เสียงกระแทกของแก้วไวน์คริสตัลกระทบกับพื้นโต๊ะหินอ่อนดัง *‘เคร้ง’* สะท้อนก้องไปทั่วห้องอาหารส่วนวีไอพีที่เงียบกริบ ปลุกบรรยากาศตึงเครียดให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในเสี้ยววินาที รินรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยืนนิ่งหลังเคาน์เตอร์ครัวเปิด เปลวไฟจากเตาแก๊สยังคงลุกโชนสะท้อนอยู่ในนัยน์ตากลมโตที่ฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวใคร
“รสชาติที่เธอภูมิใจนักหนาเมื่อคืนก่อน มันเป็นได้แค่ขยะเปียกที่จัดจานมาสวยหรูเท่านั้นแหละครับ... คุณเชฟ”
คำพูดเยือกเย็นบาดลึกของคินน์ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดโกนกวาดมองจานเปล่าตรงหน้าด้วยความดูแคลนอย่างเปิดเผย ผู้ชายคนนี้คือ ‘น้ำแข็งเคลื่อนที่’ แห่งวงการวิจารณ์อาหารอย่างแท้จริง ทุกตัวอักษรที่เขาจรดปลายปากกาทำลายล้างร้านอาหารระดับมิชลินมานักต่อนักแล้ว และวันนี้เขากำลังใช้คำพูดเชือดเฉือนพยายามเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นเชฟของเธอให้จมดิน
รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แต่มุมปากบางกลับยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ายوان เธอไม่เคยเป็นพวกยอมก้มหัวให้ใคร ยิ่งเจอแรงกดดันมากเท่าไหร่ สัญชาตญาณนักสู้ในตัวเธอก็ยิ่งตื่นตัวขึ้นเท่านั้น
“ถ้าขยะเปียกจานนั้นมันทำให้ 'นักวิจารณ์ลิ้นทองคำ' อย่างคุณคินน์ต้องเสียเวลาถ่อสังขารมาถึงครัวของฉันเป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์... ฉันว่ามันคงไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกมั้งคะ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบพอๆ กัน เธอก้าวเดินออกจากเคาน์เตอร์ครัวช้าๆ รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นส่งเสียงเป็นจังหวะมั่นคงจนหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะของเขาเพียงแค่ก้าวเดียว
คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้น เป็นพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะพัดพาความสงบในชีวิตเขาให้พังทลาย และที่แย่ที่สุดคือ... เขากลับละสายตาจากดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว
“ความมั่นใจเกินร้อยนี่แหละ ที่มักจะทำให้เชฟหลายคนต้องปิดตัวลงมานักต่อนักแล้ว” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเยาะหยัน “เธอคิดว่าตัวเองเจ๋งมากสินะที่เอาชนะข้อจำกัดเรื่องวัตถุดิบได้ แต่ความจริงคือจานนั้นสอบตกตั้งแต่เธอกล้าใส่ความทรงจำส่วนตัวลงไปในอาหารแล้ว... อาหารไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่มันคือวิทยาศาสตร์และความสมบูรณ์แบบ”
“นั่นสินะคะ... คนที่หัวใจแข็งกระด้างเหมือนก้อนหินอย่างคุณ คงไม่มีวันเข้าใจหรอกว่ารสชาติที่แท้จริงที่ปรุงด้วยหัวใจมันหน้าตาเป็นยังไง” รินรดาตอบกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขาอย่างไม่มีใครยอมใคร “แต่ถ้าคุณมั่นใจนักว่าลิ้นตัวเองเหนือกว่าคนอื่น และอาหารของฉันมันแย่จนทนกลืนไม่ลง... งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะคะ?”
คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความสนใจวาบผ่านนัยน์ตาคมกริบชั่วพริบตา “เดิมพัน? กับเชฟที่ทำอาหารสอบตกเนี่ยนะ น่าสนใจดีนี่... ว่ามาสิ ว่าเธออยากเอาอะไรมาแลก”
“ถ้าฉันทำจานใหม่ให้คุณชิม แล้วคุณยังกล้าพูดคำเดิมว่ามันคือ 'ขยะเปียก' ฉันจะยอมปิดร้านแล้วเดินออกจากวงการอาหารนี้ไปตลอดกาล... โดยที่ฉันจะไม่มีวันกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย” รินรดาประกาศกร้าว น้ำเสียงหนักแน่นจริงจังไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
คินน์นิ่งเงบไป ดวงตาคมกริบพิจารณาร่างระหงตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องอาหารอยู่หลายอึดใจ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
“ข้อเสนอน่าสนใจดีนี่... แล้วถ้าเธอชนะล่ะ? ฉันต้องแลกด้วยอะไร?” คินน์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กดดันเธอกลับด้วยระยะห่างที่ใกล้จนเกินความจำเป็น ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะเมื่อใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ จากตัวเขา เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อซ่อนอาการสั่นไหวเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นท้าทายเขากลับ
“ถ้าฉันชนะ... คุณต้องเขียนบทความยกย่องฝีมือฉันลงหน้าหนึ่งของนิตยสารอาหารชื่อดังที่คุณเป็นบรรณาธิการอยู่ และที่สำคัญ...” รินรดาเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมปลาบจดจ้องไปยังริมฝีปากหยักได้รูป “คุณต้องยอมรับต่อหน้าสาธารณชนว่า... ลิ้นของคุณมันพ่ายแพ้ให้กับฝีมือของเชฟคนนี้ราบคาบ”
สิ้นเสียงของรินรดา คินน์ก็ระเบิดเสียงหัวเราะต่ำๆ ออกมาในลำคอ เสียงนั้นทุ้มนุ่มแต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำยิ่งกว่าเดิม ผู้ชายคนนี้เวลาหัวเราะไม่ได้ดูน่ากลัว แต่มันกลับมีเสน่ห์ร้ายกาจจนน่าอันตรายต่อหัวใจ
“น่าสนุกดี...” คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่กดดันให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา “ฉันรับคำท้า... แต่บอกไว้ก่อนนะ เชฟรินรดา ว่าฉันไม่ใช่คนใจดี และฉันไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ แน่”
เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวด้านหลัง รินรดากลั้นหายใจเมื่อมือหนายื่นออกไปวางทราบลงบนเคาน์เตอร์ทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย ระยะห่างระหว่างกันแทบจะเรียกว่าไม่มีเหลือ ไอความร้อนจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนเธอรู้สึกราวกับว่าอุณหภูมิในห้องนี้กำลังพุ่งสูงขึ้นเป็นร้อยองศา
“เตรียมตัวเก็บข้าวของออกจากครัวนี้ได้เลย... เพราะฉันจะไม่มีทางปล่อยให้เธอชนะเด็ดขาด” คินน์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเย้ายวนและท้าทายในเวลาเดียวกัน
รินรดาใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างดื้อรั้น แม้ว่าหัวใจจะเริ่มทรยศด้วยการเต้นผิดจังหวะไปหมดแล้วก็ตาม “อย่ามั่นใจนักเลยค่ะ คุณคินน์... ระวังตัวคุณเองเถอะที่จะต้องเป็นฝ่ายกลืนคำพูดตัวเอง”
ทั้งคู่ยืนจ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยเคมีอันตรายที่ปะทะกันอย่างรุนแรง ไม่มีใครยอมหลบสายตา ไม่มีใครยอมถอยหลัง ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะสัมผัสกันได้อยู่รำไรในวินาทีที่หัวใจของสองหนุ่มสาวเต้นโครมครามพร้อมเพรียงกัน
แกร๊ก... เสียงเปิดประตูห้องอาหารส่วนตัวด้านหน้าดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันและอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านถึงขีดสุด พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยด
“คินน์คะ อยู่นี่เองเหรอ... แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ล็อบบี้แล้วนะคะ!”
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสนุกในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สูตรลับฉบับป่วนใจยัยเชฟมือโปร•ตอนที่ 2
คำท้ากลางโต๊ะอาหาร
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับป่วนใจยัยเชฟมือโปร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
