"ถ้าบทละครเรื่องนี้เป็นสุนัขสักตัว ผมคงต้องพาไปฉีดยาพิษสุนัขบ้าทิ้งเสียตอนนี้ เพราะมันกัดกินสติปัญญาของคนดูได้ทุเรศลูกตามากครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความกวนประสาทแบบไม่เกรงใจใครดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบกริบของร้านกาแฟสไตล์มินิมอลย่านอารีย์
อาทิตย์สะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ความคิดขณะกำลังจดจ่ออยู่กับการแก้บทละครโทรทัศน์เรื่องล่าสุดบนแท็บเล็ตคู่ใจ เขากะพริบตาปริบๆ หันไปมองต้นตอของเสียงที่กล้าวิจารณ์งานเขียนหยาดเหงื่อแรงกายของเขาด้วยถ้อยคำเจ็บแสบเช่นนี้
ชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่โต๊ะถัดไปไม่ไกล ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจดจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กด้วยสีหน้าเรียบเฉย แวบแรกอาทิตย์รู้สึกเหมือนโดนน้ำร้อนลวกหน้า แต่พินิจดีๆ แล้ว... ผู้ชายคนนี้คุ้นตาเสียเหลือเกิน
เจ้าของนามปากกา "วิจารณ์ด้วยรักและเกลียด" หรือที่ชาวเน็ตขนานนามให้ว่า *นักรีวิวสายด่าตัวพ่อ* รินรดา ตัวเป็นๆ นั่งอยู่ตรงนี้!
อาทิตย์เม้มปากแน่น ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนต่อมความกวนประสาททำงานอัตโนมัติ เขาไม่ชอบให้ใครมาดูถูกหยาดเหงื่อของตัวเอง ยิ่งเป็นตาหนูห้องกระจกคนนี้ด้วยแล้ว... ยิ่งยอมไม่ได้ครับ
"ขอโทษนะครับคุณ" อาทิตย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินดุ่มๆ ไปหยุดอยู่ข้างโต๊ะของอีกฝ่าย รอยยิ้มสุภาพแบบนักการเมืองถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าทันที "พอดีผมได้ยินที่คุณวิจารณ์บทละครเมื่อครู่... ในฐานะที่ผมเป็นคนเขียนบทเรื่องนั้น ผมว่าคุณใช้คำว่า 'ทุเรศลูกตา' มันแรงไปหน่อยนะครับ หรือว่าสมองส่วนการตีความของคุณมันเสื่อมไปตามกาลเวลา ถึงได้มองไม่เห็นความตั้งใจของตัวละครล่ะครับ"
รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ เขาดันแว่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดสายตามองอาทิตย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรำคาญใจระคนสมเพช
"อ๋อ... คนเขียนบทตัวเป็นๆ เดินมาเสิร์ฟอาอาหารถึงที่เลยเหรอครับ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด "ผมก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณอาทิตย์นักเขียนดาวรุ่งพุ่งชนตึกนี่เอง บทสนทนาในตอนที่สามที่คุณเขียนเมื่อกี้ พระเอกกับนางเอกคุยกันเหมือนคนสมองกลับไม่มีผิดเพี้ยน ถ้าคุณไม่มีปัญญาคิดบทที่ดีกว่านี้ แนะนำให้ไปเปิดร้านขายลูกชิ้นปิ้งน่าจะรุ่งกว่ามาทำร้ายความรู้สึกคนดูนะครับ"
"ปากจัดขนาดนี้ พกพริกมาด้วยกี่สวนครับเนี่ย" อาทิตย์สวนกลับทันควัน ตาต่อตาฟันต่อฟัน รอยยิ้มกวนๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "ปากดีแบบนี้มีคนเดียวในประเทศแน่ๆ หรือว่าที่วิจารณ์แรงๆ เพราะขาดความรักจนจิตใจเหี่ยวเฉาครับคุณนักรีวิว ถ้าเหงามาก มาบอกผมได้นะ ผมมีบริการรับฟังปัญหาหัวใจฟรี ชั่วโมงแรกแถมน้ำเปล่าหนึ่งแก้วครับ"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อโดนจี้จุดดำมืดในใจ แต่เขาก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและเย็นชาอย่างรวดเร็ว
"เสือก" รินรดาพ่นคำสั้นๆ ออกมาหน้าตาเฉย "เรื่องของผมจะเหงาหรือจะตายพายเรือไปไหนก็ไม่เกี่ยวกับคุณ เชิญกลับไปนั่งแก้บทน้ำเน่าของคุณต่อเถอะครับ อย่ามาเสียเวลากับคนอย่างผมเลย เดี๋ยวเรตติ้งละครขยะของคุณจะดิ่งลงเหวไปมากกว่านี้"
"ปากร้ายแบบนี้ ระวังจะตกหลุมรักคนเขียนบทหน้าตาดีเข้าสักวันนะครับคุณรินรดา" อาทิตย์โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุกลึกซึ้งที่จงใจหยอกเย้า ก่อนจะผละออกมายิ้มกว้างให้แล้วเดินกลับโต๊ะหน้าตาเฉย ทิ้งให้อีกฝ่ายนั่งหน้าบึ้งตึง กำมือแน่นด้วยความโมโหที่ทำอะไรเขาไม่ได้
เวลาผ่านไปนับชั่วโมง บรรยากาศในร้านเริ่มเงียบสงบลง อาทิตย์เก็บแท็บเล็ตใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นรินรดากำลังนั่งกุมขมับ หน้าตาซีดเซียวราวกับคนจะเป็นลมคาที่นั่ง แผ่นหลังบางที่เคยตั้งตรงเริ่มโค้งงอลงด้วยความเหนื่อยล้า
ความรู้สึกอบอุ่นในอกที่มักจะเกิดขึ้นเวลาเห็นคนเดือดร้อนทำงานอีกแล้วครับ อาทิตย์ถอนหายใจยาว เดินไปที่เคาน์เตอร์สั่งชามะนาวอุ่นๆ แก้วหนึ่งกับยาแก้ปวดหัว ก่อนจะเดินกลับมาวางไว้ตรงหน้าโต๊ะของรินรดาเงียบๆ
"อะครับ... ดื่มซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำปลาแบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะหาว่าผมไปรังแกคุณจนเป็นลม" อาทิตย์พูดเสียงนุ่ม ไม่มีแววตากวนประสาทเหมือนเมื่อครู่ มีเพียงความห่วงใยเจือจางที่ซ่อนอยู่หลังแววตาคู่คม
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองแก้วชามะนาวสลับกับใบหน้าของอาทิตย์ หัวใจที่เคยปิดตายกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาเม้มปากแน่น กำลังจะอ้าปากปฏิเสธด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนตามนิสัย แต่ทว่า... จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืนขึ้นมา หน้าจอแสดงผลสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้
รินรดากดรับสายด้วยความลังเล ทว่าเสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาผ่านลำโพงท่ามกลางความเงียบ ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงทันที
*"จำกูได้ไหมรินรดา... มึงคิดเหว่าหนีพ้นเหรอวะ กูตามหามึงเจอแล้ว"*
รินรดาหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ โทรศัพท์ในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น อาทิตย์ที่สังเกตเห็นความผิดปกติรีบก้าวเข้ามาคว้ามือบางนั้นไว้ทันทีด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้อารมณ์ของตัวละครเติบโตไปด้วยกันนะครับ
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวสายด่า•ตอนที่ 3
ปากดีแบบนี้มีคนเดียว
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวสายด่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
