มจ้องเขม็งไปยังหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบ แสดงผลหน้าเว็บเพจรีวิวภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดัง
บัญชีผู้ใช้นามว่า 'รินรดาพาทัวร์' หรือที่ชาวเน็ตขนานนามให้ว่า 'นักรีวิวสายขยี้ใจ' เพิ่งกดโพสต์บทความวิเคราะห์ซีรีส์เรื่องล่าสุดที่เขาใช้เวลาหลังขดหลังแข็งเขียนมันติดต่อกันสามเดือนเต็ม เป็นผลงานชิ้นโบแดงที่สถานีโทรทัศน์ช่องใหญ่เพิ่งซื้อลิขสิทธิ์ไป และตัวเขาเองก็คาดหวังไว้สูงมากเสียด้วย
อาทิตย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามฉีกยิ้มกว้างทั้งที่คิ้วกระตุกยิกๆ เขากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความวูบโหว่งในอกที่จู่ๆ ก็ตีรวนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"โห... แรงไปไหมคุณพี่ เล่นเอาซะผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเชฟกระทะเหล็กที่ทำไข่เจียวไหม้คาเตาเลยนะครับเนี่ย" อาทิตย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเลื่อนหน้าจออ่านต่อด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
ในฐานะนักเขียนบทละครดาวรุ่งที่มักจะได้รับคำชมจากคนรอบข้างจนชินชา นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ผลงานของเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาและเจ็บแสบถึงทรวงใน โดยเฉพาะประโยคถัดมาที่ทำให้เขาถึงกับหุบยิ้มฉับ
*“พล็อตเรื่องเดาทางง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ตัวละครแบนราบราวกับกระดาษทิชชูเปียกน้ำ และฉากจบที่พยายามจะซาบซึ้งตรึงใจ แต่กลับให้ผลลัพธ์น่ารำคาญใจเหมือนฝุ่นเข้าตา ปมปัญหาที่ปูมาอย่างยิ่งใหญ่ สุดท้ายคลายปมด้วยความบังเอิญแบบมักง่าย ถ้าคุณอาทิตย์ผู้เขียนบทอ่านเจอรีวิวนี้ รบกวนครั้งหน้าช่วยใช้สมองส่วนหน้าคิดงานให้มากกว่าการใช้สูตรสำเร็จจากซีรีส์เกาหลีเกรดบีด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”*
มือหนาที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นความรู้สึกจุกหน่วงในอกที่แปลกประหลาด เขาเป็นคนประเภทที่มักจะใช้มุกตลกกลบเกลื่อนความเครียดเสมอ แต่ข้อความบรรทัดสุดท้ายของอีกฝ่ายกลับสะกิดปมในใจที่เขาพยายามซ่อนไว้มานาน—ปมที่ว่า เขายังดีไม่พอที่จะทำให้ครอบครัวยอมรับในเส้นทางสายนี้
อาทิตย์ทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาร่างสูงโปร่งของเขาให้ทาบทับไปกับผนังห้องที่เต็มไปด้วยกระดาษโพสต์อิตสีสันสดใส บันทึกพล็อตเรื่องและไดอะล็อกที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจ
"โธ่... รินรดาพาทัวร์ คุณนี่มันใจร้ายกว่าแฟนเก่าผมตอนบอกเลิกวันวาเลนไทน์ซะอีกนะครับ" เขาสบถเบาๆ พร้อมกับยิ้มแห้งๆ ให้กับความโชคร้ายของตัวเอง
ในขณะเดียวกัน ที่อพาร์ตเมนต์สไตล์มินิมอลโทนสีเทาขาวอีกมุมหนึ่งของเมืองหลวง รินรดากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหนานุ่ม หน้าจอแล็ปท็อปสว่างวาบสะท้อนกับกรอบแว่นสายตา ทว่าสีหน้าของเธอกลับไม่ได้ดูสะใจหรือมีความสุขอย่างที่นักรีวิวปากจัดควรจะเป็น เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด
