กลิ่นอายความเย็นเยียบของฟอร์มาลีนและคราบเลือดเก่าแก่บนชิ้นเนื้อที่ถูกดองไว้ในโหลแก้ว ไม่น่าสะพรึงกลัวเท่ากับตัวอักษรบนกระดาษแผ่นบางที่สั่นเทาอยู่ปลายนิ้วของรินรดาค่ะ
ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองข้อความในบันทึกทางการแพทย์และเอกสารอนุมัติการยุติการตั้งครรภ์เมื่อสามปีก่อน บันทึกที่ถูกซุกซ่อนอย่างแนบเนียนภายใต้แฟ้มคดีอุบัติเหตุปลอมๆ ของโรงพยาบาลในเครือตระกูลอัครเดชาโชติ—ตระกูลของสามีเธอนั่นเอง
มือเรียวบางกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจดวงที่ด้านชาจนคิดว่ามันตายด้านไปแล้ว กลับถูกกระชากด้วยกรงเล็บแห่งความเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้งอย่างโหดร้าย
"คุณหญิงแม่...เป็นคนจัดการเรื่องนี้สินะคะ" เสียงพึมพำลอดไรฟันของแพทย์นิติเวชสาวเต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่พยายามสะกดกลั้นไว้จนไหล่บางสั่นเทา
ภาคินที่ยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดไร้สีเลือด เขาก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ราวกับคนแบกหินผาไว้บนบ่า ร่างสูงใหญ่ที่เคยทะนงตน บัดนี้กลับดูราวกับคนไร้เรี่ยวแรงเมื่อตระหนักได้ว่า มารดาผู้บังเกิดเกล้าของตนเองได้ทำลายโซ่ทองคล้องใจชิ้นเดียวที่เคยเชื่อมโยงระหว่างเขากับรินรดาไปอย่างไร้ความปรานี
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อภรรยาเก่าด้วยความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินขั้วหัวใจ มันไม่ใช่ความตกใจที่มารดาทำเกินกว่าเหตุ แต่เป็นความตระหนักรู้ว่า...เขาคือต้นเหตุที่ทำให้ผู้หญิงตรงหน้าต้องสูญเสียเลือดเนื้อของตัวเองไปโดยที่เขาไม่เคยรับรู้เลยแม้แต่น้อย
รินรดายกมือขึ้นห้าม ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบนั้นเยือกเย็นและน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว
"คุณยังกล้าเรียกชื่อฉันด้วยปากคู่นั้นอีกเหรอคะ ภาคิน" น้ำเสียงหวานใสแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "ตลอดเวลาสามปีที่คุณทำราวกับฉันเป็นผู้หญิงไร้ค่า เป็นแค่เครื่องประดับบ้านที่น่ารำคาญ คุณรู้ไหมคะว่าฉันต้องทนอยู่กับอะไรบ้าง...ลูกของเรา เด็กคนนั้น...เขาไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งจะลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของครอบครัวคุณ!"
"ผมไม่รู้...ริน ผมสาบานว่าผมไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย..." ภาคินพุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความลนลาน มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าไหล่บางมารlอบกอดด้วยความสำนึกผิด แต่กลับถูกรินรดาปัดออกอย่างไร้เยื่อใย แรงกระแทกนั้นทำให้เขาชะงักงัน
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอแผดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้น ตะกอนความเจ็บปวดที่หมักหมมมาเนิ่นนานระเบิดออกเป็นหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น แต่นัยน์ตากลับไม่มีความอ่อนแอเจือปนเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่ลุกโชน "ในเมื่อคุณแม่ของคุณพรากทุกอย่างไปจากฉัน... ฉันก็จะทำให้ตระกูลอัครเดชาโชติพินาศคามือฉันให้ดูค่ะ!"
