"ถอยไป!"
เสียงคำรามต่ำดังสะท้านสะเทือนผืนปฐพี แรงกดดันจากลมปราณระดับมหาปรมาจารย์ระเบิดออกรัศมีร้อย丈 บดขยี้หิมะหนาเตอะบนยอดเขาเหมันต์ให้ปลิวว่อนกลายเป็นละอองสีขาวโพลนราวกับพายุคลั่ง ร่างของหลี่มู่หยางยืนหยัดตระหง่านอยู่เบื้องหน้าประตูหินอัคนีคราม อาภรณ์สีดำสนิทสะบัดสะท้อนตามกระแสลมปราณวิปลาสที่หมุนวนรอบกาย แววตาของเขาคมกริบดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะกรีดเฉือนทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งโชคชะตาฟ้าดิน
ทว่า บนไหล่ซ้ายของเขากลับมีสิ่งมีชีวิตที่ทำลายบรรยากาศอันเคร่งขรึมเสียสิ้น พยัคฆ์เพลิงทมิฬตัวน้อยขนาดเท่าแมวบ้านกำลังหาวหวอดใหญ่ มันใช้กรงเล็บหน้าเกาใบหูพลางส่งเสียง "ฟี้" ในลำคออย่างเกียจคร้าน ก่อนจะเอ่ยด้วยกระแสจิตที่กวนประสาทถึงขีดสุด
"ไอ้คุณหลี่... ข้าเตือนท่านแล้วว่าอย่ามาหาเรื่องผู้หญิงหน้าตายคนนี้ อากาศก็หนาวเหน็บจนไข่แทบจะหดหายแถมชากาแฟบนยอดเขานี้ก็จืดชืดเป็นบ้า ข้าว่าเราหันหลังกลับไปกินสุราชั้นดีที่ตีนเขาดีกว่าไหม? เจ้าสำนักอะไรนั่น ปล่อยให้นางนั่งแข็งตายอยู่บนนี้คนเดียวเถอะน่า!"
หลี่มู่หยางไม่แม้แต่จะเหลือบมองคู่หูตัวแสบ สมาธิทั้งหมดของเขาถูกตรึงไว้เบื้องหน้า ประตูหินโบราณสลักลวดลายอสูรน้ำแข็งกำลังเปิดอ้าออกช้าๆ พร้อมกับไอความเย็นเยือกที่แผ่พุ่งออกมาจนหยดน้ำค้างกลางอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นกราวรูด
ความแค้นจากการถูกทรยศหักหลังในอดีตยังคงสลักลึกอยู่ในกระดูกดำ สำนักที่เขาเคยยอมตายถวายหัวกลับใช้แผนสกปรกขับไล่ไสส่งเขาออกจากนิตยสารยุทธภพ เพียงเพราะเขากำกับวิชากระบี่วิปลาสที่อยู่นอกเหนือกรอบธรรมะจอมปลอม วันนี้ เขามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อขอความเห็นใจ แต่มาเพื่อ "ทวงถามความยุติธรรม" และมีเพียงเซียนหานอวี่ นางเซียนผู้กุมกุญแจสำคัญแห่งคัมภีร์บรรพกาลเท่านั้นที่จะให้คำตอบแก่เขาได้
ครืนนน—!
