แรงสั่นสะเทือนระดับ 4.2 ตามมาตรวัดแรงเหวี่ยงศูนย์กลาง ไม่ได้ทำให้กาแฟในแก้วเซรามิกของคาลอส เวน กระฉอกออกมาแม้แต่หยดเดียว มือหนาที่ผ่านการถืออาวุธและกุมบังเหียนความเป็นความตายของมนุษยชาติมานับครั้งไม่ถ้วน วางแก้วลงบนโต๊ะโลหะด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท ดวงตาคมกริบใต้รอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตาจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่กำลังกะพริบถี่รัวอยู่เบื้องหน้า
"เซนเซอร์ภาคสนามโซนเจ็ดรายงานการสูญเสียแรงดันฉับพลันครับท่านผู้บัญชาการ" เสียงรายงานจากนายทหารสื่อสารดังแทรกผ่านระบบอินเตอร์คอมด้วยความตื่นตระหนก "อัตราการรั่วไหลเกินขีดจำกัดความปลอดภัยระดับสาม... โครงสร้างวงแหวนรอบนอกกำลังจะ—"
"สติ" คาลอสเอ่ยตัดบท น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจพอที่จะหยุดยั้งความโกลาหลทั้งหมดในศูนย์บัญชาการยุทธวิธีได้ทันที "เช็คสถานะประตูผนึกกั้นเขต (Bulkhead) หรือยัง"
"กำลังดำเนินการครับ... แต่ระบบอัตโนมัติถูกล็อกเอาต์จากศูนย์กลางการออกแบบสถาปัตยกรรม..." นายทหารกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คนที่มีสิทธิ์ override ในเวลานี้มีเพียงหัวหน้าสถาปนิกวงโคจรคนเดียวเท่านั้นครับ"
คาลอสไม่รอช้า ร่างสูงในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวออกจากห้องบัญชาการมุ่งตรงไปยังส่วนควบคุมหลักทันที ปลายทางของเขาคือ 'ดร.เอเลน่า โวลโคฟ' สถาปนิกหญิงผู้ถือครองกุญแจทุกดอกของสถานีอวกาศ 'โอเอซิส-9' แห่งนี้ และเป็นเพียงไม่กี่คนที่กล้าสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่กะพริบตา
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องควบคุมสถาปัตยกรรมหลัก แสงไฟสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อบางๆ ของเอเลน่า นิ้วเรียวยาวราวกับศิลปินกำลังรัวแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงเพื่อคำนวณแรงเค้นโครงสร้าง (Structural Stress) ที่กำลังบิดตัวผิดรูปจากแรงกระแทกปริศนาภายนอกสถานี
"ดร.โวลโคฟ! คุณต้องปลดล็อกระบบผนึกกั้นเขตเดี๋ยวนี้ ลูกเรือในภาคผนวก B กำลังจะกลายเป็นฝุ่นอวกาศถ้าคุณยังดึงดันตรวจสอบข้อมูลบ้าๆ นั่นอยู่!" คาลอสพังประตูห้องเข้ามาด้วยท่าทีเด็ดขาด นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังหญิงสาวที่ยังคงไม่ละสายตาจากจอภาพ
เอเลน่าค่อยๆ หันกลับมามองผู้บัญชาการหนุ่ม ช้าๆ เธอยังคงรักษาความเยือกเย็นได้อย่างน่าประหลาด แม้ว่ารอบตัวจะมีเสียงสัญญาณเตือนภัยแผดเสียงแสบแก้วหู เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองยศบนบ่าของเขาด้วยแววตาสมเพชเจือความท้าทาย
"ถ้าฉันกดปลดล็อกตามคำสั่งทหารไร้สมองของคุณตอนนี้ แรงดันสุญญากาศจะดูดเอานักวิจัยสิบสองคนในโซนนั้นออกไปข้างนอกพร้อมกับคานรับน้ำหนักหลัก" เอเลน่าเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่เฉียบคมราวกรรไกรตัดลวดสลิง "และนั่นจะทำให้จุดศูนย์ถ่วงของสถานีเบี่ยงเบน 0.03 องศา ซึ่งมากพอที่จะทำให้วงแหวนที่อยู่อาศัยของคนนับหมื่นพังทลายลงมาทับกันเองในเวลาไม่ถึงสิบนาที... คุณอยากแลกชีวิตคนสิบสองคนกับคนครึ่งแสนไหมล่ะครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันลืมไปว่าในตำราของทหารอย่างคุณ ประชาชนทั่วไปเป็นเพียง 'ความสูญเสียที่ยอมรับได้' ในรายงานประจำเดือน"