เธอเพิ่งกดโพสต์รีวิวบทละครเรื่องนั้นไปเมื่อห้านาทีที่แล้ว และยอดแชร์ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามคาด แต่แปลก... หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอกลับรู้สึกโหวงเหวงอย่างไร้สาเหตุ
รินรดายกแก้วโกโก้อุ่นๆ ขึ้นจิบ ปล่อยให้ความหวานละมุนช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์ เธอเป็นคนชอบเก็บตัวและมองโลกผ่านตัวอักษร การวิจารณ์งานคนอื่นอย่างตรงไปตรงมาคือเกราะกำบังที่เธอใช้ปกป้องความเปราะบางภายในใจ แต่ไม่รู้ทำไม พอคิดถึงรอยยิ้มกวนๆ ของนักเขียนหนุ่มคนนั้นในงานแถลงข่าวครั้งก่อน เธอกลับรู้สึกผิดขึ้นมาตงิดๆ
"เขาคงจะกำลังนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ในห้องแหงๆ..." รินรดาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง พลางส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป "ก็เขาเขียนบทออกมาได้ชวนหงุดหงิดจริงๆ นี่นา ฉันแค่ทำหน้าที่ในฐานะนักวิจารณ์อิสระ... ใช่ ไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิดสักหน่อย"
ทว่าลึกๆ ในใจ เธอกลับแอบหวังว่านักเขียนคนนั้นจะไม่ได้เกลียดเธอจนเกินไปนัก
กลับมาที่ห้องทำงานของอาทิตย์ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งเพื่อเรียกความฮึกเหิม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปเปิดหน้าต่างระเบียงรับลมยามค่ำคืนที่พัดโชยเข้ามาเบาๆ ความเย็นของอากาศช่วยให้สมองที่ตื้อตันกลับมาปลอดโปร่งขึ้นมาบ้าง
"วิจารณ์ผมนักใช่ไหมครับ..." อาทิตย์พึมพำพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว สมองส่วนที่ชอบความท้าทายเริ่มทำงาน
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันส่งข้อความยอดฮิต ปลายนิ้วเรียวกดค้นหาบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวของนักวิจารณ์ปากจัดคนนั้นที่บังเอิญเขารู้จักจากวงการเดียวกัน
หน้าจอแสดงผลช่องแชตส่วนตัวกับบัญชี 'Rinrada_Writer'
อาทิตย์สูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ก่อนจะบรรจงพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นเขี้ยวผสมความท้าทาย โดยไม่ทันได้ยั้งคิดถึงผลที่จะตามมา
*[อาทิตย์]: สวัสดีครับคุณนักรีวิวสายสับ อ่านรีวิวของคุณแล้วผมตาสว่างเลยครับ ถ้าว่าง... สนใจมาลองคุยกับ "ตัวจริง" ที่เขียนบทนี้ด้วยตัวเองไหมครับ? เผื่อคุณจะได้รู้ว่าผมใช้สมองส่วนไหนคิดงาน... หรือถ้ากลัวว่าจะเถียงสู้ผมไม่ไหว จะขอตัวหลบมุมไปนั่งร้องไห้ก่อนก็ได้นะครับ ผมใจดีไม่ดุหรอกครับ*
พิมพ์เสร็จสรรพด้วยความรวดเร็ว นิ้วของเขาก็เผลอกดส่งออกไปโดยอัตโนมัติ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนการส่งข้อความดังขึ้นเบาๆ ในห้องที่เงียบสงบ อาทิตย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเครื่องหมายติ๊กถูกสีเขียวปรากฏขึ้นใต้ข้อความ พร้อมกับสถานะ "Read" ที่ขึ้นโชว์หราทันทีราวกับอีกฝ่ายถือโทรศัพท์รออยู่ก่อนแล้ว
หัวใจของนักเขียนหนุ่มกระตุกวูบ ทันทีที่ตระหนักได้ว่าเขาเพิ่งท้าทาย "นักรีวิวตัวแม่" ไปแบบเต็มๆ และเธอก็กดอ่านมันเรียบร้อยแล้วในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวสายด่า•ตอนที่ 1
เมื่อผลงานโดนสับ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวสายด่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