เสียงกลไกโบราณคำรามก้อง ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่ค่อยๆ แยกตัวออก ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูปรากฏขึ้น นางก้าวเดินออกมาอย่างไร้ซึ่งสุ้มเสียง ราวกับภูตผีที่ล่องลอยอยู่เหนือความตาย เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวคลอเคลียแผ่นหลังบอบบาง ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของหลี่มู่หยางไว้ไม่ใช่ความงามล่มเมืองที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีนั้น หากแต่เป็น "ดวงตา" คู่นั้น—ดวงตาที่ไร้ซึ่งระลอกคลื่นอารมณ์ใดๆ ราวกับมองซากศพไร้ค่า
เซียนหานอวี่หยุดยืนห่างจากเขาเพียงสิบก้าว รัศมีปราณเหมันต์บริสุทธิ์รอบตัวนางแผ่ขยายออกโดยอัตโนมัติ ทำให้พื้นหิมะใต้ฝ่าเท้ากลายเป็นน้ำแข็งสีครามเข้มในพริบตา นางมิได้เอ่ยทักทาย มิได้แสดงความหวาดกลัว มีเพียงความเย่อหยิ่งทระนงตนตามวิถีแห่งเซียนผู้สูงส่ง
"หลี่มู่หยาง... เจ้ากล้าดียังไงถึงบุกรุกเขตแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งยอดเขาเหมันต์"
น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงจิตวิญญาณ มันเป็นเสียงที่ไร้ความปรานีโดยแท้จริง ชวนให้นึกถึงสายลมหนาวเหน็บที่พัดผ่านหลุมศพในยามวิกาล
หลี่มู่หยางแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างดุดัน เขากระชับด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน "เขตแดนศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ? หานอวี่... สำหรับข้า ที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับสุสานของพวกหน้าไหว้หลังหลอก สำนักของเจ้าสมรู้ร่วมคิดกับพวกมารเพื่อกำจัดข้า แล้ววันนี้เจ้ายังจะกล้าใช้คำว่า 'คุณธรรม' มาอ้างกับข้าอีกหรือ?"
"ความยุติธรรมในยุทธภพ เป็นสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็นผู้กำหนด" เซียนหานอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย กลิ่นอายสังหารเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพรียวบาง "หากเจ้าคิดว่าตนเองคือกฎเกณฑ์ ก็จงแสดงฝีมือให้ข้าเห็นเสีย ว่ากระบี่วิปลาสของเจ้า จะทลายน้ำแข็งพันปีของข้าได้จริงหรือไม่"
ปัง!
พยัคฆ์เพลิงทมิฬบนไหล่หลี่มู่หยางถึงกับกระโดดหนีไปเกาะก้อนหินด้านข้างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงร้องเตือนภัย "เฮ้ยๆ เอาจริงดิ! บรรยากาศแบบนี้มันชวนให้ตับไตไส้พุงสั่นสะท้านชะมัด หลี่มู่หยาง ระวังตัวหน่อย นางนี่ไม่ใช่พวกดอกบัวขาวอ่อนแอเด็ดขาดนะเว้ย!"
หลี่มู่หยางไม่สนใจเสียงโวยวายของคู่หู สายตาของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งการต่อสู้ ปราณกระบี่วิปลาสสีม่วงเข้มทะลทะยานออกจากร่างพุ่งทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้า เมฆหมอกบนยอดเขาถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นดินรอบตัวแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
"เช่นนั้น... ข้าจะขอใช้วิชากระบี่นี้ สอนให้เจ้ารู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างดูสักครั้ง!"
ชิง!
เสียงคมกระบี่ออกจากฝักดังกังวานเสียดแทงประสาทหู ประกายแสงสีม่วงเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของยอดเขาเหมันต์ในชั่วพริบตา หลี่มู่หยางพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ปราณกระบี่ที่ดุดันและบ้าคลั่งพุ่งตรงไปยังใจกลางร่างของเซียนหานอวี่อย่างไร้ความลังเล
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่กำลังจะปะทะเข้ากับเกราะปราณเหมันต์ของนางนั้นเอง...
ดวงตาคู่สวยของเซียนหานอวี่กลับมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กลับกัน มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่งดงามทว่าเยือกเย็นเสียจนหัวใจของหลี่มู่หยางกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
พร้อมๆ กับที่เงาร่างปริศนาสายหนึ่ง พุ่งทะลุออกมาจากม่านหมอกด้านหลังของนาง พร้อมกับกระบี่เล่มเก่าคร่ำคร่าที่จ่อตรงมายังจุดตายกลางหลังของหลี่มู่หยางอย่างแม่นยำ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
"ลั่วอสูรหมื่นภูผา"
กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 1
กระบี่วิปลาสบุกยอดเขา
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!