เข็มนาฬิกาควอนตัมบนข้อมือซ้ายของผมหยุดเดินลงอย่างสมบูรณ์ในวินาทีที่ปลายรองเท้าแตะสัมผัสลงบนพื้นผิวสีเทาด้านของ "เขตศูนย์สูญญากาศแห่งกาลเวลา"
ไม่มีเสียงติ๊กต่อก ไม่มีแม้แต่แรงโน้มถ่วงที่คุ้นเคย ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวถูกแช่แข็งให้อยู่ในสถานะสถิต ราวกับว่าจักรวาลทั้งใบเพิ่งกดปุ่ม Pause กลางคัน อาการหูอื้อชั่วขณะจากการก้าวผ่านม่านสนามพลังงานความหนาแน่นสูงทำให้ผมต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ดร.เอลาร่า ซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าผมในระยะเอื้อมมือถึง กำลังถืออุปกรณ์สแกนคลื่นสมองค้างไว้ในท่าที่เธอยกขึ้นมากลางอากาศ ปลายนิ้วเรียวของเธอยังคงค้างอยู่เหนือปุ่มควบคุมสีฟ้า โดยที่ไม่มีแม้แต่ละอองฝุ่นลอยผ่านหน้าเธอแม้แต่น้อย
"ริน... ได้ยินผมไหมครับ" ผมลองส่งเสียงกระซิบผ่านระบบสื่อสารภายในหมวกเกราะ
ไม่มีเสียงตอบรับจากคลื่นวิทยุ ความเงียบงันที่นี่ไม่ใช่ความเงียบแบบปกติ แต่มันคือความว่างเปล่าที่แม้แต่เสียงสะท้อนก็ยังถูกกลืนหายไปในความไร้กาลเวลา ผมกวาดสายตามองรอบตัวอย่างละเอียด รอบด้านของเราคือป่าคอนกรีตขนาดยักษ์ที่เป็นซากปรักหักพังจากลูปที่ศูนย์—ลูปนรกที่พรากครอบครัวของผมไปเมื่อหลายปีก่อน ทว่าเศษซากตึกสูงระฟ้าเหล่านี้กลับดูแปลกตา สายัณห์สีม่วงอมแดงของท้องฟ้าถูกหยุดเวลาไว้ให้คงสภาพเดิมตลอดกาล ก้อนเมฆขนาดยักษ์รูปร่างประหลาดหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศราวกับภาพวาดสีน้ำมันราคาแพง
นี่คือเขตโซนไร้กาลเวลาที่ไร้ซึ่งความน่าจะเป็นใดๆ เพราะทุกสิ่งได้ถูกกำหนด "ผลลัพธ์" เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติและคำนวณความเสี่ยงในสมองอย่างรวดเร็ว ระบบประเมินความน่าจะเป็นในสมองกลฝังตัวของผมกระพริบเตือนเป็นแสงสีเหลืองอ่อน อัตราการรอดชีวิตในเขตนี้ลดฮวบลงเหลือเพียงสิบสองจุดสี่เปอร์เซ็นต์ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา เนื่องจากนาโนบอทซ่อมแซมร่างกายจะไม่ทำงานในพื้นที่ที่เอนโทรปีเป็นศูนย์ แปลว่าหากผมได้รับบาดเจ็บ แผลนั้นจะไม่มีวันหาย แดด น้ำ หรือออกซิเจน... ทุกอย่างถูกตรึงไว้ด้วยกฎเกณฑ์ที่โหดร้ายที่สุดของสถาปนิกผู้สร้างระบบ
ทันใดนั้นเอง ดร.เอลาร่าก็ขยับตัว
ไม่ใช่การขยับแบบปกติ แต่ร่างของเธอค่อยๆ คลายล็อกทีละส่วน ราวกับโปรแกรมเรนเดอร์ภาพสามมิติที่กำลังโหลดทีละเฟรม ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกะพริบช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับเปล่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่มั่นคง
"นายคำนวณความเสี่ยงพลาดไปหนึ่งจุดนะ... ริน" เสียงของเธอก้องกังวานในความเงียบงัน
ผมหันไปมองอาจารย์สาวผู้กุมความลับของโปรเจกต์ 'Zero Point' ไว้ทั้งหมด เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นและลึกลับไว้ได้เสมอ แม้ว่าในสถานการณ์นี้ เรากำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความเป็นและความตาย "ผมคำนวณจากตัวแปรที่มองเห็นครับอาจารย์ แต่ดูเหมือนว่าสถาปนิกจะซ่อนฟังก์ชันบางอย่างไว้ใต้พื้นผิวนี้"
