ทายาทตระกูลดังกับดีไซเนอร์สาวนอกคอก•ตอนที่ 3

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
"ฉันไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเอาผลงานหยาดเหงื่อแรงกายของทีมงาน ไปผูกติดไว้กับบริษัทที่เคยประกาศก้องว่าไร้รสนิยมหรอกค่ะ คุณภาคิน" สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากอิ่มสวยที่เคลือบด้วยลิปสติกสีไวน์แดงเข้ม รสา พัชรากร ในชุดสูทผ้าไหมทวีดเข้ารูปสีงาช้าง นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงในห้องรับรองวีไอพี เธอมองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลดังด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าบนพื้นรองเท้า ไม่หลงเหลือร่องรอยของความอ่อนแอ หรือผู้หญิงซื่อ บρα ที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาเมื่อหลายปีก่อนอีกต่อไปแล้ว ภาคิน ทℴרษะกุล ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีมาตลอดชีวิตถูกความจริงตรงหน้าบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ใครจะไปคาดคิดว่าเด็กผู้หญิงบ้านๆ ที่เขาเคยเซ็นใบหย่าให้ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์เมื่อสามปีก่อน จะก้าวขึ้นมาเป็นดีไซเนอร์มือทองระดับอินเตอร์ เจ้าของแบรนด์แฟชั่น "Rosá" ที่กำลังกวาดรางวัลและส่วนแบ่งทางการตลาดทั่วเอเชีย และที่สำคัญที่สุด... ในยามนี้ บริษัทอสังหาฯ และคอมเพล็กซ์หรูระดับหมื่นล้านของเขากำลังต้องการคอลเลกชันเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์เธอ เพื่อประมูลงานเมกะโปรเจกต์แห่งทศวรรษ หากปราศจากการร่วมมือจากรสา หุ้นของตระกูลทℴרษะกุลมีสิทธิ์ร่วงกวาดพื้นจนย่อยยับ "รสา... ผมรู้ว่าอดีตผมทำเลวร้ายกับคุณไว้มากแค่ไหน" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความสั่นพร่าเอาไว้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดสำนึกผิดที่เขากลบเกลื่อนมานาน "แต่โปรดมองภาพรวมทางธุรกิจ... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาปเถอะครับ... อ่า ไม่ใช่... ขอร้องล่ะครับ รสา ข้อเสนอในสัญญาฉบับนี้ คุณสามารถระบุตัวเลขกำไรที่คุณต้องการได้เลย ผมยอมให้คุณหมดทุกอย่าง" รสาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่แสนเยືือกเย็นและบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันโชยเข้าแตะนาสิกของภาคิน ทำเอาลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึก หัวใจเต้นระรัวราวกับคนใกล้ตาย "เงินทองหรือผลกำไรเหรอคะ? คุณคิดว่าตอนนี้ฉันยังขาดแคลนมันอยู่อีกหรือไง ภาคิน" รสาเหยียดยิ้มหยัน "ในวันที่ฉันถูกคุณขับไล่ออกจากบ้านหลังนั้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี ในวันที่ลูกในท้องของฉัน..." คำพูดนั้นสะดุดกึก รสาเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสกัดกั้นอารมณ์วูบไหวที่เกือบจะหลุดรอดออกมา เธอไม่อมตะให้เขาเห็นความอ่อนแอเด็ดขาด! ภาคินใจกระตุกวูบ ทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องลูก ดวงตาคมคายคู่นั้นก็ฉายแววเจ็บปวดร้าวราน เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่เขาทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองในวันนั้น มันคือตราบาปที่ไม่มีวันลบล้างได้ด้วยการกราบกราน แต่วันนี้... เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นพรมราคาแพงต่อหน้ารสา ท่ามกลางสายตาของเลขาหนุ่มและบอดี้ชายฉกรรจ์ที่ยืนอารักขาอยู่มุมห้อง ท่าทางของประธานกรรมการบริหารบริษัทหมื่นล้านที่ยอมลดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าอดีตภรรยา สร้างความตกตะลึงจนทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง "ถ้าการคุกเข่าขอร้องมันจะทำให้คุณใจอ่อนยอมเซ็นสัญญาร่วมงานกับผม..." ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยความเวทนาและวิงวอนอย่างสุดซึ้ง "รสา... ได้โปรดเถอะนะ ให้โอกาสผมได้ทำงานร่วมกับคุณ... ไม่ใช่แค่ในฐานะพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ แต่ได้โปรดให้โอกาสผมได้ชดใช้... และเริ่มต้นจีบคุณใหม่อีกครั้ง" บรรยากาศในห้องรับรองเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ ตัดกับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมคราม รสาจ้องมองชายผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอให้อยู่แทบเท้า แต่วันนี้กลับเป็นฝ่ายคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากเธอ ความรู้สึกสะใจตีตื้นขึ้นมาผสมผสานกับความโหยหาลึกๆ ที่เธอพยายามฝังกลบมานานหลายปี เรียวขาภายใต้กระโปรงสูทขยับเล็กน้อย รสายื่นปลายนิ้วเรียวสวยที่สวมแหวนเพชรเม็ดโต เชยคางของภาคินขึ้นเบาๆ บังคับให้เขาเงยหน้าสบตากับเธออย่างจำยอม ผิวสัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วผ่านไปถึงเนื้อตัวของชายหนุ่ม ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด "อยากจีบฉันใหม่อย่างนั้นเหรอคะ..." รสากระซิบเสียงพร่า แววตาพราวระยับด้วยความท้าทายและอันตราย "งั้นก็แสดงให้ฉันเห็นสิคะว่าคุณมีความ ‘อดทน’ มากแค่ไหน... เซ็นสัญญาฉบับนี้ด้วยเงื่อนไขที่ฉันเป็นผู้กำหนด และคืนนี้... มาที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของฉันคนเดียว... แบบที่ห้ามขัดคำสั่งฉันแม้แต่ข้อเดียว" ภาคินนัยน์ตาเข้มขึ้นทันที เปลวไฟแห่งความปรารถนาและสัญชาตญาณดิบเถื่อนถูกจุดขึ้นในอกอย่างรุนแรง เขาคว้ามือเธอนั้นขึ้นมาจูบลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบาและยอมจำนน "ผมยอมทำทุกอย่าง... เพื่อคุณคนเดียว รสา" --- ราตรีนั้น ภายใต้แสงไฟสลัวจากมหานครเบื้องล่างที่สะท้อนผ่านกระจกใสบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง กลิ่นอายของความเร่าร้อนและความลับที่ถูกเก็บงำกำลังแผ่ซ่าน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตึงเครียดอันเย้ายวน รสาในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่ มองดูภาคินที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เสื้อสูทของเขาถูกถอดออก ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกสองสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาและความเร่าร้อน "คุณมาตรงเวลาดีนี่คะ ภาคิน" รสาเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่กดดัน ภาคินไม่ตอบคำถาม เขาเดินเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจับจ้องเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดผ้าไหมบางเบาอย่างกระหายหิว ความเย่อหยิ่งถูกปัดเป่าทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของผู้ชายที่กระหายความรักและการครอบครองจากหญิงสาวตรงหน้า "ผมบอกแล้วว่าผมยอมทำทุกอย่าง..." ภาคินทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเธออีกครั้ง มือหนาวางลงบนเรียวขาเนียนที่โผล่พ้นชายผ้าคลุม ลูบไล้แผ่วเบาจนรสาต้องสะấuกเฮือกด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง "รวมถึงการชดใช้หนี้สวาทที่คุณเคยทิ้งผมไว้ด้วย..." รสาหรี่ตามองเขา หัวใจเต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำ แต่เธอยังคงรักษามาดมั่นเอาไว้ได้ "อย่าเพิ่งมั่นใจไปค่ะคุณภาคิน... คืนนี้ คุณอาจจะเป็นฝ่ายร้องขอความเมตตาจากฉันเสียเอง" สิ้นคำพูด รสาก็ดึงคอเสื้อเขาลงมาประทับริมฝีปากบดขยี้อย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ดุเดือด หวานล้ำ และเต็มไปด้วยเพลิงแค้นผสมผสานกับความโหยหา ทำให้ภาคินคำรามต่ำในลำคอด้วยความเร่าร้อน เขาลุกขึ้นอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ปล่อยให้ริมฝีปากหลุดจากกัน สัมผัสแนบชิดของเรือนร่างทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน ลมหายใจหอบกระชั้น เสียงครางต่ำด้วยความสุขสม และสัมผัสอันดุเดือดเร่าร้อนปลุกเร้าทุกอารมณ์ให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยเกมแห่งอำนาจและการแก้แค้น บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาทั้งสองให้มอดไหม้ไปพร้อมกันอย่างไร้ทางหลีกเลี่ยง --- เช้าวันใหม่แสงแดดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอนกว้าง ภาคินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วร่าง แต่กลับเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ เขาหันไปมองข้างกาย พื้นที่บนเตียงนอนหนานุ่มว่างเปล่า รสาหายตัวไปแล้ว เหลือเพียงความหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบที่ยังคงติดตรึงอยู่บนหมอน ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าเพื่อตามหาเธอ ทว่าเมื่อเดินออกมาถึงห้องนั่งเล่น สายตากลับสะดุดเข้ากับเอกสารแฟ้มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของรสา ด้านบนสุดมีรูปถ่ายโพลลาลอยด์ใบเล็กคว่ำหน้าอยู่ พร้อมกับรอยลิปสติกสีไวน์แดงเขียนข้อความทิ้งไว้ ภาคินหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาพลิกดูด้วยมือที่สั่นเทา... และวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเขาก็หยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ในรูปถ่ายใบนั้น คือเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสองขวบ กำลังส่งยิ้มกว้างอวดฟันน้ำนมให้กล้อง... ใบหน้านั้นถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาออกมาอย่างไร้ที่ติ! และที่มุมโต๊ะ มีซองเอกสารผลตรวจ DNA ฉบับจริงจากโรงพยาบาลชื่อดัง วางอยู่เด่นชัด พร้อมระบุชื่อเด็กชาย... *น้องรวินทร์ พัชรากร* เป็นบุตรโดยสายเลือดของ ภาคิน ทℴרษะกุล อย่างสมบูรณ์แบบ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าไฟลุกท่วมจอแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับดีไซเนอร์สาวนอกคอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%