ประโยคเสียดสีนั้นพุ่งเข้าปะทะความรู้สึกของคาลอสอย่างจัง เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นอายความเป็นผู้นำที่ดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนอากาศรอบตัวราวกับจะหนักอึ้งขึ้น
"ดร.โวลโคฟ... อย่ามาสั่งสอนผมเรื่องความคุ้มค่า" คาลอสโน้มใบหน้าลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าครามของเธอ "ผมสูญเสียคนใต้บังคับบัญชามามากพอที่จะรู้ว่า การรักษาโครงสร้างที่ไม่มีวิญญาณมันไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าข้างในนั้นไม่มีมนุษย์หลงเหลืออยู่ให้ปกป้อง"
เอเลน่าชะงักไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าวของชายหนุ่ม แต่วินาทีต่อมา เธอก็ยิ้มเยาะที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหววูบหนึ่งในอก
"ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิครับ ว่าคุณไม่ได้ดีแต่สั่ง" เอเลน่าปัดหน้าจอโฮโลแกรมข้อมูลความเสียหายพุ่งมาตรงหน้าเขา "ดูนี่... แรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ไม่ได้เกิดจากอุกกาบาตหรือความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือ 'แรงระเบิดจากภายใน' ที่ถูกตั้งเวลาไว้อย่างประณีต... และจุดชนวนมันอยู่ที่ห้องเครื่องยนต์ใต้ดินที่คุณเป็นคนสั่งห้ามใครเข้าใกล้เมื่อสัปดาห์ก่อน"
คาลอสขมวดคิ้วมุ่นทันที สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขโค้ดลับบนจอภาพที่สถาปนิกสาวดึงขึ้นมาแสดง ความตึงเครียดเปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้งส่วนตัวกลายเป็นความตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามที่น่ากลัวกว่าเดิม
ไม่มีอุบัติเหตุ... นี่คือการวินาศกรรมจากฝีมือใครบางคนบนสถานีแห่งนี้
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงสัญญาณเตือนภัยรอบสถานีก็พลันดับวูบลงพร้อมกัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างกำลังกลืนกินทุกสรรพเสียง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องในความมืด
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอหลักที่ควรจะดับสนิทกลับสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความรหัสลับทางทหารระดับสูงสุดที่ถูกส่งตรงมาจาก "สถานีควบคุมภาคพื้นดินบนโลก" ซึ่งควรจะขาดการติดต่อกับพวกเขาไปนานกว่าสามเดือนแล้ว
*“ยินดีต้อนรับสู่ภารกิจสุดท้าย คาลอส... ผู้บัญชาการเวน แผนการล้างบางสถานีอวกาศ 'โอเอซิส-9' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว”*
รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเอเลน่าในความมืด ทำให้คาลอสรู้ทันทีว่า... ความลับที่เธอกุมไว้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างสถานีเสียรูปอย่างที่เธอกล่าวอ้างตั้งแต่แรก
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนที่ 1 นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกวงโคจรกับผู้บัญชาการจุดอับสัญญาณ•ตอนที่ 1
เสียงคำรามจากสุญญากาศ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวงโคจรกับผู้บัญชาการจุดอับสัญญาณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