ผมก้มลงมองพื้นผิวสีเทาเบื้องล่าง ด้วยการใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ สามครั้งตามรหัสคำสั่งที่ผมถอดรหัสมาจากอัลกอริทึมสุดท้ายในบทก่อนหน้า ทันใดนั้น พื้นคอนกรีตสถิตก็เกิดรอยแยกเป็นวงกว้าง แสงสีฟ้าอมเขียวสว่างวาบขึ้นมาจากเบื้องล่าง พร้อมกับกลิ่นอายของพลังงานควอนตัมบริสุทธิ์ที่พวยพุ่งขึ้นมาปะทะหน้าจนผมต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
รอยแยกนั้นเผยให้เห็นบันไดวนทอดยาวลงไปในความมืดมิด เป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในซากปรักหักพังแห่งนี้ มันดูทันสมัยและซับซ้อนเกินกว่าเทคโนโลยีของมนุษยชาติในยุคปัจจุบัน ราวกับถูกสร้างขึ้นโดยสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่น
"ดูเหมือนว่าเราจะเจอทางเข้าสู่ห้องเครื่องหลักแล้วนะครับ" ผมกล่าวพร้อมกับกระชับปืนพลาสมาในมือแน่นขึ้น หันไปสบตากับดร.เอลาร่าที่พยักหน้ารับอย่างเงียบๆ
เราทั้งคู่ก้าวเดินลงไปตามขั้นบันไดวนทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเราเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สร้างความเคลื่อนไหวในดินแดนที่หยุดเวลาแห่งนี้ ยิ่งเราเดินลึกลงไปเท่าไหร่ อุณหภูมิรอบตัวก็ยิ่งลดต่ำลงเรื่อยๆ ลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ระบบนำทางในสมองของผมเริ่มทำงานหนักขึ้นเนื่องจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปั่นป่วนเบื้องล่าง
ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ได้ จนกระทั่งเราเดินมาถึงห้องโถงใต้ดินขนาดมหึมา ใจกลางห้องมีแท่นประดิษฐานทรงกลมที่กำลังหมุนวนด้วยแรงโน้มถ่วงจำลอง บนนั้นมีคริสตัลสีดำสนิทลอยเคว้งอยู่ มันคือ "หัวใจแห่งเวลา" ตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เราสามารถรีเซ็ตหรือลบอัลกอริทึมทั้งหมดทิ้งได้
แต่ทว่า... มีบางอย่างรอเราอยู่ก่อนแล้ว
เงาสูงโปร่งร่างหนึ่งยืนพิงแท่นประดิษฐานนั้นอยู่ก่อนแล้ว แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อโค้ตยาวสีดำสนิทหันมาทางเราช้าๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะหันกลับมาเผชิญหน้า ใบหน้านั้น... ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก หัวใจเต้นรัวด้วยความตกตะลึงจนแทบทะลุออกจากอก
ใบหน้าของชายคนนั้น... เหมือนกับผมทุกประการ ทว่ามีรอยแผลเป็นลากยาวจากขมับซ้ายลงมาถึงกราม และดวงตาข้างขวาที่เป็นสีแดงฉานจากระบบไซเบอร์เนติกส์ที่พังทลาย
"ยินดีต้อนรับสู่จุดสิ้นสุดของลูปนะ... ตัวฉันในอดีต" ร่างเงานั้นยิ้มเยาะด้วยรอยยิ้มที่ผมคุ้นเคยดี มันคือรอยยิ้มเดียวกับที่ผมมักจะเห็นในกระจกเมื่อพ่ายแพ้
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจออินเทอร์เฟซสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าผมพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังกระストรึงในโสตประสาท
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับ SSS - 'ผู้รอดชีวิตแห่งลูปที่ศูนย์' ปรากฏตัว]**
**[คำเตือน: ความน่าจะเป็นในการเอาชีวิตรอดลดลงสู่ 0.00%]**
**[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: บอสลับ 'เงาแห่งความทรงจำ' ได้ตื่นจากการหลับใหล... และมันถือสิทธิ์ในการควบคุมเวลาทั้งหมดของคุณไว้ในมือแล้ว]**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามากับรินและดร.เอลาร่านะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนเวลา•ตอนที่ 11
ประตูสู่เขตไร้กาลเวลา
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!