บรรยากาศในห้องชันสูตรศพยามวิกาลอบอวลไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่คุกรุ่นอยู่ใต้ผิวน้ำ ภาคินมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยหัวใจที่บีบรัดจนเจ็บแปลบ ความรู้สึกผิดละลายรวมกับความลุ่มหลงมัวเมาในตัวอดีตภรรยาจนสติสัมปชัญญะแทบขาดผึ่ง ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อ่อนแอเหมือนวันที่ถูกเขาทอดทิ้งอีกต่อไปแล้ว เธอดุจดั่งนางพญาผู้สูงศักดิ์ที่อาบยาพิษ และเขากลับยินยอมพร้อมใจที่จะดื่มพิษนั้นเข้าไปอย่างโง่เขลา
"ถ้าความแค้นของคุณมันทำให้คุณทรมาน..." ภาคินก้าวเข้าไปประชิดอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ยอมให้เธอปฏิเสธ มือหนารวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ผสมผสานกับกลิ่นอายความเศร้าสร้อย ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวชายหนุ่มให้ตื่นขึ้น "จะลงโทษผมด้วยวิธีไหนก็ได้ ริน... แต่อย่างผลักไสผมอีกเลย"
"ปล่อยนะ! คนสารเลว!" รินรดาดิ้นรนทุบตีอกกว้าง แต่แรงของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดสำหรับชายหนุ่มผู้มีสรีระกำยำ
ภาคินไม่สนใจเสียงกรีดร้องหรือเรี่ยวแรงที่ขัดขืน เขาก้มลงบดริมฝีปากเข้าหาเรียวปากอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ความโหยหาที่สะสมมานานนับปีระเบิดเป็นการจูบที่เร่าร้อน ดุดัน และเว้าวอนในคราเดียวกัน รสชาติของความเจ็บปวด คราบน้ำตา และความโกรธเกรี้ยวผสมปนเปกันจนกลายเป็นรสสัมผัสอันวาบหวามที่ไม่อาจหักห้ามใจ
มือหนาสอดเข้าไปใต้เสื้อกาวน์แพทย์ตัวยาวสัมผัสผิวเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าว ความคุ้นเคยในเรือนร่างของกันและกันปลุกเร้าเปลวเพลิงราคะให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางความเย็นยะเยือกของห้องเก็บศพ รินรดาครางฮือในลำคอ สมองอื้ออึงด้วยฤทธิ์จูบที่ทั้งลงทัณฑ์และปลอบประโลมในคราวเดียว แม้ปากจะปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับตอบสนองความเร่าร้อนนั้นอย่างไม่รักดี ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความกระสันซ่านที่เรียกร้องหาการเติมเต็ม
เสื้อผ้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกปลดเปลื้องออกอย่างไร้ความปราณี ผิวเนื้อแนบชิดติดกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ภาคินอุ้มร่างบางขึ้นวางพิงกับโต๊ะสเตนเลสเย็นเฉียบ ก่อนจะแทรกกายเข้าสู่กึ่งกลางความอ่อนนุ่มที่ฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาและอารมณ์ปรารถนา
"อ๊ะ... ภาคิน..." เสียงหวานอุทานลอดริมฝีปากเมื่อความคับแน่นเข้าครอบครอง ร่างกายสะท้านเฮือกด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปถึงกระดูกสันหลัง
บทรักของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการชดใช้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและเร่าร้อน ภาคินเคลื่อนไหวร่างกายเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่หนักหน่วง ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความสำนึกผิด ขณะที่รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านและแรงแค้นที่ยังคงคุกรุ่น ทุกสัมผัส รสจูบ และหยาดเหงื่อที่หลั่งริน คือเครื่องยืนยันว่าพันธนาการระหว่างพวกเขาทั้งคู่ไม่มีวันตัดขาดลงได้ง่ายๆ แม้ความตายก็ไม่อาจพรากมันไปได้
กระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ท่ามกลางหอบหายใจรวยรินและเหงื่อกาฬที่ชุ่มโชก ทั้งคู่ต่างนอนแนบชิดอยู่บนเตียงตรวจสภาพศพอย่างไร้ความเขินอาย มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบเข้าปกคลุม เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคนกำลังก้าวใกล้เข้ามาทางประตูห้องชันสูตร พร้อมกับเสียงเคาะเบาๆ ที่ดึงสติของทั้งคู่ให้กลับคืนมา
"คุณหมอรินรดาคะ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงมือคุณค่ะ... เป็นเอกสารจากต่างประเทศ... และ... มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนรอพบคุณอยู่ข้างนอก เธอหน้าตาคล้ายคุณหมอมากเลยค่ะ..."
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นทันที ส่วนภาคินผุดลุกขึ้นนั่ง ร่างกายแข็งทื่อราวกระถูกตอกตรึงไว้กับที่อีกครั้ง เมื่อสายตาประสานกันผ่านความมืดของห้อง... เด็กผู้หญิงคนนั้นคือใครกันแน่ ในเมื่อลูกของเธอถูกทำลายไปแล้ว?
กดติดตามตอนต่อไปเพื่อร่วมลعชะตากรรมอันพลิกผันของรินรดาได้ในตอนหน้าค่ะ!
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุน "เข็มฉายานิศ" มาโดยตลอดนะคะ)
นิติเวชสาวกับอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 9
หลักฐานที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชสาวกับอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!